TikTok ประกาศหยุดให้บริการใน “ฮ่องกง” หวั่นโลกแบนมีเอี่ยวรัฐบาลจีน

REUTERS/Dado Ruvic

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า “ติ๊กต็อก” (TikTok) จะยุติการให้บริการในฮ่องกง หลังจากที่รัฐบาลจีนประกาศบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ในฮ่องกง ทำให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จำนวนมากแสดงความไม่มั่นใจต่อสิทธิเสรีภาพภายในเมือง และประกาศยุติการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานตำรวจของฮ่องกงด้วย

โฆษกติ๊กต็อกเปิดเผยว่า “จากเหตุการณ์ล่าสุด เราได้ตัดสินใจยุติการดำเนินการแอปพลิเคชั่นติ๊กต็อกในฮ่องกง” แต่ยังคงไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า “ไบต์แดนซ์” (ByteDance) บริษัทแม่ของติ๊กต็อกจะดำเนินการอย่างไรต่อไปสำหรับผู้ใช้งานในฮ่องกง

ทั้งนี้ ไบต์แดนซ์ไม่ได้มีการให้บริการแอปพลิเคชั่น “ติ๊กต็อก” ในจีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากมาตรการเซนเซอร์สื่อโซเชียลมีเดียของรัฐบาลจีน แต่มีการให้บริการแอปพลิเคชั่น “เตาอิน” (Douyin) ในจีนแผ่นดินใหญ่แทน การยุติการให้บริการติ๊กต็อกในฮ่องกงครั้งนี้ เป็นที่จับตามองว่าไบต์แดนซ์จะให้บริการแอปพลิเคชั่นเตาอินในฮ่องกงแทนที่ติ๊กต็อกหรือไม่

ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา “เควิน  มาเยอร์” อดีตผู้บริหารระดับสูงของดิสนีย์ได้เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอของติ๊กต็อก ทำให้กลายเป็นที่จับตามองกันว่า บริษัทกำลังพยายามแยกตัวออกห่างจากรัฐบาลจีนด้วยการจ้างงานผู้บริหารสัญชาติอเมริกัน ท่ามกลางแรงตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมิรกาและจีนเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา “ไมก์ ปอมเปโอ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐได้เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจาณาการแบนติ๊กต็อกและแอปพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ของจีน โดยระบุว่า ข้อมูลของผู้ใช้งานมีความเสี่ยงถูกสอดแนมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน แต่ติ๊กต็อกได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวทั้งหมด โดยยืนยันว่าศูนย์ข้อมูลของบริษัทอยู่นอกประเทศจีนทั้งหมด และไม่มีข้อมูลอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายจีน

ปัจจุบันติ๊กต็อกได้รับความนิยมอย่างมากนอกประเทศจีน โดยมียอดการดาวน์โหลดทั่วโลกราว 315 ล้านครั้งในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ แต่ล่าสุดอินเดียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ใช้งานติ๊กต็อกสูงที่สุดในโลก ได้ประกาศแบนติ๊กต็อกและแอปพลิเคชั่นต่างชาติจำนวนหนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยและบูรณภาพของชาติ หลังจากที่เกิดการปะทะกันระหว่างทหารของจีนและอินเดียบริเวณพรมแดนก่อนหน้านั้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ