“เสวนาพย็องชัง” ถกปัญหาสิ่งแวดล้อมและประชากรโลก รับโอลิมปิก 9 ก.พ. ปี 2018

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดคังว็อน สาธารณรัฐเกาหลี จังหวัดเจ้าภาพจัดงานกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งที่ 23 ได้ประกาศเปิดตัว “งานเสวนาพย็องชังเพื่อโลกและประชากรโลก” ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระดับนานาชาติว่าด้วยเรื่องการปกป้องโลกและสิ่งแวดล้อม อันเป็นประเด็นสำคัญเร่งด่วน โดยอำเภอพย็องชัง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานโอลิมปิกครั้งนี้ ตั้งอยู่ในจังหวัดคังว็อนที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขา ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศเปิดตัวงานเสวนานี้ในการประชุม ณ สำนักงานใหญ่องค์กรสหประชาชาติในมหานครนิวยอร์ก

งานเสวนาพย็องชังครั้งแรกจะจัดขึ้นในกรุงโซลสองวันก่อนพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ปี 2018 และมีผู้นำโลกด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาเข้าร่วมงาน โดยมี ดร. ลีซังมุก นักวิทยาศาสตร์เกาหลีชื่อดัง เป็นประธานคณะกรรมการเตรียมความพร้อมการจัดงานเสวนาในครั้งนี้ ทั้งนี้ เสวนาหัวข้อเกี่ยวกับอนาคตต่างๆ ในงานจะเปิดโอกาสให้ประชาคมโลกได้ร่วมอภิปรายประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมไปถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติด้วย


นายชอยมุนซุก ผู้ว่าการจังหวัดคังว็อน กล่าว ณ องค์กรสหประชาชาติ ว่าคณะผู้จัดงานมุ่งมั่นให้งานโอลิมปิก ฤดูหนาวปี 2018 ที่จะมาถึงเป็นงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด และจะสานต่องานด้านสิ่งแวดล้อมผ่านทางงานเสวนาพย็องชัง โดยกล่าวว่า “เราทุกคนล้วนเป็นพลเมืองโลกที่โยงใยถึงกันผ่านกีฬา วัฒนธรรม และการศึกษา”

“โลกทัศน์ใหม่เพื่อความยั่งยืน” นอกจากจะเป็นแนวคิดของกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้แล้ว ยังเป็นสิ่งที่ผู้จัดงานยึดถือตลอดระยะช่วงเตรียมงาน ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยลง อีกทั้งยังส่งผลให้คณะผู้จัดงานเลือกสร้างอาคารและสาธารณูปโภค “สีเขียว” อันรวมถึงรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมระหว่างกรุงโซลและอำเภอพย็องชังด้วย

กีฬาโอลิมปิก ณ อำเภอพย็องชัง ครั้งนี้แสดงให้เห็นประจักษ์ว่า งานกีฬาและความบันเทิงขนาดใหญ่และโด่งดังที่สุดก็สามารถจัดให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ ภายหลังงานสิ้นสุดลง อาคารที่ยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมเหล่านี้จะกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกและเป็นศูนย์กีฬาแห่งใหม่ในเอเชีย ให้ทุกคนในภูมิภาคได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมสันทนาการสนุกสนานไปอีกนานนับปี

นายชอย ผู้ว่าการจังหวัดคังว็อน กล่าวเสริมว่า “งานเสวนาพย็องชังนี้เป็นเครื่องย้ำเตือนว่ากิจกรรมที่เราทำเพื่อโลกและสิ่งแวดล้อมต้องทำดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่จัดขึ้นเป็นงานฉลองยิ่งใหญ่อลังการเช่นที่จะได้เห็นในงานโอลิมปิกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”