อดีตผู้บริหารกูเกิลเตือนสหรัฐ ระวัง “พลาดท่า” สงครามเทคโนโลยีกับจีน

เอริก ชมิดต์
(Photo by ODD ANDERSEN / AFP)

“เอริก ชมิดต์” อดีตผู้บริหารกูเกิล ส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลสหรัฐ อาจพลาดท่าสงครามเทคโนโลยีให้กับจีน

วันที่ 15 กันยายน 2563 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เกมการต่อสู้เพื่อช่วงชิงอำนาจทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด ภายหลังที่สหรัฐฯ พยายามระดมทุนวิจัยขั้นพื้นฐานเพื่อแข่งขันกับนวัตกรรมรูปแบบใหม่จากจีน จากข้อมูลของ World Economic Forum รายงานว่ าจีนกำลังเข้ามาแทนที่สหรัฐฯ ในฐานะผู้ผลิตและเผยแพร่ผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอันดับต้นๆ ของโลกตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าจีนกำลังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนามากขึ้นเมื่อเทียบกับผลงานของสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อย่างกรณีของ “หัวเว่ย” (Huawei) บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนที่ทุ่มงบประมาณไปกับการวิจัยและพัฒนามากถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในงบประมาณที่สูงที่สุดในโลก โดยการวิจัยและพัฒนานี้ช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีของจีนก้าวหน้าไปสู่การคิดค้นปัญญาประดิษฐ์และ 5G

ดร. เอริก ชมิดท์ ประธานคณะกรรมการนวัตกรรมของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารกูเกิล กล่าวว่า สหรัฐยังคงนำหน้าจีนในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีในตอนนี้ แต่ช่องว่างนั้นแคบลงอย่างรวดเร็ว “จีนให้ความสำคัญกับสิ่งประดิษฐ์และเทคนิค AI ใหม่ ๆ อย่างแท้จริง ซึ่งจีนตามทันแล้วในแง่ของการผลิตและเผยแพร่ผลงานวิจัย”

ดร. ชมิดต์กล่าวว่า ช่องว่างการพัฒนานวัตกรรมของสหรัฐฯและจีนยังคงลดลง เนื่องจากการสนับสนุนเม็ดเงินด้านการวิจัยและพัฒนาของสหรัฐฯ ที่ลดลงเหลือ 2% กว่าของจีดีพีสหรัฐ

ตามข้อมูลของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯระบุว่า ตอนนี้สัดส่วนเงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาต่อจีดีพีลดลงต่ำสุดในรอบ 60 ปี ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันมีความล้าหลัง รวมถึงการพัฒนาทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ลดลง

ดร.ชมิดต์ กล่าวอีกว่า ความสามารถในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ต้องอาศัยแรงงานทักษะจากนานาชาติ ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าทำงานหรือศึกษาต่อในสหรัฐ เนื่องจากการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะสูงและมีบทบาทสำคัญในการแข่งขันระดับโลก อาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของสหรัฐที่ลดลง เพราะขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเพียงพอ รวมถึงผลกระทบจากสงครามเทคโนโลยีของสหรัฐกับจีน

ทั้งนี้จากที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้แบนบริษัทเทคโนโลยีของจีนอย่าง Huawei รวมไปถึงแอปพลิเคชั่น TikTok และ WeChat โดยกล่าวอ้างว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐ ทำให้รัฐบาลของจีนออกมาตอบโต้ถึงการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการกลั่นแกล้งโดยไร้เหตุผล

ดร. ชมิดต์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่สหรัฐแบนเทคโนโลยีจากจีน อาจทำให้จีนมีแนวโน้มทุ่มการลงทุนการผลิตเทคโนโลยีภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน คือ “การเป็นหุ้นส่วนคู่แข่งขัน” ซึ่งสหรัฐฯ จำเป็นต้องร่วมมือและแข่งขันไปพร้อมกันกับจีน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ