ทูตปากีสถานเปิดใจ “โลกมนต์ขลัง” ฉายา “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย”

“ปากีสถาน” สำหรับหลาย ๆ คนอาจชวนให้นึกถึง “ความไม่สงบ” ที่เกิดขึ้น ยิ่งในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างพรมแดนกับ “อินเดีย” ปะทุขึ้นอีกครั้ง จนรัฐบาลปากีสถานต้องสั่งปิดน่านฟ้าเป็นการชั่วคราว

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “อาซิม อิฟติกาห์ อาหมัด” เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ประจำประเทศไทย พร้อมคำกล่าวที่ว่า “ผมอยากให้คุณได้รู้จักกับปากีสถาน ในแบบที่ปากีสถานเป็นจริง ๆ ไม่ใช่รู้จักเพียงเพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา”

เพิ่มสัมพันธ์ระดับ “ประชาชน”

เอกอัครราชทูต อาซิม อาหมัด กล่าวว่า ความตั้งใจแรก ๆ ของผมที่มาประเทศไทยก็คือ การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่าง “ประชาชน” ผมมองว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือว่าเป็นรูปแบบหรือวิธีการที่ประชาชนจะเข้าถึงกันได้ง่าย ขณะที่ปากีสถานยังไม่ได้เป็น “ท็อป” ประเทศจุดหมายปลายทางของคนไทย คือมีนักท่องเที่ยวชาวไทยไปปากีสถานไม่สูงเท่าที่ควร

ในปี 2018 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวปากีสถานที่เดินทางมาประเทศไทย มีราว ๆ 80,000-90,000 คน ขณะที่คนไทยเดินทางไปปากีสถานเกือบ 7,000 คน แต่ก็เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับในปี 2017 ที่มีคนไทยไปเยือนปากีสถานเพียง 3,000 คน

ทูตอาซิมกล่าวว่า การเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีในระดับ “ประชาชน” ให้ต่างเข้าใจอย่างถ่องแท้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับทุก ๆ สิ่ง รวมไปถึงความสัมพันธ์ทางด้านการค้าและการลงทุนในอนาคตด้วย

กับฉายา “สวิตเซอร์แลนด์ 2”


“คนไทยและอีกหลาย ๆ ชาติในภูมิภาคเอเชีย ยังเข้าใจและรับรู้ความเป็นปากีสถานน้อยมาก ทั้งที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน”

ทูตอาซิมเล่าว่า ปากีสถานเป็นดินแดนที่น่าพิสมัย มีทั้งธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน กระทั่งมีคนเรียกว่า “สวิตเซอร์แลนด์ 2” หรือ “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” เพราะปากีสถานถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกัน นอกจากภูเขาสูงที่เต็มไปด้วยหิมะปกคลุม ยังมีทะเลสาบ ชายหาด แม่น้ำ ทะเลทราย ป่าหญ้าเขียวชอุ่ม สำหรับกลุ่มที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ เราก็มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมากมาย

ที่สำคัญ หลายคนเข้าใจว่าปากีสถานเป็นประเทศมุสลิม แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าเรามีประวัติศาสตร์ร่วมอันยาวนานกับ “พุทธศาสนา” อยู่ที่เมือง “ตักศิลา” ในรัฐปัญจาบของปากีสถาน โดยในยุครุ่งเรืองเมืองตักศิลา ตั้งอยู่บนจุดเชื่อมต่อระหว่างเอเชียกับยุโรปของเส้นทางสายไหมในยุคโบราณ จึงเป็นอีกจุดที่หล่อหลอมความหลากทางวัฒนธรรม เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว

สำคัญของพุทธศาสนา นอกจากนี้ “Katas Raj Temple” วัดพุทธศาสนา ในเมือง Chakwal เป็น 1 ใน 7 วัดโบราณของปากีสถานด้วย

“K2” ยอดเขาสูงอันดับ 2 โลก

ทูตอาซิมเล่าว่า สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปากีสถานมีอยู่หลายแห่ง ขึ้นอยู่กับว่าไปเที่ยวช่วงฤดูไหน แต่สำหรับนักผจญภัยทุกคนจะรู้จัก “ยอดเขา K2” ยอดเขาสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากยอดเขาเอเวอเรสต์ มีความสูงถึง 8,611 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาการาโกรัม ที่เชื่อมต่อกับแนวเทือกเขาหิมาลัยทางด้านตะวันตก วิวทิวทัศน์ที่นักปีนจะได้เห็น คือที่มาของคำว่า “สวิตเซอร์แลนด์ 2”

ยอดเขา K2 ยังเลื่องลือว่าเป็นหนึ่งในยอดเขาที่พิชิตยากที่สุดของโลก มีหลาย ๆ คนให้ฉายาว่า The Savage Mountian หรือ “ภูเขาเถื่อน”

นอกจากนี้ ทูตอาซิมได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นที่เป็นไฮไลต์ของประเทศ เช่น หุบเขา Swat ซึ่งมีทิวทัศน์ระดับพรีเมี่ยมจนหลายคนเรียกว่าเป็น “ดินแดนสวรรค์” มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ในช่วงซัมเมอร์ อุณหภูมิจะอยู่ที่ราว ๆ 23-25 องศา หรือ 10 องศาในบางพื้นที่ ส่วนในฤดูหนาวพื้นที่ใน Swat หลายแห่งจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ กับอุณหภูมิความหนาวติดลบ

แผนใช้ e-Visa ในไทยเร็ว ๆ นี้

และเพื่อให้สอดรับการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เราพยายามปรับปรุงมาตรการด้าน “วีซ่า” เพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เช่น ขั้นตอนการทำวีซ่าท่องเที่ยว โดยปกติจะได้รับทันที “ภายในวันเดียว” หรืออย่างช้าคือรับวีซ่าได้ในวันถัดไป รวมถึงการอำนวยความสะดวกสำหรับ “นักธุรกิจ” ที่ยื่นแบบ “business visa” และกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยว 10 คนขึ้นไป ให้สามารถทำวีซ่า on-arrival ได้

โดยปี 2018 ที่ผ่านมา ปากีสถานมีนโยบายใหม่สำหรับการทำ “e-Visa” หรือ “วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งขณะนี้เปิดให้บริการแล้วใน 175 ประเทศทั่วโลก และมีแผนจะเพิ่มประเทศที่สามารถใช้ระบบ e-Visa เร็ว ๆ นี้ รวมทั้งประเทศไทย

“ไทย” ตลาดหลักของปากีสถาน

ที่ผ่านมาปากีสถาน-ไทย มีความร่วมมือกันในหลายมิติ ทั้งการทูต การเมือง ด้านความปลอดภัย และปีที่ผ่านมา สถานทูตได้จัดงาน “Single Country Exhibition of Pakista” เพื่อจัดแสดงสินค้าจากปากีสถานที่สำคัญ เช่น อาหารทะเล สิ่งทอ เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงโปรโมตการท่องเที่ยว

“ไทยเป็นตลาดที่สำคัญของปากีสถาน ตอนนี้เราพยายามที่จะบรรลุการเจรจาการค้าเสรี (FTA) ให้เร็วที่สุด และหวังว่าจะสำเร็จภายในปีนี้ โดยเป้าหมายเพื่อขยายมูลค่าการค้า 2 ทาง ซึ่งในปี 2018 มูลค่าการค้าอยู่ที่ 1.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก”

นอกจากนี้ ทูตปากีสถานกล่าวว่า ไทยและปากีสถานยังไม่มีความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวที่ชัดเจน ขณะที่มาตรการของรัฐบาลไทยที่เพิ่งยกเว้นค่าธรรมเนียม visa-on arrival ให้กับ 21 ประเทศ แต่ไม่มีปากีสถาน อาจเป็นเพราะไทยพิจารณาในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ เช่น จีน อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวปากีสถานในไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวชาวไทยในปากีสถานก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงหวังว่าจะเห็นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันในอนาคตอันใกล้

“ธุรกิจท่องเที่ยว” โอกาสลงทุน

ปัจจุบันปากีสถานให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยมีโครงการลงทุนก่อสร้างมากมาย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ในหลาย ๆ ประเทศรวมทั้งไทย กำลังเผชิญปัญหา “มลพิษการท่องเที่ยว” คือการมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากเกิน ปัญหานี้เกิดขึ้นกับปากีสถานเช่นกัน แต่เป็นปัญหาจากนักท่องเที่ยวท้องถิ่น ไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวท้องถิ่นเฉลี่ยกว่า 40 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 197 ล้านคน

ดังนั้น ธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจบันเทิงต่าง ๆ แม้แต่ร้านค้าปลีก และช็อปปิ้งมอลล์ ล้วนเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับนักลงทุนต่างชาติ และ “ไทย” เองก็มีศักยภาพและเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้

ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีเชนโรงแรมใหญ่ ๆ ต่างสัญชาติในปากีสถานมากนัก

ทูตอาซิมย้ำว่า “การท่องเที่ยว” เป็นสิ่งที่เชื่อมต่อผู้คนได้ง่ายและมีความสำคัญมาก ความดิบที่ไม่ได้ปรุงแต่งของทัศนียภาพในปากีสถาน จะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้อยากกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง

Previous article“บิ๊กตู่” ส่งกำลังใจจนท.ดับไฟป่า ไม่ได้อยู่กับครอบครัววันสงกรานต์
Next article“NIA” ดันสะเต็ม+ธุรกิจ ใช้มือโปรสอนรับโลกอนาคต