ชงตั้งเขตศก.ชีวภาพแสนล้าน อุตฯดันเข้าครม.เดือนนี้ให้สิทธิภาษีเพียบ
กระทรวงอุตฯเตรียมชงร่างแผนเศรษฐกิจชีวภาพ มูลค่าหลายแสนล้านบาทเข้า ครม.ก.พ.นี้ หลังแก้ผังเมืองสีเขียว จ.ขอนแก่นให้ตั้งโรงงานได้ แถมเปิดช่องแก้กฎหมายอ้อยและน้ำตาลให้ตั้งโรงงานทั่วราชอาณาจักรได้ พร้อมออกมาตรการหนุนทั้งให้สิทธิประโยชน์เพียบ ทั้งภาษี green tax expense นิติบุคคล 5 ปี
นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ได้จัดทำร่างแผนเศรษฐกิจชีวภาพ (bioeconomy) และร่างแผนมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของไทยปี 2561-2570 เสร็จ และเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ก.พ.นี้ ตามแผนจะมีมาตรการเร่งรัดการลงทุนในเขตพื้นที่นำร่อง 3 เขต ได้แก่ 1.เขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) งบฯลงทุน 4,000 ล้านบาท 2.เขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง (นครสวรรค์และกำแพงเพชร) งบฯลงทุน 62,500 ล้านบาท และ 3.เขตพื้นที่ภาคอีสานตอนกลาง (ขอนแก่น) งบฯลงทุน 35,000 ล้านบาท (ดูตาราง) อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการลงทุนในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษชีวภาพในพื้นที่ที่มีศักยภาพเหล่านี้ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณาจะให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
สำหรับร่างมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย ปี 2561-2570 แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ 1.มาตรการกระตุ้นอุปสงค์ทำภายใน 6 เดือน เช่น ออกมาตรการรับรองผลิตภัณฑ์ชีวภาพตาม green tax expense เพื่อส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพของนิติบุคคล เช่น โรงงาน ห้างสรรพสินค้าให้สามารถหักลดค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีนิติบุคคล 5 ปี ปีแรกจะนำร่องกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ PLA และ PBS โดยพิจารณาตามแหล่งที่มาของวัตถุดิบและคุณสมบัติการย่อยสลาย, กำหนดให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยวใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพโดยการทำ MOU กับหน่วยงานรัฐ รวมทั้งรณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
ที่ผ่านมาการจะประกาศเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษชีวภาพต้องเกี่ยวพันกับกฎหมาย และประกาศกระทรวงหลายฉบับที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะพื้นที่นำร่องใน จ.ขอนแก่น ตอนนี้ได้เคลียร์แล้ว โดยภายใน 6 เดือนได้แก่ 1.ปรับปรุงกฎกระทรวงมหาดไทย เพื่ออนุญาตให้ก่อสร้างอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ได้เขตพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับการดำเนินกิจการอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพได้ 2.ปรับปรุง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย 2527 ให้นำน้ำอ้อยไปผลิตสินค้าชนิดอื่นที่ไม่ใช่น้ำตาลได้ และจัดสรรวัตถุดิบ (น้ำอ้อย) ที่เพียงพอและเหมาะสมกับอุตสาหกรรมชีวภาพ 3.ปรับปรุงประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องการให้ตั้งโรงงานที่ใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร 2559 โดยเพิ่มเติมข้อความ “ยกเว้นโรงงานที่ตั้งอยู่เดิมในพื้นที่50 กม.ให้ความยินยอม” 4.เพิ่มบัญชีประเภทกิจการอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ ในบัญชีประเภทโรงงานอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ภายใน 1-5 ปี จะผลักดันภาคการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยี (smart farming)เพื่อรองรับการใช้ในอุตสาหกรรมชีวภาพให้มีปริมาณวัตถุดิบที่เพียงพอ และวิจัยพัฒนาสายพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูง และให้การสนับสนุนศูนย์สัตว์ทดลองที่มีความพร้อมในการขอมาตรฐาน OECD GLP และพัฒนามาตรฐานผู้ตรวจประเมิน รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการผ่านกองทุนพัฒนา SMEs
นายจิรวัฒน์ นุริตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC) กล่าวว่า โครงการนครสวรรค์ biocomplex (NBC) ที่ร่วมทุนกับ บมจ. เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) มีมูลค่า 7,650 ล้านบาท ในเฟสแรกก่อสร้างกลางปี 2561 เสร็จปี 2563 บนพื้นที่ 2,000 ไร่ ประกอบด้วยโรงงานผลิตเอทานอล ไฟฟ้าชีวมวล และเฟส 2 ปี 2565-2567 เตรียมร่วมทุนกับญี่ปุ่นและไต้หวันตั้งโรงงานเคมีและพลาสติกชีวภาพ น้ำตาลแคลอรีต่ำ โรงงานอาหารเสริม มูลค่าลงทุน 10,000-30,000 ล้านบาท