ทรัมป์ขู่พร้อมเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนแทบทุกชนิด

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาเตือนเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมว่า พร้อมที่จะกำหนดพิกัดอัตราภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนมายังสหรัฐแทบจะทุกชนิด โดยขู่ที่จะปรับเพิ่มกำแพงภาษีขึ้นอีก 267,000 ล้านดอลลาร์จากเดิม 200,000 ล้านดอลลาร์ในเร็วๆ นี้

ย่างก้าวดังกล่าวจะเป็นการยกระดับสงครามการค้าของนายทรัมป์กับรัฐบาลจีนในเรื่องความต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านนโยบายทางเศรษฐกิจ การค้าและเทคโนโลยีของจีน ขณะที่จีนขู่จะตอบโต้ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้มาตรการต่อบริษัทของสหรัฐที่ดำเนินกิจการในจีน

ไม่กี่ชั่วโมงหลังปิดช่วงเวลาการรับฟังความคิดเห็นของสาธารณะต่อรายชื่อสินค้าจีนที่จะปรับขึ้นกำแพงภาษี 200,000 ล้านดอลลาร์ นายทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่าเขา “แข็งกร้าวกับจีนเพราะว่าเป็นเรื่องจำเป็น”


“กำแพงภาษี 200,000 ล้านดอลลาร์ที่เราพูดถึงอาจบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ ในระดับหนึ่งคือขึ้นอยู่กับจีน” นายทรัมป์กล่าว “และผมไม่ชอบเลยที่จะต้องพูดว่า หลังจากนั้นมีการปรับเพิ่มกำแพงภาษีอีก 267,000 ล้านดอลลาร์รออยู่ ไม่นานนักหากว่าผมต้องการ นั่นเป็นการเปลี่ยนสมการของสถานะความเท่าเทียมกัน”

เอเอฟพีรายงานว่า ราคาหุ้นร่วงลงหลังคำกล่าวแสดงความคิดเห็นของนายทรัมป์ โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 0.2 เปอร์เซ็นต์ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 0.3 เปอร์เซ็นต์ ดัชนีแนสแด็กร่วงลง 0.3 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินหยวนที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนนอกประเทศจีนร่วงลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ

นายทรัมป์ได้ปรับขึ้นกำแพงภาษี 25 เปอร์เซ็นต์ต่อสินค้าจีนมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรในอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เป็นสื่อกลางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์

ในส่วนรายชื่อสินค้าซึ่งจะขึ้นภาษี 200,000 ล้านดอลลาร์ รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอาทิ กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์บันทึกเสียง กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือ ยางรถยนต์ และเครื่องดูดฝุ่น ซึ่งจะถูกเก็บภาษี 10 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่โทรศัพท์มือถือที่เป็นสินค้าที่สหรัฐนำเข้าจากจีนมากที่สุดถึงตอนนี้ยังได้รับการยกเว้น แต่อาจถูกรวมเข้าไปด้วยหากนายทรัมป์บังคับใช้กำแพงภาษีมูลค่า 267,000 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านั้นวันเดียวกัน นายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาวและผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์กว่า ฝ่ายบริหารจะประเมินความคิดเห็นของสาธารณะก่อนที่จะตัดสินใจบังคับใช้กำแพงภาษีมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ได้รับการแสดงความคิดเห็นมากกว่า 6,000 ข้อความและจัดการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเรื่องการบังคับใช้กำแพงภาษีเป็นเวลา 7 วัน

นายคุดโลว์ยังเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีด้วยว่า ถึงตอนนี้ยังมีการเจรจากับจีนในเรื่องประเด็นทางการค้าต่อไป แต่จีนยังไม่ได้ตอบรับต่อความต้องการของสหรัฐ

 

ที่มา  มติชนออนไลน์