ครั้งแรกหลังสงครามเย็น! งบกองทัพทั่วโลกพุ่งสูงสุด

ครั้งแรกหลังสงครามเย็น! งบกองทัพทั่วโลกพุ่งสูงสุด

การใช้เงินของกองทัพทั่วโลกเมื่อปี 2561 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น โดยปัจจัยหลักมาจากเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายเงินของกองทัพสหรัฐและจีน ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ 2 อันดับต้นของโลก

ในรายงานประจำปีของสถาบันวิจัยเพื่อสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์มซึ่งตั้งอยู่ในประเทศสวีเดนระบุว่า ค่าใช้จ่ายโดยรวมของกองทัพทั่วโลกในปีที่ผ่านมาสูงถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

งบประมาณรายจ่ายดังกล่าวถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2531 ซึ่งเป็นปีที่ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของกองทัพของประเทศต่างๆ เริ่มมีการเปิดเผยสู่สาธารณะเนื่องจากสงครามเย็นกำลังยุติลง

ค่าใช้จ่ายของกองทัพสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อปีที่ผ่านมาคิดเป็นมูลลค่ารวม 694,000 ล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐยังคงครองแชมป์ประเทศที่ใช้เงินงบประมาณทหารสูงที่สุดคิดเป็น 36% ของมูลค่างบประมาณของกองทัพทั่วโลกโดยรวม

ขณะที่จีนทุ่มงบประมาณทางทหารมากเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีการเพิ่มขึ้นของงบประมาณทางทหาร 5% มาอยู่ที่ 250,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นของงบประมาณทางทหารเป็นปีที่ 24 ติดต่อกัน

เพียงแค่งบประมาณทางทหารของสหรัฐและจีนรวมกันก็มากถึงครึ่งหนึ่งของงบประมาณทางทหารทั่วโลกแล้ว โดยการปรับขึ้นของงบประมาณทางทหารสหรัฐเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมานับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐปรับเพิ่มขึ้นประมาณทางทหารนับตั้งแต่ปี 2553

สาเหตุหลักของการปรับเพิ่มงบประมาณทางทหารของสหรัฐมาจากการปรับเปลี่ยนนโยบายที่เน้นการรักษาความปลอดภัยในชาติ ควบคู่กับการลดจำนวนทางทหารในเขตที่มีปัญหา อาทิ ในอัฟกานิสถาน โดยงบที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการที่สหรัฐได้ดำเนินโครงการจัดซื้ออาวุธใหม่ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ขณะที่ประเทศที่มีการใช้จ่ายเงินงบประมาณทางทหารเป็นลำดับต้นของโลกยังรวมถึงซาอุดีอาระเบีย อินเดีย ฝรั่งเศส รัสเซีย อังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยซาอุดีอาระเบียถือเป็นประเทศที่มีการใช้จ่ายงบประมาณทางทหารเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรต่อหัวสูงสุดในโลกและยังสูงกว่าสหรัฐ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการทำสงครามในเยเมน

 

ที่มา : มติชนออนไลน์


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ