“ชัตดาวน์” ยืดเยื้อ “ทรัมป์” ขู่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ

กว่า 3 สัปดาห์นับตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2018 สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ครั้งที่ 3 ในรอบ 1 ปี หลังจากที่สภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้ตามที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้อง

ขณะนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ และมีแนวโน้มจะชัตดาวน์นานที่สุดในการเมืองสหรัฐ นับตั้งแต่ปี 1995

การหารือครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างคณะบริหารของประธานาธิบดีกับพรรคเดโมแครต ยังไม่สามารถยุติการชัตดาวน์ได้ โดยแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันจะคัดค้านการนำงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ไปสร้างกำแพงกั้นเม็กซิโก พร้อมประกาศว่า เตรียมจะผ่านร่างกฎหมายงบประมาณฉบับใหม่ เพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลบางส่วนเปิดดำเนินการได้ภายใน ม.ค.นี้

ทั้งนี้ ทรัมป์ออกมาโต้ทันทีว่าจะคว่ำร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งพรรครีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

นอกจากนี้ ผู้นำทรัมป์ระบุว่า หากสถานการณ์ตึงเครียดก็จำเป็นต้องลากยาวนานหลายเดือน หรือนานนับปี ทั้งเผยว่ากำลังพิจารณาที่จะใช้ “อำนาจฉุกเฉิน” ซึ่งตามกฎหมายผู้นำประเทศมีอำนาจเบ็ดเสร็จที่จะบรรลุร่างงบประมาณได้โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา

ทั้งนี้ นายอดัม เทเลอร์ ผู้สื่อข่าวประจำหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ได้ลงพื้นที่สำรวจระบุว่า ผลกระทบจากการชัตดาวน์ครั้งนี้ คือ เจ้าหน้าที่กว่า 800,000 คน สังกัดใน 9 กระทรวงของสหรัฐ ทั้งพลเมืองอเมริกันและต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างตอบแทน เพราะไม่มีงบประมาณสำรองจากรัฐบาล และไม่มีคำมั่นใด ๆ จากรัฐบาลที่จะจ่ายค่าชดเชยหากภาวะชัตดาวน์นานนับเดือน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐเปิดเผยว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้กับรัฐบาลอเมริกาส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ขณะที่ จอห์น แคมป์เบล อดีตนักการทูตจากสถานทูตสหรัฐในแอฟริกาใต้ ได้ทวีตว่า “อเมริกา จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาคนทำงานต่างสัญชาติในหลายหน่วยงาน การไม่จ่ายค่าจ้างตอบแทนเป็นเวลานานเกิน 3 เดือน ถือว่าผิดกฎหมายร้ายแรง นอกจากจะสร้างภาพลักษณ์ที่แย่ให้กับอเมริกาแล้ว ยังกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต เพราะไม่มีใครอยากทำงานในประเทศที่การเมืองไม่มั่นคง”

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“ควบคุมยา-เวชภัณฑ์-การแพทย์” กดดันหุ้นโรงพยาบาล ฉุดดัชนีปิดลบ
Next articleชป.เร่งระบายน้ำนครศรีฯ-ตรัง น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังฝนตกหนักเชียงราย