Skip to content

ล่าชื่อถอด กกต. ทะลุล้าน ไอลอว์จับตา “บัตรเขย่ง” สรุป 5 ปัญหาหลักวันเลือกตั้งล่วงหน้า

08 พ.ค. 2566 | 16:29น.
ล่าชื่อถอด กกต. ทะลุล้าน ไอลอว์จับตา “บัตรเขย่ง” สรุป 5 ปัญหาหลักวันเลือกตั้งล่วงหน้า

นักการเมืองและประชาชนออกมาตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังพบความผิดพลาดบกพร่องในหลายจุด ท่ามกลางความกังวลใจของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งบางส่วนว่าบัตรที่พวกเขากาไป จะกลายเป็น “บัตรเสีย” หรือไม่ หรือทำให้ต้อง “เสียโหวต” ไปให้พรรคที่พวกเขาไม่ได้เลือกหรือไม่

แฮชแท็ก “กกต. มีไว้ทำไม” และ “กกต. ต้องติดคุก” ขึ้นเป็นเทรนด์ยอดนิยมของทวิตเตอร์ไทยในวันเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตจังหวัด 7 พ.ค. หลังพบความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องการกรอกรหัสจังหวัด และรหัสเขตเลือกตั้งหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิด

ข้อมูลจากสำนักงาน กกต. ระบุว่า มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตและนอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,350,969 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,287,045 คน

ในการเลือกตั้ง 2566 ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ บัตรสีเขียว เพื่อเลือกผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นหมายเลขเดียวกันทั้งประเทศ และบัตรสีม่วง เพื่อเลือกผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ซึ่งต่างคน ต่างเขต จะมีเบอร์ต่างกัน แม้มาจากพรรคเดียวกันก็ตาม

วานนี้ (7 พ.ค.) อาสาสมัครภาคประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งราว 40 คน กระจายกันไปสังเกตการณ์การใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าของประชาชน และการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ตามสถานที่เลือกตั้งกลาง ก่อนสรุปข้อมูลความผิดพลาดบกพร่อง แล้วเปิดแถลงข่าวในวันนี้ (8 พ.ค.)

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เปิดเผยว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีหลายระดับ บางเรื่องเป็นสิ่งที่คาดหมายไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้น และบางเรื่องเป็นปัญหาจาก “ระบบการทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ มันอ่อนแอเกินไป”

5 ปัญหาหลักวันเลือกตั้งล่วงหน้า

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ทางสถานีทัศน์ช่อง 31 ผู้จัดการไอลอว์สรุปปัญหาหลักที่พบในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 ปัญหา ดังนี้

หนึ่ง ประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเอาไว้แล้ว แต่เมื่อไปถึงสถานที่เลือกตั้งกลาง กลับไม่มีชื่อของตน ซึ่งอาจเป็นปัญหาระบบ

สอง ประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเอาไว้แล้ว แต่เมื่อไปถึงสถานที่เลือกตั้งกลาง กลับมีคนมาลงคะแนนเสียงไปแล้ว เพราะ “ถูกสวมสิทธิเลือกตั้งแล้ว”

สาม เจ้าหน้าที่ติดใบประกาศผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ครบถ้วนทุกคน ทุกพรรค โดยพบปัญหานี้ในสถานที่เลือกตั้งกลางหลายพื้นที่ อาทิ เขตหนองแขม กทม., เชียงใหม่, กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา

ลต.ล่วงหน้า

Thai News Pix

สี่ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลในเอกสารไม่ถูกต้อง ครบถ้วน และแต่ละหน่วยเลือกตั้งก็ปฏิบัติไม่เหมือน เช่น การบันทึกจำนวนบัตรเลือกตั้งที่รับมาลงเอกสาร (ส.ส. 5/5) และต้องติดประกาศไว้ที่หน้าหน่วยก่อนเปิดให้ลงคะแนนเสียง แต่บางหน่วยก็ไม่ติดประกาศ ทำให้ถูกทักท้วง หรือบางหน่วยติดประกาศ แต่เขียนผิดช่อง และเมื่อการลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว ก็ต้องบันทึกจำนวนบัตรเลือกตั้งที่เหลืออยู่ลงเอกสาร ส.ส. 5/7 แต่เจ้าหน้าบางส่วนกลับปิดหีบเลือกตั้ง ปิดผนึก และลงชื่อกำกับเลย ซึ่งจริง ๆ ต้องแยกบัตรเลือกตั้งให้ไปรษณีย์ก่อน

ห้า เจ้าหน้าที่กรอกรหัสหน้าซองใส่บัตรเลือกตั้งผิด โดยเขียนรหัสเขตเลือกตั้งผิด หรือกรอกรหัสจังหวัดผิด หรือไม่ตรงกับตามภูมิลำเนาอันเป็นเขตเลือกตั้งจริงของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็น “เรื่องใหญ่ที่สุด และกระทบต่อสิทธิผู้เลือกตั้งโดยตรง” และ “ที่น่าเสียใจคือ เมื่อผู้มีสิทธิทักท้วง แต่กรรมการประจำหน่วยกลับยืนยันว่าทำถูกแล้ว จนตอนเย็น กกต. ถึงออกมายอมรับว่าผิดจริง ๆ”

สำหรับสถานที่เลือกตั้งกลางที่พบปัญหานี้ อาทิ เขตบางเขน กทม., นนทบุรี, ชลบุรี และเชียงใหม่

นายยิ่งชีพ หนึ่งในอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง อธิบายว่า ความผิดพลาดมีหลายระดับและซับซ้อน เช่น กรอกรหัสผิด แต่ชื่อเขตเลือกตั้งถูก หรือกรอกชื่อเขตผิด แต่กรอกรหัสถูก อย่างนี้บัตรเลือกตั้งจะยังไปถึงและถูกนับ แต่ถ้ากรอกผิดทั้งคู่ หรือถ้าผิดแล้ว แต่ยังมีตัวตนสิ่งนั้นอยู่ อันนี้อธิบายไม่ได้ว่าสุดท้ายบัตรจะยังไปถึงหรือไม่

ตัวอย่างเช่น กรอก จ.บุรีรัมย์ เขต 20 ซึ่งจังหวัดนี้มีไม่ถึงเขตเลือกตั้งที่ 20 แต่รหัสถูก มันก็ไปถึง ไปเข้าระบบไปรษณีย์ แต่ถ้ากรอก จ.บุรีรัมย์ เขต 2 รหัสถูก แต่เป็นรหัสของเขตอื่น ก็ไม่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะนำไปส่งที่ไหน

“บัตรเหล่านี้เมื่อไปถึงเขตนั้นที่ไม่ใช่เขตจริง ๆ มันก็จะถูกนับ แต่คะแนนที่กาไป มันจะไปให้คนอื่น และสุดท้ายบัตรนั้นมันจะเขย่ง เพราะมีจำนวนบัตรมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และบัตรในเขตจริง บัตรหาย ไม่ครบ ปัญหาที่ตามมาจะมีอีกเยอะมาก” นายยิ่งชีพกล่าว

ลต.ล่วงหน้า

Thai News Pix

ท่ามกลางข้อผิดพลาดที่พบ กปน. กลับส่งบัตรเลือกตั้งทั้งหมดให้ไปรษณีย์เลย แทนที่จะรอตรวจสอบก่อน ซึ่งผู้จัดการไอลอว์มองว่า กรรมการรายหน่วยอาจไม่รู้ตัวว่าผิด แต่ กกต. กลางออกมายอมรับประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 7 พ.ค. ก็น่าจะสั่งการทุกหน่วยว่าอย่าเพิ่งส่งบัตรเลือกตั้ง และให้มีการตรวจสอบก่อน

อย่างไรก็ตาม นายยิ่งชีพ “ยังขอเอนไปในทางว่าไม่ได้มีเจตนาทุจริต เพราะเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดกระจัดกระจาย และยังไม่มีข้อมูลว่าคะแนนที่ผิด จะไปโผล่อีกพรรคหนึ่งไหม… แต่เป็นความบกพร่องจากความไม่รู้ จนเกินจะให้อภัยได้”

เขาสรุปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เขียนซอง ไม่มีความรู้ความเข้าใจระบบเลือกตั้ง ไม่เข้าใจว่าเขตเลือกตั้งมีรหัส จึงเขียนรหัสไปรษณีย์ลงไป ซึ่งสะท้อนว่า ระบบทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ มันอ่อนแอเกินไป

“พอเรียนรู้ปัญหาแล้ว ก็ทั้งเศร้า ทั้งโกรธ ทำไมเราทำดีกว่านี้ไม่ได้ ทั้งที่ไม่ได้ยากเลย แล้วพอทำไม่ดี คะแนนมันเสียจริง ๆ คนที่ลงคะแนนไป สุดท้ายไม่รู้ว่าเขาจะถูกนับหรือไม่ถูกนับอย่างไร และผลสุดท้าย ถ้ามันออกมาสูสีจริง ๆ เราจะบอกได้ไหมว่าใครควรจะชนะการเลือกตั้ง” ผู้จัดการไอลอว์กล่าว

ความผิดพลาดในหลายหน่วยเลือกตั้ง

นอกจากข้อมูลจากอาสาสมัครภาคประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งภาคประชาชน นักการเมือง ประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนหลายสำนักยังออกมาตั้งข้อสังเกต/รายงานข่าว เรื่องความผิดพลาดบกพร่องในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าอีกหลายกรณี อาทิ

  • ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง กทม. – ประชาชนทักท้วงว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน จ.สุรินทร์ เขตเลือกตั้งที่ 2 แต่เจ้าหน้าที่เขียนเป็นเขตเลือกตั้งที่ 6 ต่อมามีการตรวจสอบภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง พบว่า เจ้าหน้าที่เขียนเขตผิดถึง 380 ราย จากผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในจุดนี้ทั้งหมด 481 ราย หรือเขียนถูกเพียง 101 ราย
  • สำนักงานเขตห้วยขวาง กทม. – เจ้าหน้าที่ไม่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งลงหน้าซองบัตรเลือกตั้ง เมื่อถูกประชาชนทักท้วง ก็ได้รับคำชี้แจงว่า “ไม่ต้องไม่เขียนก็ได้” ทำให้ผู้ลงคะแนนกังวลว่า บัตรเลือกตั้งของตนจะกลายเป็นบัตรเสียหรือไม่
  • ม.รามคำแหง (หัวหมาก) กทม. – เจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งลงหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิด โดยระบุว่าเขต 14 ทั้งที่ประชาชนรายนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีเขตเลือกตั้งเพียง 5 เขต
  • สนามกีฬา จ.นนทบุรี – เจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งลงหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิด โดยระบุว่าเขต 2 ทั้งที่ประชาชนรายนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน จ.ระนอง เขต 4 และประชาชนอีกรายเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน จ.ร้อยเอ็ด เขต 8 แต่เจ้าหน้าที่ก็กรอกเป็นเขต 2 เหมือนกัน

ต่อมา เลขาธิการ กกต. ยอมรับว่า “เป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่” ในการกรอกรหัสหน่วยเลือกตั้ง และกรอกรหัสไปรษณีย์แทนรหัสจังหวัด “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบหลังเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง มีผู้ใช้สิทธิประมาณ 100 กว่าคน เจ้าหน้าที่จึงทำการเปลี่ยนหีบบัตร” และยืนยันว่าจะไม่กระทบการใช้สิทธิของประชาชน และสามารถส่งบัตรได้ตรงตามเขตแน่นอน

เลขาธิการ กกต.

สำนักงาน กกต.
แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งล่วงหน้า จะไม่เกิดขึ้นอีกในวันที่ 14 พ.ค. เพราะเป็นการเลือกตั้งตามหน่วย ไม่มีการใส่ซองส่งไปรษณีย์แล้ว
  • ศาลากลาง จ.ชลบุรี – เจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งลงหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิด โดยระบุว่าเขต 8 ทั้งที่ประชาชนรายนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน จ.ปราจีนบุรี เขต 3 ซึ่งทั้งจังหวัดมีเพียง 3 เขตเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามในช่องกรอกรหัสนั้นถูกต้องคือ 25002 โดยเลข 2 ตัวแรกเป็นรหัสจังหวัด และ 3 ตัวหลังเป็นรหัสเขตเลือกตั้ง
  • รร.พานทองสภาชนูปถัมภ์ จ.สุรินทร์ – ใบประกาศแจ้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ของหลายพรรคหายไป โดยจบที่หน้า 4 หมายเลข 28 พรรคไทยพร้อม ขณะที่พรรคเพื่อไทย หมายเลข 29 พรรคก้าวไกล หมายเลข 31 และอื่น ๆ ไม่ปรากฏบนกระดาน เช่นเดียวกับใบประกาศแจ้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ของพรรคก้าวไกลก็หายไป โดยข้ามไปเริ่มที่หมายเลข 2 ไม่มีผู้สมัครพรรคก้าวไกล หมายเลข 1

ต่อมา เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้ และมีการแก้ไขแล้ว ซึ่งบางกรณี เกิดจากคนไปฉีกทำลาย และได้แจ้งความกับคนทำแล้ว

  • ปรากฏภาพบนสื่อออนไลน์ว่ามีการพิมพ์ชื่อจังหวัดผิด จาก พะเยา เป็น พระเยา และ พเยาว์ ซึ่งทาง จ.พะเยา ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ไม่พบว่าปรากฏว่าการพิมพ์ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนมาจากหน่วยเลือกตั้งกลาง หรือเขตเลือกตั้งในพื้นที่ จ.พะเยาแต่อย่างใด และระบุไม่ได้ว่าเป็นความผิดพลาดที่หน่วยเลือกตั้งใด

ล่าชื่อถอด กกต. ทะลุล้าน

สารพัดปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ 7 กกต. และผู้บริหารสำนักงาน กกต. ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และดันแฮชแท็ก “กกต. มีไว้ทำไม” และ “กกต. ต้องติดคุก” ขึ้นเป็นเทรนด์ยอดนิยมของทวิตเตอร์ไทยเมื่อ 7 พ.ค.

นอกจากนี้ ยังมีกระแสเรียกร้องให้ กกต. แสดงความรับผิดชอบ โดยมีบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “We Love Thailand” ทำแคมเปญรณรงค์ล่ารายชื่อประชาชนให้ครบ 1.5 ล้านรายชื่อ เพื่อยื่นถอดถอน กกต. ออกจากตำแหน่ง ผ่านเว็บไซต์ Change ซึ่งเป็นแคมเปญเก่าเมื่อ 4 ปีก่อน จากผลงานจัดการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. 2562 แต่แคมเปญดังกล่าวยังไม่บรรลเป้าหมาย และหยุดชะงักไปเมื่อครบปี โดยมีผู้ร่วมลงชื่อ 849,079 รายชื่อ ณ 11 เม.ย. 2563

กระทั่งวานนี้ (7 พ.ค.) ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ได้พากันแชร์ลิงก์รณรงค์เดิมอีกครั้ง และมีผู้ทยอยลงชื่อสนับสนุนเพิ่มเติม จนล่าสุด ณ เที่ยงของวันที่ 8 พ.ค. มีประชาชนลงชื่อสนับสนุนให้ถอดถอน กกต. แล้ว รายชื่อ 1,063,870 รายชื่อ

สำหรับ กกต. 7 คนนี้ เริ่มเข้ารับหน้าที่เมื่อปี 2561 มีนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวเท่านั้น

การเลือกตั้งทั่วไป 14 พ.ค. 2566 ถือเป็นการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ 2 ของ กกต. ทั้ง 7 คน

ลต.ล่วงหน้า

Thai News Pix

หมายเหตุ : ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว