สหภาพแรงงานเมืองผู้ดี ตั้งเป้าจี้เอกชนลดเวลางานเหลือ 4 วัน-จ่ายค่าแรงเพิ่ม

สำนักข่าวอินดิเพนเด้นท์ รายงาน ฟรานเชส โอเกรดี เลขาธิการสภาสหภาพแรงงานอังกฤษ (TUC) เรียกร้องให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมาแทนที่แรงงานมนุษย์ เพื่อปรับลดเวลางานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ รวมถึงการจ่ายค่าแรงที่มากขึ้น โดยการตั้งเป้าหมายครั้งนี้เป็นความท้าทายใหม่สำหรับศตวรรษที่ 21 ภายหลังศตวรรษก่อนหน้าสามารถบรรลุเป้าหมาย “วัดหยุดสุดสัปดาห์” ได้สำเร็จ

เลขาธิการสภาสหภาพแรงงานอังกฤษได้กล่าวไว้ในงานชุมนุมประจำปี ครบ 150 ปีขององค์กรว่า นี่เป็นเวลาที่จะแชร์ความมั่งคั่งจากเทคโนโลยีใหม่ๆ และยืนยันว่าจะต่อสู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิทธิแรงงานต่างๆ ที่ท้าทายมากขึ้นให้เป็นไปได้ในศตวรรษนี้ โดยแคมเปญก่อนหน้านี้มีการเรียกร้องเรื่องชั่วโมงการทำงาน สิทธิวันหยุดสุดสัปดาห์และสิทธิลาหยุดประจำปี


“ศตวรรษที่ 19 สหภาพฯ ได้ผลักดันวาระการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ในศตวรรษที่ 20 เราประสบความสำเร็จกับสิทธิแรงงานและวันหยุดสุดสัปดาห์สองวัน ซึ่งยังคงได้รับค่าจ้าง ดังนั้น ในศตวรรษที่ 21 นี้ เราจึงต้องการผลักดันวาระให้ท้าทายยิ่งขึ้น ฉันเชื่อว่าในยุคนี้คนเราจะสามารถทำงานเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ แต่ยังคงได้รับค่าจ้างอย่างเหมาะสม”

โอเกรดีระบุว่า การสร้างความมั่งคั่งแบบใหม่ควรนำมาใช้เพื่อปรับลดชั่วโมงการทำงานและจ่ายค่าแรงที่มากขึ้น และยกตัวอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ “แอมะซอน” ว่ามีการปันผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม

“นี่คือช่วงเวลาที่จะแชร์ความมั่งคั่งจากเทคโนโลยีใหม่ ไม่ใช่เพียงกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่จะได้ประโยชน์จากมัน”

งานวิจัยของ TUC พบว่า แรงงานส่วนใหญ่เชื่อว่าผู้ถือหุ้นและผู้จัดการจะได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ หมายความว่า 4 ใน 5 ของลูกจ้างต้องการลดชั่วโมงการทำงานโดยยังคงได้รับค่าจ้างในอัตราเดิม

เลขาธิการสภาสหภาพแรงงานอังกฤษจะเรียกร้องและส่งรายงานดังกล่าวไปยังแอมะซอน รวมถึง “เจฟฟ์ เบซอส” เจ้าของแอมะซอนที่มีมูลค่าบริษัทแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่แรงงานในบริษัทเหนื่อยยากกับการทำงาน “พวกเราต้องมีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งในทุกที่ทำงาน เริ่มต้นจากที่นี่ โกดังสินค้าแอมะซอนในอังกฤษ”