ร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น ปรับตัว รับต่างชาติ-เพิ่มค่าจ้าง

ญี่ปุ่นประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมบริการอย่างหนัก โดยเฉพาะในธุรกิจ “ร้านค้าสะดวกซื้อ” สถาบันวิจัยโนมูระเปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2014-2017 แรงงานญี่ปุ่นในระบบลดลงกว่า 20% และคาดว่าจะลดลงอีกเกือบ 20% ภายในปี 2040

เจแปนทูเดย์รายงานอ้างข้อมูลจากสถาบันวิจัยโนมูระของญี่ปุ่นที่สำรวจสถานการณ์ภาพรวมของ “ร้านค้าสะดวกซื้อ” ในญี่ปุ่นว่าแม้จะยังคงเพิ่มจำนวนสาขาต่อเนื่อง แต่ก็มีร้านค้าจำนวนไม่น้อยที่ต้องปิดตัวลง เพราะไม่สามารถหาแรงงานชาวญี่ปุ่นมาทำงานได้ โดยเฉพาะ “กลางคืน”

ขณะนี้เริ่มเห็นพนักงานร้านค้าสะดวกซื้อที่เป็นชาวต่างชาติมากขึ้น โดยในปี 2018 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีการจ้างชาวต่างชาติถึง 40,000 คน ทั้งหมดเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งรัฐบาลอนุญาตให้สามารถทำงานได้สัปดาห์ละ 28 ชั่วโมง และส่วนใหญ่มาจากประเทศเวียดนาม จีน เกาหลีใต้ เนปาล ศรีลังกา และอุซเบกิสถาน

เจ้าของร้านแฟมิลี่มาร์ทแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟชินจุกุกล่าวว่า ต้องปรับตัวจ้างพนักงานชาวต่างชาติแทน และให้ค่าจ้างสำหรับ “กะกลางคืน”สูงกว่ากะทำงานเวลาอื่น โดยมีอัตราจ้างอยู่ที่ 1,300 เยน/ชั่วโมง (ราว 361 บาท) ขณะที่ในพื้นที่รอบนอกเมืองโตเกียว อัตราค่าจ้างจะต่ำกว่าเล็กน้อยอยู่ที่ 958 เยน/ชั่วโมง (ราว 266 บาท)

สอดคล้องกับผลการสำรวจของบริษัท Recruit Jobs ในญี่ปุ่น ที่เปิดเผยว่า เจ้าของร้านค้าสะดวกซื้อในหลายเมืองประกาศรับสมัครงานหาพนักงานพาร์ตไทม์ที่เป็นนักเรียน/นักศึกษาชาวต่างชาติมากขึ้น ขณะที่อัตราค่าจ้างพนักงานฟูลไทม์ ซึ่งรับเฉพาะชาวญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มขึ้น 10% หากเทียบกับเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าที่อยู่ในย่านเศรษฐกิจสำคัญ และใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งโดยเฉลี่ยค่าจ้างจะอยู่ที่ 1,500-1,800 เยน/ชั่วโมง (ราว 416-500 บาท) แล้วแต่พื้นที่

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มอัตราค่าจ้างให้กับพนักงาน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประชากรญี่ปุ่นออกมาใช้จ่ายกันน้อยลง และเลือกที่จะซื้อของผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ทำให้ร้านค้าหลายแห่งไม่สามารถทำกำไรได้

“แฟมิลี่มาร์ท” เป็นเชนร้านคอนวีเนียนสโตร์ของญี่ปุ่นรายล่าสุดที่เตรียมจะปรับแผนธุรกิจ ตามหลังเซเว่นอีเลฟเว่น และลอว์สัน โดย “ทาคาชิ ซาวาดะ” ประธานแฟมิลี่มาร์ท ยืนยันว่าจะอนุญาตให้เจ้าของแฟรนไชส์ทั่วประเทศเปิดให้บริการในเวลาที่สั้นลง ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2020 เป็นต้นไป โดยสามารถปิดให้บริการในช่วงเวลา 23.00 น. ถึง 07.00 น.

หรือสามารถเปิดให้บริการเวลาสั้นลงทุกวันอาทิตย์ หรือหยุดให้บริการทุกวันอาทิตย์ โดยเจ้าของแฟรนไชส์สามารถตัดสินใจได้เอง และแจ้งให้บริษัทแม่รับทราบล่วงหน้า ปัจจุบันแฟมิลี่มาร์ทมีร้านค้าอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น 16,000 แห่ง

จากการสำรวจของแฟมิลี่มาร์ท ในปี 2017-2018 พบว่า ชาวญี่ปุ่นสูงอายุจับจ่ายใช้สอยกันน้อยลง ขณะที่กลุ่มวัยทำงานก็หันมาใช้บริการช็อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น ส่วนวันอาทิตย์ชาวญี่ปุ่นเลือกที่จะใช้เวลาในบ้านมากกว่าออกไปข้างนอก และยังมีบางกลุ่มที่ยังคงทำงานอยู่

“กลุ่มนักท่องเที่ยว” ที่แม้จะเดินทางเข้ามาในญี่ปุ่นมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่นิยมซื้อของจากในห้างสรรพสินค้าที่มีซูเปอร์มาร์เก็ต ส่งผลให้ร้านค้าสะดวกซื้อหลายแห่งที่อยู่บริเวณใกล้กับช็อปปิ้งมอลล์ต้องปิดกิจการลง

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติมที่นี่… ญี่ปุ่นวิกฤต “แรงงาน” เซเว่นฯแก้เกมไม่เปิด 24 ชม.

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ