เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

เพกาซัส สปายแวร์ : 8 นักวิชาการ-นักกิจกรรมการเมืองยื่นฟ้อง เอ็นเอสโอ หลังถูกสอดแนม-ละเมิดสิทธิส่วนตัว

17 พ.ย. 2565 | 05:16น.

นักวิชาการและนักกิจกรรมทางการเมืองรวม 8 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีแพ่ง ต่อเอ็นเอสโอ กรุ๊ป (NSO Group) ผู้คิดค้นและผลิตสปายแวร์ “เพกาซัส” (Pegasus) เรียกค่าเสียหายรวม 8.5 ล้านบาท หลังถูกล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขั้นร้ายแรงจากการสอดแนมข้อมูลส่วนตัวในสมาร์ทโฟน

การลุกขึ้นมาฟ้องดำเนินคดีแพ่งจากบริษัทสัญชาติอิสราเอลของคนไทยกลุ่มนี้ เกิดขึ้นหลังโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ร่วมกับ ดิจิทัลรีช (DigitalReach) และเดอะซิตีเซนแล็บ (The Citizen Lab) เปิดเผยผลการสอบสวนเมื่อ ก.ค. 2565 ว่ามีคนไทยอย่างน้อย 35 คน ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีโดยเพกาซัส

จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ที่ได้รับอีเมลแจ้งเตือนจากบริษัทแอปเปิล และผู้ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงว่าอาจถูกรัฐบาลสอดส่องโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายราว 200 คน/เลขหมาย พบว่า การเจาะข้อมูลของสปายแวร์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563 ถึง พ.ย. 2564 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ของ “คณะราษฎร/ราษฎร”

สำหรับผู้ถูกล้วงข้อมูลโดยเพกาซัส ประกอบด้วย นักกิจกรรมทางการเมือง 24 คน นักการเมืองฝ่ายค้าน 5 คน นักวิชาการ 3 คน และเจ้าหน้าที่ขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน 3 คน

เพกาซัสจะเจาะเข้าระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) และแอนดรอยส์ แล้วล้วงเอาข้อมูลต่าง ๆ อาทิ ข้อความสนทนา รูปภาพ อีเมล บันทึกการโทร จับภาพจากกล้อง เปิดไมโครโฟนเพื่อดักฟังการสนทนาชนิดที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลการใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ ทั้งเฟซบุ๊ก, วอตส์แอป, อินสตาแกรม, สไกป์ รวมถึงโมบายแบงก์กิงด้วย

แกนนำราษฎร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายฟ้องของ 8 คนไทยที่ตกเป็น “เหยื่อเพกาซัส” นำโดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ สรุปมูลเหตุฐานละเมิดจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อโจทก์ เป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขั้นร้ายแรง ซึ่งไม่มีกฎหมายฉบับใดในประเทศไทยให้อำนาจทั้งรัฐและเอกชนที่จะล้วงข้อมูลในโทรศัพท์เช่นนี้ได้

“เป็นการทำลายความเป็นส่วนตัวของโจทก์โดยสิ้นเชิง และเมื่อสปายแวร์เจาะเข้ามาในโทรศัพท์ครั้งหนึ่งแล้ว ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีจำกัดเวลา ทำให้โจทก์ทั้ง 8 คนได้รับความเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งเป็นความเสียหายอันไม่ใช่ตัวเงิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446”

โจทก์ทั้ง 8 คนจึงฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายรวม 8.5 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าเสียหายจากการถูกล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวคนละ 1  ล้านบาท รวมเป็นเงิน 8 ล้านบาท และค่าเสียหายจากการติดตามศึกษาตรวจสอบการใช้สปายแวร์ 5 แสนบาท

สำหรับ 8 คนไทยที่ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องบริษัทเอ็นเอสโอ ประกอบด้วย

  • นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ พบหลักฐานถูกเจาะข้อมูล 10 ครั้ง
  • นายอานนท์ นำภา นักกิจกรรมการเมือง และทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ถูกเจาะข้อมูล 5 ครั้ง
  • นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ กลุ่ม “ทะลุฟ้า” ถูกเจาะข้อมูล 3 ครั้ง
  • น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล กลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ถูกเจาะข้อมูล 4 ครั้ง
  • รศ.ดร. พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกเจาะข้อมูล 5 ครั้ง
  • นายณัฐชนน ไพโรจน์ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ถูกเจาะข้อมูล 1 ครั้ง
  • นายเดชาธร บำรุงเมือง หรือ “ฮอคกี้” กลุ่ม “แร็ปต้านเผด็จการ (Rap Against Dictatorship) ถูกเจาะข้อมูล 1 ครั้ง
  • น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ ถูกเจาะข้อมูล 1 ครั้ง
ฟ้องเอ็นเอสโอ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นายยิ่งชีพกล่าวว่า การฟ้องคดีในครั้งนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อจะได้รับเงินชดเชยสำหรับตัวเอง แต่ต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมีส่วนรับผิดชอบ และต้องการสร้างบรรทัดฐานว่าการใช้สปายแวร์เป็นสิ่งผิด อย่างไรก็ตามเอ็นเอสโอมีที่ตั้งในต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ในที่ตั้งหมายศาลไทย จำเลยอาจไม่เข้ามาในคดีก็ได้ แต่ถึงกระนั้นกระบวนการพิจารณาของศาลแพ่งก็ดำเนินต่อไปได้

“เราอยากชนะแพ่ง แต่อาจไม่ได้เงิน แต่ถ้ามีการประกาศอย่างเป็นทางการโดยศาลว่ามีสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงบนโลก เป็นสิ่งที่ผิด เราก็ยังรู้สึกเหมือนได้รับความยุติธรรมบ้าง” นายยิ่งชีพกล่าวกับบีบีซีไทย

ผู้จัดการไอลอว์ระบุด้วยว่า ต้องการ “เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ในระดับโลก” เพราะประเทศอื่น ๆ ค้นพบสปายแวร์นี้และฟ้องคดีไปนานแล้ว ในระดับโลก เอ็นเอสโอถูกกดดันจากหลายประเทศ จนประกอบกิจการค้าขายได้ลำบาก แต่ในไทย พอไม่มีคดีความ ก็ยังมาประกอบกิจการได้

นอกจากยื่นฟ้องบริษัทผู้ผลิตสปายแวร์แล้ว นายยิ่งชีพยังเปิดเผยด้วยว่า ผู้เสียหายหลายคนเตรียมยื่นฟ้องรัฐบาลไทยในฐานะผู้สั่งซื้อและใช้สปายแวร์นี้ เป็นคดีต่อศาลปกครองอีกคดีหนึ่ง เพื่อให้ยุติการใช้งานสปายแวร์นี้กับพลเมือง และเรียกค่าเสียหายจากรัฐ คาดว่าจะยื่นฟ้องได้อย่างช้าเดือน ม.ค. 2566 ในระหว่างทางหากได้คำพิพากษาศาลแพ่งมา ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการไต่สวนในชั้นศาลปกครอง

สำหรับหน่วยงานของรัฐที่คาดว่าจะถูกยื่นฟ้องคดีปกครองตามการเปิดเผยของนายยิ่งชีพคือ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ก.ค. 2565 ส.ส. พรรคฝ่ายค้านเคยอภิปรายรัฐบาล กรณีใช้สปายแวร์เพกาซัสสอดแนมประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมือง ในจำนวนนี้เป็นนักการเมืองสังกัดพรรคก้าวไกล/คณะก้าวหน้า รวม 5 คน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า รู้ว่ามีจริง เคยศึกษา แต่ดีอีเอสไม่ใช่คนทำเรื่องนี้ เพราะไม่มีอำนาจ

“เท่าที่ผมทราบ มันจะเป็นงานด้านความมั่นคงหรือด้านยาเสพติด ถ้าต้องไปจับคนร้ายยาเสพติด ท่านก็ต้องไปดักฟังว่าเขาจะส่งยาที่ไหนอะไรอย่างนี้นะครับ ผมเข้าใจว่ามีการใช้ในลักษณะแบบนี้ แต่มันลิมิต (จำกัด) มาก ต้องเกี่ยวกับคดีพิเศษ คดีสำคัญที่ต้องดักฟังพ่อค้ายาเสพติด ผมก็ได้ยินว่ามี” นายชัยวุฒิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านกลางสภาเมื่อ 19 ก.ค.

ทว่าในวันที่ 20 ก.ค. รมว.ดีอีเอสชี้แจงใหม่ว่า ไม่ได้บอกว่ามีในประเทศไทย เพียงแต่บอกว่าศึกษาและรู้ว่ามีระบบนี้อยู่เท่านั้น และขออย่าบิดเบือนคำพูดของเขา

อภิปราย

ที่มาของภาพ, พรรคก้าวไกล

ต่อมา ส.ส. พรรคก้าวไกลได้เปิดเผยเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 พบว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้เสนอโครงการระบบรวบรวมและประมวลผลข่าวกรองชั้นสูง ภายใต้วงเงินงบประมาณ 350 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการยิงมัลแวร์เข้าไปยังอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือเป้าหมาย ทั้งนี้ในเอกสารเสนอของบได้ระบุถึงซอฟต์แวร์ เอเจนต์ (Software Agent) ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์เป้าหมาย ซึ่งคุณสมบัติคล้ายกับสปายแวร์เพกาซัส ซึ่งภายหลังข้อมูลชุดนี้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติไม่อนุมัติงบประมาณก้อนนี้ให้ ตร.

ในระหว่างปี 2560-2565 มีการฟ้องดำเนินคดีกับเอ็นเอสโอ กรุ๊ป ผู้ผลิตเพกาซัส อย่างน้อย 11 กรณี ซึ่งรวมถึงกรณีบริษัทแอปเปิล และเฟซบุ๊ก ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอ็นเอสโอ ในข้อหาใช้ซอฟต์แวร์ของบริษัทละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้งาน ด้วย

ขณะเดียวกันมีการฟ้องรัฐบาลที่อยู่เบื้องหลังการใช้งานสปายแวร์นี้ในอย่างน้อย 7 ประเทศ

บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลจากเดอะ ซิตีเซนแล็บ พบว่า มีการฟ้องร้อง/ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีการใช้สปายแวร์เพกาซัส ในอย่างน้อย 11 ประเทศทั่วโลก ประกอบด้วย ประเทศอิสราเอล, สเปน, ฝรั่งเศส, ฮังการี, โปแลนด์, อาเซอร์ไบจาน, สหรัฐฯ, อินเดีย, สหราชอาณาจักร, ไซปรัส และเม็กซิโก อย่างไรก็ตามยังไม่มีคำพิพากษาแต่อย่างใด

รู้จัก เอ็นเอสโอ กรุ๊ป

เอ็นเอสโอ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

  • ปี 2553 ก่อตั้งบริษัท โดยชื่อเอ็นเอสโอย่อมาจากอักษรตัวแรกของชื่อผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท 3 คน ได้แก่ นิฟ คาร์ก (Niv Karm), ชาเลฟ ฮูลิโอ (Shalev Hulio) และ ออมรี ลาวี (Omri Lavie) ทว่านิฟ คาร์ก ได้ขอถอนตัวหลังก่อตั้งบริษัทได้ไม่นาน
  • ฟอร์บสแมกกาซีน และไซเบอร์แมกกาซีน รายงานตรงกัน เชื่อว่าผู้ก่อตั้งเอ็นเอสโอเป็นอดีตสมาชิกหน่วยข่าวกรองที่ 8200 ภายใต้สังกัดกระทรวงกลาโหมอิสราเอล เช่นเดียวกับผู้ประกอบการด้านความปลอดภัยอีกหลายรายของประเทศ
  • เอ็นเอสโอให้คำจำกัดความองค์กรผ่านหน้าเว็บไซต์ของบริษัทว่า พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อป้องกันและสืบสวนการก่อการร้ายและอาชญากรรม
  • ปี 2557  ฟรานซิสโก พาร์ทเนอร์ส บริษัทเอกชนสัญชาติอเมริกันที่มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี  เข้าซื้อหุ้นของเอ็นเอสโอคิดเป็นมูลค่า 120 ล้านดอลลาร์ ซึ่งผ่านไปเพียง 1 ปี รอยเตอร์รายงานว่า ฟรานซิสโก พาร์ทเนอร์ส วางแผนขายเอ็นเอสโอซึ่งในเวลานั้นมีมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างรายได้ปีละ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2561 เอ็นเอสโอกรุ๊ปถูกระบุถึงในรายงานของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ว่าบริษัทให้ความช่วยเหลือรัฐบาลซาอุดิอาระเบียในการสอดแนมนักเคลื่อนไหวขั้วตรงข้ามรัฐบาล สอดคล้องกับรายงานของเดอะซิตีเซนแลบเมื่อ ต.ค. ปีเดียวกันที่ว่า หนึ่งในนักวิจัยของพวกเขาตกเป็นเป้าหมายติดตาม โดยที่เชื่อมโยงกับบริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติอิสราเอล
  • เดือน ก.ค. 2564 สื่อมวลชน 17 สำนักใน 10 ประเทศทั่วโลก รายงานข่าวโดยอ้างผลการสอบสวนของฟอร์บิดเดน สตอรีส์ และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือที่รู้จักในชื่อ “เพกาซัสโปรเจกต์” (Pegasus Project) พบว่า มีเบอร์โทรศัพท์ 50,000 เลขหมายที่เชื่อว่าตกเป็นเป้าหมายการสอดแนมของลูกค้าบริษัทเอ็นเอสโอ ทั้งนี้โทรศัพท์ที่ถูกแฮก/อยู่ในข่ายโดนแฮก มีทั้งหมายเลขของผู้นำประเทศ สมาชิกราชวงศ์ นักการทูต นักธุรกิจ นักการเมือง นักข่าว และนักกิจกรรมการเมือง
เพกาซัส

ที่มาของภาพ, Thai New Pix

  • เอ็นเอสโอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยกล่าวว่า ซอฟต์แวร์ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อใช้สอดส่องอาชญากรและผู้ก่อการร้าย โดยถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานในกองทัพ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยข่าวกรองของประเทศที่มีประวัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ดีเท่านั้น ทั้งนี้แถลงการณ์ของเอ็นเอสโอระบุว่า การสืบสวนของฟอร์บิดเดน สตอรีส์ และแอมเนสตี้ฯ ที่สื่อหลายสำนักนำมารายงานนั้น “เต็มไปด้วยการคาดเดาผิด ๆ และทฤษฎีที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน”
  • เดือน ส.ค. 2565 เอ็นเอสโอออกแถลงการณ์ว่า บริษัทจะปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ และชาเลฟ ฮูลิโอ จะลาออกจากตำแหนงซีอีโอ โดยมี ยารอน โชฮัต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ขึ้นเป็นผู้นำและบริหารจัดการกระบวนการปรับโครงสร้างองค์กร ทั้งนี้จะมีการ “ตรวจสอบทุกแง่มุมทางธุรกิจ” รวมถึงประสิทธิภาพในการดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าเอ็นเอสโอยังเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีไซเบอร์ชั้นนำของโลก

…….

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สอดแนม