ไบเดน พร้อมปกป้องไต้หวัน จีนเตือนสหรัฐฯ ระวังคำพูด การกระทำ

ไบเดนพูดถึงไต้หวัน
REUTERS/Jonathan Ernst TPX IMAGES OF THE DAY

ผู้นำสหรัฐฯ “โจ ไบเดน” ให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐฯจะปกป้องไต้หวัน หากถูกจีนโจมตี ขณะที่จีนโต้กลับสหรัฐฯ ระมัดระวังคำพูด-การกระทำ แนะอย่าส่งสัญญาณผิด ๆ 

วันที่ 22 ตุลาคม 2564 ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า หลังจากถูกถามถึงสองครั้งว่า สหรัฐฯจะปกป้องไต้หวันหรือไม่ หากไต้หวันถูกจีนโจมตี นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบว่า “ใช่ เรามีความมุ่งมั่นที่จะทำเช่นนั้น”

นายไบเดนเคยกล่าวลักษณะนี้มาแล้ว ซึ่งเป็นการสะท้อนว่าสหรัฐฯยังไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีต่อไต้หวัน

ที่ผ่านมา สหรัฐฯได้จัดหาอาวุธให้ไต้หวัน แต่ยังแสดงความคลุมเครือว่าจะเข้าแทรกแซงทางทหารกรณีที่ไต้หวันถูกจีนโจมตีหรือไม่

ภายใต้นโยบายจีนเดียว สหรัฐฯยอมรับการอ้างอธิปไตยเหนือไต้หวันของจีน โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการจีนได้ส่งเครื่องบินรบบินเข้าใกล้เขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (เอดีไอซี) ของไต้หวัน และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวว่า การรวมประเทศระหว่างจีนกับไต้หวันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวรายหนึ่งพยายามชี้แจงว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายใด ๆ ทั้งสิ้น และนโยบายเกี่ยวกับจีนและไต้หวันของสหรัฐฯ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

เจ้าหน้าที่คนเดียวกันนี้ กล่าวด้วยว่า ความสัมพันธ์ในประเด็นการป้องกันการรุกรานระหว่างสหรัฐฯกับไต้หวัน เป็นไปตามกฎหมายความสัมพันธ์กับไต้หวัน

“เราจะรักษาความมุ่งมั่นของเราภายใต้กฎหมายฉบับนี้ เราจะยังคงสนับสนุนการป้องกันตัวเองของไต้หวัน และเราจะยังคงคัดค้านการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดจากการบังคับฝ่ายเดียว”

นายไบเดนกล่าวในวันเดียวกันว่า เขาไม่กังวลเรื่องความขัดแย้งทางทหารโดยเจตนากับจีน แต่กังวลว่าความขัดแย้งทางทหารโดยไม่เจตนาจะเพิ่มขึ้น

เขากล่าวว่า จีน รัสเซีย และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก รู้ว่าเรามีกองทัพที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์โลก เราจึงไม่กังวลว่าประเทศอื่นจะมีอิทธิพลมากขึ้นหรือไม่ แต่กังวลว่าประเทศอื่น ๆ จะเข้าร่วมกิจกรรม ที่ทำให้ตกอยู่ในตำแหน่งที่อาจทำผิดพลาดร้ายแรง หรือไม่


นายไบเดนยังได้อ้างความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนายสี โดยกล่าวว่า เขาไม่ได้ต้องการเข้าสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ

“ผมได้พูดและใช้เวลากับสี จิ้นผิง มากกว่าผู้นำโลกคนอื่น ๆ ผมไม่ต้องการทำสงครามเย็นกับจีน ผมต้องการให้จีนเข้าใจว่า เราจะไม่ถอยหลังกลับ และจะเปลี่ยนแปลงมุมมองของเรา”

จีนไม่ประนีประนอมประเด็นไต้หวัน

ต่อมา เอพี รายงานว่า หลังนายไบเดนแสดงความเห็นผ่านซีเอ็นเอ็น นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้ยืนยันคำกล่าวอ้างที่มีมานานของจีนว่า เกาะไต้หวันเป็นอาณาเขตของจีน ระหว่างการแถลงรายงานสรุปประจำวัน

เมื่อไม่นานมานี้ จีนได้เพิ่มการคุกคาม เพื่อกำราบไต้หวันให้อยู่ภายใต้การควบคุม ด้วยการส่งเครื่องบินรบหลายลำบินเข้าไปใกล้เกาะไต้หวัน และซ้อมการลงจอดบริเวณชายหาด

นายหวัง กล่าวว่า เมื่อพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และผลประโยชน์อันสำคัญที่สุด จึงไม่มีที่ว่างให้จีนประนีประนอมหรือรอมชอม และไม่สมควรมีใครถูกดูหมิ่นในความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เจตจำนงอันแน่วแน่ และความสามารถที่แข็งแกร่งของคนจีน ที่ต้องการปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน

เขากล่าวอีกว่า ไต้หวันเป็นภูมิภาคที่มิอาจแบ่งแยกได้ของจีน ประเด็นเรื่องไต้หวันเป็นเรื่องภายในของจีนเท่านั้น โดยจีนจะไม่ยอมให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง

“สหรัฐฯ ควรระมัดระวังคำพูดและการกระทำที่มีต่อประเด็นไต้หวัน และอย่าส่งสัญญาณผิด ๆ ไปยังกองกำลังแบ่งแยกดินแดนเพื่อเอกราชของไต้หวัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ รวมถึงสันติสุขและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน” นายหวังกล่าว

คำตอบของไต้หวัน

ทางด้านไต้หวัน โฆษกของนางไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน กล่าวว่า สหรัฐฯได้แสดงการสนับสนุนไต้หวันผ่านการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม และไต้หวัน ซึ่งมีประชากร 23 ล้านคน จะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันหรือการกระทำที่ผลีผลาม

นายฉาง ตัน ฮาน โฆษกประธานาธิบดีไต้หวัน กล่าวว่า ไต้หวันจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการปกป้องตนเอง และยังคงทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ ที่มีค่านิยมใกล้เคียงกัน เพื่อสร้างคุณูปการต่อสันติภาพและเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวันและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

จีน ไต้หวัน สหรัฐฯ

จีนและไต้หวันแยกจากกันในช่วงสงครามกลางเมืองในปี 2492 ขณะที่สหรัฐฯได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวันในปี 2522 เพื่อแสดงการยอมรับทางการจีน ในเวลานั้นสหรัฐฯไม่ได้แสดงการคัดค้านการที่จีนอ้างสิทธิเหนือไต้หวัน แต่ให้คำมั่นตามกฎหมาย เพื่อให้เกาะแห่งนี้สามารถปกป้องตนเองและจัดการกับภัยคุกคามทั้งหมดที่เป็น “ความกังวลอย่างยิ่ง”

ภายใต้การปกครองของนายสี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของจีน ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์และผู้นำกองทัพด้วย จีนได้เพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวัน ทั้งทางทหาร การทูต และเศรษฐกิจ

เห็นได้ชัดจากในช่วงวันชาติจีน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งจีนได้ส่งเครื่องบินทหาร บินมาทางตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน ทำให้ไต้หวันต้องนำเครื่องบินขึ้นบินขึ้นสกัด และเปิดใช้งานระบบขีปนาวุธป้องกันทางอากาศ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ จีนยังได้จัดการฝึกลงจอดที่ชายหาดบริเวณช่องแคบไต้หวัน ซึ่งมีความกว้าง 160 กิโลเมตร โดยนางไช่ได้กล่าวถึงการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการเตือนฝ่ายบริหารของตน

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ