“ฟอร์บ” จัดอันดับมหาเศรษฐีรวยสุดในจีน “แจ็ค หม่า” ครองแชมป์มูลค่าทรัพย์สินสูงสุด 2 ปีซ้อน

ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่รุนแรงมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2018 ที่ผ่านมา จนกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ในฐานะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก อย่างไรก็ตามในแต่ละปีจำนวน “มหาเศรษฐีจีน” ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับต้นๆ ของโลกที่ผลิตเศรษฐีออกมาจำนวนมาก

ทั้งนี้ “ฟอร์บส” เปิดเผยอันดับ 10 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในจีนประจำปี 2019 (Forbes China Rich List (2019) เมื่อวานนี้ (7 พ.ย.62) โดยระบุว่า ความมั่งคั่งของเหล่ามหาเศรษฐีจีนที่รวยที่สุดทั้ง 400 คน มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกันเพิ่มขึ้นเป็น 1.29 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 เพิ่มขึ้นจาก 1.06 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2018

ผลสำรวจดังกล่าวระบุว่า “แจ็ค หม่า” ผู้ก่อตั้ง “อาลีบาบากรุป” บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งเพิ่งอำลาตำแหน่งจากตำแหน่งประธานบริษัท เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ยังครองแชมป์เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยมูลค่าสินทรัพย์สูงถึง 38,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 34,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับเศรษฐีจีนที่รวยที่สุดอันดับ 2 ได้แก่ “หม่า ฮั่วเถิง” หรือที่คุ้นหูกันว่า “โพนี่ หม่า” ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเทนเซ็นต์ โฮลดิ้งส์ ผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีน โดยมีสินทรัพย์รวมทั้งหมดที่ 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนอันดับที่ 3 ตามมาด้วย “สวี่ เจียอิ้น” หรืออีกชื่อก็คือ “ฮุย คา ยัน” ประธานเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีน โดยคิดมูลค่าสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 27,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ การจัดอันดับของ “ฟอร์บ” ยังระบุถึงเศรษฐีรายอื่นๆ ที่ติดใน “ท็อป 10” เช่น “ซุน เผียวหยาง” ประธานบริษัทผู้ผลิตยาและเวชภัณฑ์ เจียงซู เหิงรุ่ย เมดิซีน ที่อยู่เป็นอันดับที่ 4 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินที่ 25,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนอันดับ 5 เป็นเศรษฐีนีชาวจีน คือ “หยาง ฮุ่ยเหยียน” ผู้หญิงที่รวยที่สุดในเอเชีย เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และประธานร่วมคันทรี การ์เดน

นอกจากนี้ นายจาง อี้หมิง ซีอีโอแห่งบริษัทไบท์แดนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Tik Tok แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่ง ที่อยู่เป็นอันดับที่ 10 จากการจัดอันดับครั้งนี้ ด้วยมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 16,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Previous articleกรุงไทยเอาด้วย!! ลดดอกเบี้ย2ขา 0.25% ทั้งดบ.เงินกู้ MLR-ดบ.เงินฝากประจำยกเว้นบุคคลธรรมดา มีผล 11 พ.ย.
Next articleแบงก์พาเหรดหั่นดอกเบี้ยกู้ “รายใหญ่-เอสเอ็มอี” รับอานิสงส์ลดภาระ 1.8 หมื่นล้านบาท