เปิดวิสัยทัศน์ ‘ว่าที่’ ผู้นำใหม่ ดับเบิลยูทีโอ ต้อง ‘ปฏิรูป’ !

ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

หากไม่เกิดเหตุเหนือความคาดหมายแบบใหญ่โตมโหฬารขึ้น การประชุม มนตรีองค์การการค้าโลกนัดพิเศษ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ก็จะเป็นการประชุมเพื่อรับรองให้ “เอ็นโกซี โอคอนโจ-อีเวลา” ผู้รับสมัครที่หลงเหลืออยู่เพียงรายเดียว ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลกอย่างเป็นทางการ

ในการลงคะแนนเลือกตั้งหลายรอบที่ผ่านมา โอคอนโจ-อีเวลา กลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะได้รับเลือกเป็นเอกฉันท์ ยกเว้นชาติสมาชิกสำคัญเพียงชาติเดียวที่ยืนกรานปฏิเสธไม่ยอมรับ หันไปสนับสนุน “ยู มยอง ฮี” จากเกาหลีใต้แทน คือ สหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อประธานาธิบดี โจ ไบเดน ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง สหรัฐอเมริกาเปลี่ยนท่าทีหันมาสนับสนุน โอคอนโจ-อีเวลา เต็มตัว ต่อด้วยการถอนตัวของ ยู มยอง ฮี เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทำให้อดีตรัฐมนตรีคลังหญิงคนแรกของไนจีเรีย กลายเป็นว่าที่ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลกคนแรกในรอบ 25 ปี ที่เป็นสตรีและเป็นตัวแทนจากภาคพื้นแอฟริกา

โอคอนโจ-อีเวลา เกิดในไนจีเรียเมื่อปี 1954 ก่อนเดินทางไปศึกษาในสหรัฐจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากฮาร์วาร์ด ปริญญาเอกจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) หลังจากนั้นทำงานอยู่กับธนาคารโลกยาวนานถึง 25 ปี ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ด้านการพัฒนา ก่อนลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังไนจีเรีย สองรอบในปี 2003 และปี 2011 อีกครั้ง

ในไนจีเรียนี่เองที่ โอคอนโจ-อีเวลา สร้างชื่อในฐานะนักต่อต้านคอร์รัปชั่นตัวฉกาจ พร้อม ๆ กับการเป็นนักเจรจาต่อรองที่เชี่ยวชาญเปี่ยมศิลปะ สามารถกล่อมจนชาติเจ้าหนี้ถึงกับยกหนี้สิน 18,000 ล้านดอลลาร์ ให้กับไนจีเรียได้เลยทีเดียว

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่าประสบการณ์ทั้งในสหรัฐอเมริกาและในไนจีเรีย ที่ทำให้เข้าใจในความเป็นจริงของทั้งสองโลก เมื่อบวกกับความสามารถในการเจรจาต่อรอง ส่งผลให้ โอคอนโจ-อีเวลา เหมาะสมอย่างยิ่งกับการทำหน้าที่ผู้อำนวยการดับเบิลยูทีโอในยามนี้


โอคอนโจ-อีเวลาเองเคยแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับองค์กรระหว่างประเทศที่ตนเองกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำเอาไว้ ในการให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า การสะสางเรื่องยุ่งเหยิง ที่ทรัมป์ทำไว้กับดับเบิลยูทีโอ เป็นภารกิจหนึ่งก็จริง แต่ไม่ใช่ภารกิจเดียวแน่นอน

“องค์กรเพื่อการอุทธรณ์ของดับเบิลยูทีโอกับระบบยุติความขัดแย้ง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย นี่คือสิ่งที่ต้องใส่ใจ และปฏิรูปให้ก้าวไปสู่จุดที่สมาชิกทั้งหมด ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ สามารถเชื่อถือ ไว้วางใจและใช้งานระบบนี้ได้ในที่สุด”

โอคอนโจ-อีเวลา ยังมองไกลไปกว่าทรัมป์ ด้วยการชี้ให้เห็นว่าการฟื้นฟูศรัทธาต่อดับเบิลยูทีโอให้เกิดขึ้นได้นั้น จำเป็นต้อง “ปิดช่องว่าง” ที่เกิดขึ้นมากมายอยู่ในเวลานี้

“เกิดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันขึ้นมากมายในดับเบิลยูทีโอ ไม่ใช่แค่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน แต่ยังเกิดขึ้นแม้ระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป แล้วก็เกิดขึ้นระหว่างยุโรปกับจีนอีกด้วย มีแม้กระทั่งความไม่ไว้วางใจระหว่างกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้วด้วยซ้ำ”

เธอชี้ให้เห็นว่า องค์กรระหว่างประเทศไม่เพียงแค่ดับเบิลยูทีโอเท่านั้นที่ตกเป็นเป้าโจมตีจากหลายฝ่าย แม้แต่ความเชื่อเรื่องพหุภาคีเองก็ถูกโจมตีมาบ่อยครั้ง และยิ่งมากขึ้นในช่วง 4 ปีหลังมานี้ เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ โอคอนโจ-อีเวลา ระบุว่า ทำให้เกิดการโจมตีดังกล่าวก็คือ องค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ รวมทั้งดับเบิลยูทีโอ ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 76-77 ปีก่อน หลาย ๆ เหตุการณ์ หลาย ๆ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เมื่อหลายสิบปีก่อนแม้แต่จะจินตนาการ ยังจินตนาการไปไม่ถึง

โอคอนโจ-อีเวลา แสดงความมั่นใจว่า ดับเบิลยูทีโอสามารถทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในทุก ๆ เรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ หรือการกระจายวัคซีนโควิดอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ซึ่งดูเหมือนห่างไกลจากกรอบขององค์กรเหลือเกิน

แต่ก่อนที่ดับเบิลยูทีโอจะสามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ จำเป็นต้องมีการปฏิรูปองค์กรขนานใหญ่ให้ครอบคลุมทั่วถึง

เธอย้ำว่า วิกฤตการณ์โควิดทำให้สถานการณ์ของทั้งโลก ปั่นป่วนทรุดตัวลงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงระยะเวลา 150 ปีที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจต่อลัทธิพหุภาคีเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

“มีแต่เพียงระบบการค้าพหุภาคีเท่านั้น ที่สามารถอำนวยให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นที่ต้องการสำหรับทุกคนได้ ทำให้ทุกคนชนะเหมือน ๆ กันได้”

“และดับเบิลยูทีโอ คือหัวใจของพหุภาคีที่ว่านั้น”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ