เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
Business ‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ 65,050 บาท
รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
Economic รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
Finance ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
ออมสิน เร่งโอนเงินเยียวยาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบใหม่
Finance ออมสิน เร่งโอนเงินเยียวยาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบใหม่
เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
Economic เอกนิติ สั่งเบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หวั่นซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยว-สายการบิน
ประเทศไทยมี ‘iPhone Duo’ แล้ว สาวกแอปเปิลต่อคิวรับเครื่องคึกคัก
Tech ประเทศไทยมี ‘iPhone Duo’ แล้ว สาวกแอปเปิลต่อคิวรับเครื่องคึกคัก
ทองดิ่งหนักจ่อหลุด 4,000 เหรียญ ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน น้ำมันพุ่ง “ทรัมป์” ปัดเจรจาอิหร่าน
Finance ทองดิ่งหนักจ่อหลุด 4,000 เหรียญ ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน น้ำมันพุ่ง “ทรัมป์” ปัดเจรจาอิหร่าน
วิจัยกสิกรไทย ส่องงบฯ แบงก์ ชี้การเติบโตยังระมัดระวัง สินเชื่อ “SMEs-รายย่อย” ยังอ่อนแอ
Finance วิจัยกสิกรไทย ส่องงบฯ แบงก์ ชี้การเติบโตยังระมัดระวัง สินเชื่อ “SMEs-รายย่อย” ยังอ่อนแอ
ภราดร ยันสัปดาห์หน้ายังไม่มีซักฟอก รอเจรจาเลื่อนเป็น พ.ย.-ธ.ค.หรือไม่
Politics ภราดร ยันสัปดาห์หน้ายังไม่มีซักฟอก รอเจรจาเลื่อนเป็น พ.ย.-ธ.ค.หรือไม่
ดูทั้งหมด

ธุรกิจสื่อ…ลุ้นข่าวดี เฟ้นโมเดลใหม่โกยรายได้

08 มี.ค. 2561 | 15:22น.

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

การขยายตัวเทคโนโลยี สื่อดิจิทัล ทำให้สื่อเก่าอย่าง ทีวี วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ ถูกตั้งคำถามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ว่า กำลังจะหายไปจากอุตสาหกรรมสื่อหรือไม่

ถ้าย้อนกลับไปช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่าสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะแมกาซีน ทยอยปิดตัวกันทุก ๆ ปี แม้กระทั่งหัวใหญ่ เปรียว ดิฉัน ขวัญเรือน ก็โบกมือลาแผงไปแล้ว ส่วนสื่อทีวีก็ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่จำนวนคนดูและเม็ดเงินโฆษณากลับสวนทางกัน

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลาย ๆ มิติ ทำให้ผู้ประกอบการสื่อหยุดนิ่งไม่ได้ และพยายามเฟ้นโมเดลใหม่ ลองผิดลองถูก เพื่อสร้างความอยู่รอดและเพิ่มรายได้ให้ตัวเอง

“ถกลเกียรติ วีรวรรณ” ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร สถานีโทรทัศน์ช่องวัน ในฐานะตัวแทนของสื่อทีวี ให้มุมมองว่า วันนี้ พฤติกรรมการรับสื่อผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยหันมาให้ความสำคัญกับสื่อดิจิทัลมากขึ้น ทำให้จำนวนคนดูทีวีลดลง และสื่อทีวีก็ต้องพยายามปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทดลองโมเดลใหม่ ๆ พร้อมกับเพิ่มช่องทางการรับชมที่หลากหลาย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พบคือ สื่อออนไลน์ไม่ได้แย่งคนดูจากทีวีไป แต่กลับเป็นสื่อที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน เพราะช่องทางออนไลน์ก็มีคอนเทนต์จำนวนมาก ซึ่งผู้ชมเองก็ไม่รู้ว่าจะเลือกดูอะไร แต่ถ้ามีทีวีมาบอกว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่ดูอะไรกัน ก็เป็นการผลักให้คนไปดูในออนไลน์ได้ด้วย

ท้ายที่สุด คนรับสื่อออนไลน์ก็ไดรฟ์คนดูในช่องทางเดียวกัน และคนดูทีวีก็ไดรฟ์คนดูทีวีด้วยกันให้มาดูรีรันบนออนไลน์ เช่นเดียวกัน วิทยุ ที่ต้องเผชิญอยู่ชะตากรรมเดียวกัน คำถามที่ว่า “วันนี้ยังมีคนฟังวิทยุอยู่หรือไม่” ในทางกลับกัน “สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจสื่อ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า การขยายตัวของสื่อดิจิทัล คือ โอกาสของวิทยุพร้อมปิดข้อจำกัดต่าง ๆ อีกด้วย

“สายทิพย์” อธิบายว่า เมื่อก่อนวิทยุมีข้อจำกัดเรื่องเวลาออกอากาศ และสัญญาณที่เข้าถึงแค่บางพื้นที่ ขณะที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยปิดข้อจำกัดเหล่านี้ โดยวันนี้สามารถฟังเพลงจากคลื่นต่าง ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา จากแอปพลิเคชั่น

ขณะเดียวกันในแง่การหารายได้ก็ทำได้หลากหลายขึ้น สามารถต่อยอดสู่กิจกรรมอื่น ๆ ทั้งช่องทางออนกราวนด์ ออนไลน์ และออนแอร์ จากเดิมแค่ขายสปอตวิทยุเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ช่องทางออนแอร์ มีการถ่ายทอดสดบนแอปพลิเคชั่นในแต่ละช่วงที่ ดีเจ.จัดรายการ พร้อมสร้างรายได้จากการไทอิน (Tie-in) สินค้า ส่วนช่องทางออนไลน์ก็เปิดโอกาสให้ผู้ฟังเข้ามาร่วมกิจกรรมกับคลื่นได้ด้วย มีรายได้จากการสนับสนุนของสินค้า

ด้านตัวแทนจากสื่อสิ่งพิมพ์ “สรายุทธ มหาวลีรัตน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์มีการปรับตัวอยู่ตลอดจากการเกิดขึ้นของสื่อดิจิทัล ย้อนกลับไปตั้งแต่ 10 ปีก่อน พบว่าสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละรายก็มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว ขณะที่ปัจจุบันก็ขยายช่องทางที่หลากหลายขึ้น ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ แต่ไม่ใช่ประชากรทั้งประเทศจะเข้าถึงสื่อดิจิทัล เพราะยังมีคนอีกส่วนหนึ่งที่รับข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์

แต่ปัจจัยที่จะทำให้สื่อสิ่งพิมพ์หายไป คือ ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะจากต้นทุนค่ากระดาษ ต้นทุนจากการจัดจำหน่าย และตัวแทนขายที่ลดจำนวนลง นั่นหมายถึงช่องทางการขายลดลงตามไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่สิ่งพิมพ์ต้องทำ คือ จับมือกันเพื่อลดต้นทุน เช่น เครือมติชน ให้สยามสปอร์ตเป็นผู้จัดจำหน่ายสิ่งพิมพ์ ลดต้นทุนการจัดส่ง เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ต้องเดินหน้าเชิงรุก สร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นสื่อที่กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เพราะมีแนวโน้มของการใช้เม็ดเงินโฆษณาที่เพิ่มสูงขึ้นทุก ๆ ปี โดยเฉพาะ 3 สื่อหลัก ได้แก่ สื่อนอกบ้าน สื่อในโรงภาพยนตร์ และสื่อออนไลน์ ก็ยังต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน

เริ่มตั้งแต่ “ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจสื่อนอกบ้าน ให้มุมมองว่า พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตนอกบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้สื่อนอกบ้านได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสในการเห็นสื่อนอกบ้านก็มากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม สื่อนอกบ้านก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับสื่อนอกบ้าน ดึงความสนใจผู้บริโภค

“ปรินทร์” ย้ำว่า การทำให้สื่อนอกบ้านมีพลัง ท้ายที่สุดก็ต้องอาศัยเรื่องของครีเอทีฟ ไอเดีย เป็นตัวนำ และเทคโลโนยีเป็นส่วนเสริม ดึงความสนใจผู้บริโภค

ขณะที่ “นิธิ พัฒนภักดี” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปัจจัยที่ทำให้สื่อโรงภาพยนตร์เติบโตมาจากหนังฟอร์มยักษ์ที่จ่อคิวเข้าฉายต่อเนื่อง โดยปีนี้มีหนังฮอลลีวูดเข้าฉายตลอดปี และมีหนังไทยอีก 55 เรื่อง อีกปัจจัยสำคัญ คือ บิ๊กดาต้า ถือเป็นหัวใจสำคัญเพราะเมเจอร์ฯมีการเก็บข้อมูลจากผู้ชมและนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สำหรับวางแผนสื่อโฆษณาให้แก่สินค้า เพื่อให้สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความคุ้มค่าให้แก่งบฯโฆษณา

“โชค วิศวโยธิน” อุปนายกสมาคมการค้าสื่อออนไลน์คุณภาพ (OPPA) กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อออนไลน์เผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเม็ดเงินโฆษณาที่ไหลออกนอกประเทศ เนื่องจากเจ้าของสื่อออนไลน์รายหลักล้วนเป็นต่างชาติ และฐานผู้ใช้งานที่ซับซ้อนและหลากหลายขึ้น นอกจากนี้ยังต้องเร่งปรับตัวรับมือกับปัญหาความไม่เหมาะสมของคอนเทนต์ อย่าง ข่าวปลอม การเหยียดผิว หรือก่อการร้าย ซึ่งทำให้แบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง ยูนิลีเวอร์ และพีแอนด์จี เข้มงวดหรือลดการใช้งบฯโฆษณาออนไลน์ลง เพื่อลดความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ของแบรนด์

โดยในเรื่องนี้ทางสมาคมได้รับมือด้วยการเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองคอนเทนต์บนเว็บไซต์ของสมาชิกให้สูงขึ้น เช่น ตั้งทีมบรรณาธิการรีวิวเนื้อหาต่าง ๆ แทนระบบอัตโนมัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงนำพฤติกรรมมาเป็นเครื่องมือจำแนกกลุ่มผู้ใช้แทนอายุ เพศ หรือที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยให้ส่งโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายได้เที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งในระยะยาวน่าจะช่วยให้แบรนด์หันมาลงโฆษณากับสื่อไทยมากขึ้น

เรียกว่า ทุกสื่อกำลังเผชิญหลากหลายสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุก ๆ มิติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สื่อดิจิทัล สื่อสิ่งพิมพ์