เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
Biz Movement ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
Economic เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
Business อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69  ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
Uncategorized วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69 ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
Finance SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
เปิดแผนเปลี่ยนผ่านลำปาง ดันเศรษฐกิจสีเขียว พลิกวิกฤตแม่เมาะ
Economic เปิดแผนเปลี่ยนผ่านลำปาง ดันเศรษฐกิจสีเขียว พลิกวิกฤตแม่เมาะ
ผู้นำเข้ารถยนต์ 60 ราย ผนึกกำลังช่วยน้ำท่วม ตรวจฟรี 30 รายการ ลดค่าแรง-อะไหล่ถึงสิ้น พ.ย.นี้
Biz Movement ผู้นำเข้ารถยนต์ 60 ราย ผนึกกำลังช่วยน้ำท่วม ตรวจฟรี 30 รายการ ลดค่าแรง-อะไหล่ถึงสิ้น พ.ย.นี้
ออมสิน ร่วมประชุม WSBI 2026 สถาบันธนาคารออมสินโลก ที่ประเทศไทย
Uncategorized ออมสิน ร่วมประชุม WSBI 2026 สถาบันธนาคารออมสินโลก ที่ประเทศไทย
CEA ผนึก Netflix ดัน“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”บนเวที ‘IMF–WorldBank 2026’ มูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
Tech CEA ผนึก Netflix ดัน“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”บนเวที ‘IMF–WorldBank 2026’ มูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

“ซินเนสเทีย” ที่มาของโลก-ดวงจันทร์

14 มี.ค. 2561 | 19:18น.

ที่มา : มติชนรายวัน

นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์และโลกวิทยา นำเสนอรายงานเพื่อเผยแพร่ทฤษฎีใหม่ว่าด้วยกำเนิดโลกและดวงจันทร์ ซึ่งเป็นดาวบริวารเพียงหนึ่งเดียวของโลก โดยระบุว่า ทฤษฎีใหม่นี้เป็นเพียงทฤษฎีเดียวที่สามารถอธิบายได้ดีที่สุดว่าทำไมองค์ประกอบของดวงจันทร์ถึงได้เหมือนกับที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

รายงานดังกล่าวตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ เจอร์นัล ออฟ จีโอฟิสิคอล รีเสิร์ช แพลเน็ตส์ เมื่อเร็วๆ นี้ เขียนโดย ซาราห์ สจวร์ต ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์และโลกวิทยา จากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย เดวิส ร่วมกับ ไซมอน ล็อค นักศึกษาปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา

ทฤษฎีเดิมที่นิยมใช้อธิบายกำเนิดดวงจันทร์ก่อนหน้านี้ ระบุว่า ดวงจันทร์เกิดขึ้นเมื่อดาวเคราะห์ขนาดพอๆ กับดาวอังคาร (ดาวอังคารมีขนาดราวครึ่งหนึ่งของโลก) ที่ถูกเรียกว่า “เธเอีย” พุ่งเข้าชนกับโลก ทำให้วัตถุและหินที่หลอมเหลวจากการชนกันดังกล่าวนั้นพุ่งขึ้นสู่วงโคจร ก่อนที่จะเย็นลงและจับตัวกันเป็นดวงจันทร์ในที่สุด

แต่ตามทฤษฎีดังกล่าว คุณลักษณะทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์ควรแตกต่างออกไปจากโลกมาก ควรมีองค์ประกอบแบบเดียวกับ “เธเอีย” เสียมากกว่า

สจวร์ต กับ ล็อค ตั้งสมมุติฐานใหม่ว่า การที่คุณลักษณะทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์คล้ายโลกมาก เพราะครั้งหนึ่งมันเคยเป็นส่วนหนึ่งของโลกนั่นเอง

ตามทฤษฎีใหม่นี้ มีการชนกันเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเชื่อว่าเกิดการชนขึ้นขณะที่โลกเพิ่งเกิดใหม่ๆ เมื่อราว 4,500 ล้านปีก่อน แต่ดาวเคราะห์ที่มาชนไม่ได้มีขนาดเล็กกว่าโลก แต่ใหญ่พอๆ กัน จนเกิดการระเบิดกระจายออกเป็นฝุ่นผงซึ่งมีทั้งที่หลอมเหลวและที่กลายเป็นไอหรือ “โมลเตน เวเพอร์” ที่มีปริมาณมหาศาล โดยที่มีส่วนผสมทั้งจากโลกและดาวเคราะห์ที่มาชนดังกล่าว และหากดาวเคราะห์ทั้งคู่ที่ชนกันนั้นมี “โมเมนตัมเชิงมุม” (แองกูลาร์ โมเมนตัม) มหาศาลพอ โมลเตน เวเพอร์ ดังกล่าวก็จะหมุนวนต่อไปในห้วงอวกาศ กลายเป็นกลุ่มเมฆอวกาศรูปจานขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายโดนัทที่หมุนเหวี่ยงอยู่ตลอดเวลา ส่วนที่เป็นไอจะกระจายออกริมด้านนอกสุด

นักวิชาการทั้งสองเรียกจานรูปโดนัทนี้ว่า “ซินเนสเทีย” โดยเชื่อว่าความร้อนจากการชนกันทำให้ซินเนสเทียมีอุณหภูมิสูงมาก ระหว่าง 2,200 องศาเซลเซียส ถึง 3,300 องศาเซลเซียส มีความกดดันสูงกว่าความกดดันบรรยากาศของโลกในเวลานี้หลายสิบหลายร้อยเท่า

ซินเนสเทียเริ่มเย็นลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยจะเย็นและจับเป็นก้อนขนาดเล็กๆ บริเวณริมขอบนอกก่อน ก้อนแข็งดังกล่าวจะหลุดร่วงจากริมนอกเข้าสู่ด้านในเหมือนฝนหิน ค่อยๆ สะสมจับตัวเข้าด้วยกันด้านในวงเมฆโดนัทจนกลายเป็นดวงจันทร์ในที่สุด

ส่วนวงเมฆอวกาศที่เหลือเมื่อเย็นตัวลงเรื่อยๆ ก็จับตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นโลก ส่วนดวงจันทร์ก็จะหลุดพ้นจากกลุ่มเมฆออกมา แต่ยังคงติดอยู่กับวงโคจรรอบโลกนั่นเอง

ซาราห์ สจวร์ต ระบุว่า ตามทฤษฎีนี้แสดงให้เห็นว่าทำไมโครงสร้างเชิงเคมีของดวงจันทร์ถึงแทบจะเป็นแบบเดียวกับโลก ขาดเพียงแค่บางอย่างเท่านั้นที่ระเหิดหายไปในระหว่างกระบวนการเย็นลงของซินเนสเทีย

อย่างไรก็ตาม “ซินเนสเทีย” ดังกล่าวนี้ ยังคงเป็นเพียงวัตถุทางทฤษฎี ยังไม่เคยมีนักดาราศาสตร์สังเกตหรือตรวจสอบพบในจักรวาลอันไพศาลจริงๆ

ในอนาคต หากมีนักดาราศาสตร์รายใดตรวจสอบพบ “ซินเนสเทีย” ในระบบดาวฤกษ์อื่นๆ ได้จริง ก็เท่ากับหลักฐานยืนยันทฤษฎีใหม่นี้นั่นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จักรวาล ดวงจันทร์ อวกาศ