จีนสั่งแบน “อาหารทะเลแช่แข็ง” จากยักษ์อินโดฯ หลังตรวจพบเชื้อโควิด-19

(Photo by FREDERIC BROWN / AFP)

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัท พี. ที. ปุตรีอินดาห์ (Pt putri indah) ซึ่งเป็นบริษัทส่งออกสินค้าทะเลแปรรูปรายใหญ่ของอินโดนีเซีย เผชิญปัญหาใหญ่ ภายหลังทางการจีนตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในบรรจุภัณฑ์ของเนื้อปลาแฮร์เทลแช่แข็ง ทำให้กรมศุลกากรของจีนสั่งระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากบริษัท พี. ที. ปุตรีอินดาห์ ทันทีเป็นเวลา 1 สัปดาห์

โดยจากการตรวจสอบอาหารทะเลแช่แข็งทั้งหมดราว 500,000 ตัวอย่าง พบจำนวน 6 ตัวอย่างที่การทดสอบเชื้อไวรัสโคโรน่ามีผลเป็นบวก ขณะที่ทางบริษัทพี. ที. ปุตรีอินดาห์ ยังคงนิ่งเงียบไม่ได้ออกมาชี้แจงใดๆ

ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนได้สั่งห้ามการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป รวมถึงเนื้อสัตว์แช่แข็ง เช่น กุ้งจากเอกวาดอร์ และปีกไก่จากบราซิล ภายหลังตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา รัฐบาลจีนได้ดำเนินมาตรการตรวจสอบบรรจุภัณฑ์อาหารทะเลและภาชนะนำเข้าจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด ทำให้พบที่มาของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่หลายครั้ง

รายงานระบุว่าเมื่อวันเสาร์ (19 กันยายน) ที่ผ่านมา กระทรวงกิจการนาวีและประมงของอินโดนีเซีย ชี้แจงว่า อินโดนีเซียยังสามารถส่งออกอาหารทะเลไปจีนได้ โดยทางการจีนได้ระงับสินค้านำเข้าจากบริษัท พี. ที. ปุตรีอินดาห์เท่านั้น และไม่ได้ห้ามนำเข้าสินค้าทะเลแปรรูปจากบริษัทรายอื่นของอินโดนีเซีย โดยจีนถือเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่สุดในการส่งออกอาหารทะเลของอินโดนีเซีย

โดยมีการส่งออกมากกว่า 168,300 ตันในปี 2019 มูลค่ากว่า 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามสถิติการค้าของอินโดนีเซีย ส่งผลให้ทางการของอินโดนีเซียต้องเร่งตรวจสอบใบรับรองด้านสุขอนามัยจากผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการถูกระงับการนำเข้าจากจีน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ