“ซัมซุง” ปิดโรงงานทิ้งจีน ปักหมุดใหม่ใน “เวียดนาม”

(AP Photo/Lee Jin-man, File)

การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดสมาร์ทโฟนของ “จีน” ตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลกระทบต่อบริษัทต่างชาติหลายรายที่ส่วนแบ่งการตลาดในจีนลดลงอย่างรุนแรง รวมถึงแรงกดดันจากสงครามการค้าที่ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องพิจารณาย้ายฐานการผลิตจากจีนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย

รอยเตอร์สรายงานว่า “ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์” บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ประกาศปิดโรงงานสมาร์ทโฟนของซัมซุงแห่งสุดท้ายในจีน ทางตอนใต้ของเมืองฮุ่ยโจว ภายในปลายเดือน ต.ค.นี้ นับว่าเป็นการยุติการผลิตของซัมซุงในจีนทั้งหมด

โรงงานดังกล่าวของซัมซุงนับว่าใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งดำเนินการผลิตมาตั้งแต่ปี 1992 โดยผลิตสมาร์ทโฟนถึง 1 ใน 5 ของที่จำหน่ายในจีน โดยซัมซุงได้ทยอยลดกำลังการผลิตในโรงงานดังกล่าวตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

และก่อนหน้านี้ได้ปิดโรงงานอีกแห่งที่เมืองเทียนจินไปแล้วในปี 2018

แถลงการณ์ระบุว่า “การปิดโรงงาน เป็นความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซัมซุงได้ก้าวถึงจุดที่ต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากในการยุติการผลิตในโรงงานฮุ่ยโจว”

ทั้งนี้แม้ว่าซัมซุงจะเป็นบริษัทผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ส่วนแบ่งการตลาดของซัมซุงในจีนลดลงเหลือเพียง 1% ในไตรมาสแรกของปีนี้ จากราว 15% ในกลางปี 2013 เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของแบรนด์สมาร์ทโฟนท้องถิ่น อย่าง “หัวเว่ย” “ออปโป้” “วีโว่” และ “เสี่ยวหมี่”

“ปาร์ค ซอง-ซุน” นักวิเคราะห์ของเคป อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตีส์ ระบุว่า ชาวจีนหันมาซื้อสมาร์ทโฟนราคาถูกของแบรนด์ภายในประเทศ ขณะที่ตลาดระดับไฮเอนด์ซัมซุงก็ถูกแอปเปิลและหัวเว่ยแย่งตลาด ทำให้โอกาสฟื้นฟูส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาได้น้อย

ขณะที่ “ฟลอร่า ถัง” นักวิเคราะห์ของเคาน์เตอร์พอยต์ ระบุว่า ส่วนแบ่งการตลาดของซัมซุงในจีนลดลงมาตั้งแต่ปลายปี 2016 ส่วนหนึ่งมาจากสมาร์ทโฟนรุ่น “กาแล็คซี่ โน้ต 7” ที่เกิดปัญหาบ่อยครั้ง และการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้าของซัมซุงทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง

นอกจากนี้ นิกเคอิ รายงานว่า การปิดโรงงานของซัมซุงยังมาจากต้นทุนค่าแรงในจีนที่สูงขึ้น และภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ซัมซุงเริ่มย้ายฐานการผลิตหลักไปยัง “เวียดนาม” ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา โดยปัจจุบันเวียดนามเป็นฐานผลิตสมาร์ทโฟนของซัมซุงราว 60% และมีพนักงานราว 2 แสนคนในเวียดนาม

และปีที่แล้ว ซัมซุงยังเปิด “โรงงานโทรศัพท์มือถือใหญ่ที่สุดในโลก” ที่เมืองโนอิดาของ “อินเดีย” ซึ่งเป็นตลาดสมาร์ทโฟนใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยซัมซุงตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 เท่าของการผลิตในอินเดีย

ไม่เพียงซัมซุงเท่านั้น ยังมีบริษัทสมาร์ทโฟนบางรายก็กำลังเตรียมจะย้ายฐานออกจากจีนด้วย อย่าง “โซนี่” ที่กำลังจะปิดโรงงานในปักกิ่งและดำเนินการผลิตเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

ถังระบุว่า การปิดโรงงานในจีนนับเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับบริษัทซัมซุงในการลดความเสียหายและพยุงผลกำไร เพราะโอกาสของธุรกิจสมาร์ทโฟนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียดูสดใสมากกว่าจีน

Previous articleแนะแนวทางปฏิบัติตัว หลีกเลี่ยงป้องกันฝุ่น PM 2.5
Next article“ชิมช้อปใช้” ยาแก้ปวด