Apple ปิดสาขาในนครนิวยอร์ก-เข้มจำกัดนักช็อป หลังโอไมครอนพุ่ง

Angela Weiss / AFP

แอปเปิลปิดสาขาทั่วเมืองนิวยอร์ก หลังรัฐนิวยอร์กติดโควิดสูงสุดในสหรัฐ ยอดผู้ป่วยเด็กเข้ารักษาในโรงพยาบาลพุ่ง

วันที่ 29 ธันวาคม 2564 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า จากสถานการณ์ยอดติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่พุ่งสูงในสหรัฐ โดยข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) พบว่า ช่วงสัปดาห์จนถึง ณ วันที่ 24 ธ.ค. พบเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีติดเชื้อโควิดเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเฉลี่ย 262 รายต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 35% จากสัปดาห์ก่อนหน้า

ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายวันทั้งประเทศข้อมูล ณ วันที่ 27 ธ.ค. พุ่งสูงถึงกว่า 543,000 ราย จำนวนกว่า 58% เป็นเชื้อไวรัสโอไมครอน อย่างไรก็ดี จนถึงตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้นกวาสายพันธุ์ก่อนหน้านี้

เฉพาะรัฐนิวยอร์กทำลายสถิติยอดติดโควิดพุ่งสูงกว่าพื้นที่อื่นของประเทศ เพียงวันคริสต์มาสอีฟวันเดียวพบติดเชื้อใหม่ถึง 49,708 จากการเปิดเผยของสำนักงานผู้ว่าการรัฐ ยอดโควิดรายใหม่ในพื้นที่นครนิวยอร์กพุ่งสูงถึง 600% ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนครนิวยอร์กพบติดเชื้อเพิ่ม 18,368 ราย เมื่อวันจันทร์ และมีอัตราตรวจพบโรคโควิดเป็นบวก เฉลี่ย 7 วันอยู่ที่ราว 12.63 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันอาทิตย์ นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เชื่อว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิดจะพึ่งแตะระดับสูงสุดในไม่ช้านี้

ด้วยสถานการณ์ระบาดในพื้นที่นครนิวยอร์ก เป็นเหตุให้โฆษกของบริษัทแอปเปิล อิงค์ (Apple Inc.) ประกาศปิดให้บริการร้านแอปเปิ้ลสโตร์ 16 สาขาครอบคลุมพื้นที่ของนครนิวยอร์กชั่วคราวในย่านแมนฮัตตัน บรู๊คลิน เดอะบรองซ์ และเกาะสแตเทน จำนวนนี้รวมถึงสาขาแฟลกชิพอย่าง เอาท์เล็ท ฟิฟท์ อเวนิว, แกรนด์เซ็นทรัล และโซโห โดยจะเปิดบริการเฉพาะลูกค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์เข้ามารับสินค้าที่ร้านเท่านั้น

คำแถลงของแอปเปิ้ลระบุว่า “เรายังคงมุ่งมั่นในแนวทางความปลอดภัยที่ครบคลุมของทีม ซึ่งรวมถึงมาตรตรวจเชื้อ และการทำความสะอาดร้านค้าสม่ำเสมออย่างเข้มงวด”

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แอปเปิลได้ประกาศปิดร้านแอปเปิ้ลสโตร์ 3 สาขาในสหรัฐฯ และแคนาดา หลังพบยอดการติดเชื้อโควิด-19 ที่สูงขึ้น เป็นเหตุให้เมื่อสองสัปดาห์ก่อนแอปเปิ้ลได้ยกระดับให้ร้านค้าทุกแห่งในสหรัฐฯ บังคับให้ผู้เข้าใช้บริการและพนักงานต้องสวมหน้ากากอนามัย พร้อมกับบังคับใช้มาตรการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการในบางสาขาเพื่อลดความเสี่ยงของไวรัส


ส่วนงานเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ย่านไทมส์สแควร์ หน่วยงานนครนิวยอร์กยังคงเดินหน้าจัดงานตามกำหนดเดิม เพียงแต่ลดขนาดจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานในพื้นที่