“ทรัมป์”ป่วนข้อตกลงนิวเคลียร์ เมินเซ็นรับรองประพฤติอิหร่าน “รูฮานี”สวนมะกันนับวันยิ่งโดดเดี่ยวตัวเอง

reuters

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม สำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กำลังทำให้ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านตกอยู่ภาวะปั่นป่วน จากการปฏิเสธที่จะลงนามรับรองว่าอิหร่านได้ปฏิบัติตามพันธกิจที่มีอยู่ในข้อตกลงระหว่างประเทศอันสำคัญนี้ ที่สหรัฐในสมัยรัฐบาลบารัค โอบามา อังกฤษ รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมนี และจีน ได้ร่วมลงนามกันไว้ในปี 2558 เพื่อควบคุมโครงการอาวุธนิวเคลียร์อิหร่าน แลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรที่มีต่ออิหร่าน

ทรัมป์ประกาศท่าทีนี้ที่ทำเนียบขาวสหรัฐเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม โดยยังประณามอิหร่านว่าเป็นระบอบปกครองที่บ้าคลั่ง ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย พร้อมเรียกร้องมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่าน รวมถึงให้จำกัดโครงการขีปนาวุธของอิหร่านที่ในข้อตกลงข้างต้นไม่ได้ครอบคลุมถึง หลังจากเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา อิหร่านประกาศอ้างความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางรุ่นใหม่ของอิหร่านที่มีพิสัยยิงในรัศมี 2,000 กม.

ข่าวระบุว่า ภายใต้กฎหมายสหรัฐกำหนดให้ประธานาธิบดีจะต้องพิจารณารับรองในทุกๆ 90 วันว่าอิหร่านได้ปฏิบัติตามพันธกิจที่มีอยู่ในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งที่ผ่านมาทรัมป์ได้ลงนามรับรองไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ปฏิเสธที่จะรับรองในครั้งที่ 3 ก่อนกำหนดเส้นตายจะหมดลงในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยนับจากนี้สภาคองเกรสสหรัฐมีเวลา 60 วันในการพิจารณาว่าจะฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านขึ้นมาใช้ใหม่หรือไม่ ซึ่งทรัมป์เผยท่าทีชัดเจนว่า ถ้าสภาคองเกรสไม่ทำ ตนจะยกเลิกข้อตกลงนี้ ท่ามกลางความหวั่นเกรงของชาติที่เกี่ยวข้องว่าผู้นำสหรัฐจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

อย่างไรก็ดี นายยูกิยะ อามาโนะ หัวหน้าสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) องค์กรสังเกตการณ์ด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ย้ำว่า อิหร่านอยู่ภายใต้การกำกับของระบบตรวจสอบด้านนิวเคลียร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และอิหร่านกำลังปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มีอยู่

ท่าทีของทรัมป์ถูกตอบโต้ทันควันจากประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน ที่ตอกกลับว่าสหรัฐโดดเดี่ยวตนเองมากกว่าเคย แต่ย้ำว่าอิหร่านยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่มีอยู่ในข้อตกลง

ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน แถลงโต้ทรัมป์ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่าน เมื่อ 13 ตุลาคม (เอเอฟพี)

ด้านนักการทูตในสหภาพยุโรป (อียู) เตือนว่าการเปลี่ยนท่าทีแต่เพียงฝ่ายเดียวในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน อาจสั่นคลอนให้ข้อตกลงนี้ล่มลงได้และจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าด้านนิวเคลียร์ขึ้นอีกในตะวันออกกลาง ขณะที่อังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความห่วงกังวลต่อท่าทีของทรัมป์ และว่า ทั้ง 3 ประเทศยึดมั่นในข้อตกลงนี้

กลุ่มรณรงค์การยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์นานาชาติ หรือไอแคน ที่เพิ่งคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ ร่วมประณามท่าทีของทรัมป์ โดยชี้ว่าจะยิ่งทำให้มีการแพร่ขยายอาวุธมากขึ้น โดยมีเพียงอิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย ที่มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน ที่ออกมาสนับสนุนท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์

 


ที่มา มติชนออนไลน์