โรฮีนจาฟ้อง “เฟซบุ๊ก” เรียกค่าเสียหาย 1.5 แสนล้านเหรียญ

โรฮิงญาฟ้อง 'เฟซบุ๊ก' เรียกค่าเสียหาย 150 พันล้านเหรียญ
FILE PHOTO : Reuters

ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจายื่นฟ้องบริษัทแม่เฟซบุ๊ก ฐานไม่จัดการ Hate speech ที่มีส่วนทำให้เกิดความรุนแรง

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮีนจาได้รวมตัวกันยื่นฟ้องบริษัทเมตา (Meta Platforms) ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กต่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเรียกร้องค่าเสียหาย 1.5 แสนล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าเฟซบุ๊กล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการสกัดกันคำพูดแสดงความเกลียดชังบนแพลตฟอร์ม เป็นเหตุให้ความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยโรฮีนจามีความเสี่ยงมากขึ้น

“อัลกอริธึมของเฟซบุ๊กมีส่วนส่งเสริมการบิดเบือนข้อมูลและความคิดสุดโต่งในโลกแห่งความเป็นจริง เฟซบุ๊กเปรียบเสมือนหุ่นยนต์ที่ตั้งโปรแกรมด้วยภารกิจเดียวคือ การเติบโตทางผลกำไร … ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ การเติบโตของเฟซบุ๊ก มีส่วนให้เกิดความเกลียดชัง แตกแยก เป็นแหล่งข้อมูลเท็จ ซึ่งทำให้ชีวิตชาวโรฮีนจานับแสนคนต้องถูกทำลาย” เอกสารฟ้องระบุ

ที่ผ่านมาชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮีนจาในเมียนมา ต้องเผชิญการกีดกัดและเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรง จากรายงานของคณะผู้ตรวจสอบสหประชาชาติชี้ว่า ปฏิบัติการกวาดล้างชาวโรฮีนจาโดยกองทัพเมียนมา เข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (genocide) ส่งผลให้ชาวโรฮีนจาหลายแสนต้องอพยพหนีตายข้ามพรมแดนไปยังบังกลาเทศตั้งแต่ปี 2560 และยังคงอาศัยรวมกลุ่มเป็นชุมชนขนาดใหญ่ภายในค่ายผู้ลี้ภัย ขณะที่บางส่วนซึ่งยังอาศัยในเมียนมาก็ยังคงเผชิญการถูกเลือกปฏิบัติและไม่ได้รับความเป็นพลเมือง ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง

เอกสารคำฟ้องยังระบุอีกว่า “อัลกอริธึมของเฟซบุ๊กมีส่วนชักจูงให้ผู้ใช้งานที่เห็นดีเห็นงามกับผู้ใช้งานที่มีความคิดสุดโต่ง ส่งเสริมการเกิดความรุนแรง ทั้งเปิดโอกาสให้บรรดานักการเมืองตลอดจนทหารที่อยู่ฝ่ายเผด็จการกองทัพมาฉวยผลประโยชน์”

เฟซบุ๊กถูกวิพากษ์วิจารณ์มานาน ว่าไม่มีมาตรการป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่ดีพอ หลายครั้งที่ผู้ใช้งานเตือนเรื่องข้อความเกลียดชัง แต่บริษัทยังคงเพิกเฉย

นักสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มได้ฟ้องร้องเฟซบุ๊กในหลายกรณี เกี่ยวกับการแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จซึ่งกระทบต่อชีวิตของชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ไม่เพียงเฉพาะชาวโรฮีนจา ยังรวมถึงชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ไปจนถึงการมีส่วนต่อการบั่นทอนกระบวนการเลือกตั้งในประเทศประชาธิปไตยหลายชาติ ซึ่งข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลมักถูกแชร์และโหมกระพือในกลุ่มคนที่มีความคิดแบบเดียวกัน


ก่อนหน้านี้ ฟรานเชส เฮาแกน อดีตพนักงานเฟซบุ๊กซึ่งออกมาแฮข้อมูลวงในจนกลายเป็นประเด็นนั้น เธอกล่าวว่า ยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียทราบดีถึงปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน และการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานนับพันล้านบัญชี ทว่าบริษัทเห็นแก่ผลกำไรทางธุรกิจมากกว่าพยายามสกัดปัญหาเหล่านี้

อย่างไรก็ดี ตามกฎหมายสหรัฐให้ความคุ้มครองต่อบริษัทสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ทำให้ไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายต่อคอนเทนต์ที่ผู้ใช้นำมาโพสต์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ