เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
Biz Movement กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
“Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
Finance “Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
Finance เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
Finance ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
Biz Movement ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
Finance ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
Economic กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
Real Estate เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
Business เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
ดูทั้งหมด

สัญญาณ “สงครามการค้า” จากเวที “ไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์”

25 เม.ย. 2561 | 20:54น.

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กับธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) จัดการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ขึ้น ปีละ 2 ครั้ง เดือนเมษายนครั้งหนึ่งและอีกครั้งในเดือนตุลาคม ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

การประชุมครั้งแรกของปีนี้ที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ ปมความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนกลายเป็นประเด็นหลักของการประชุมอย่างที่ควรจะเป็น แล้วทั่วโลกก็จับตามองมา เพื่อดูว่าจะมีสัญญาณส่อแววว่าประเด็นนี้จะมีทางออกอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ เพราะทุกฝ่ายดูเหมือนจะเข้าใจตรงกันอย่างหนึ่งว่า ถ้าเกิดสงครามการค้าขึ้นมาจริง ๆ จะส่งผลสะเทือนไปทั่วโลก

สัญญาณในทางดีที่สุดที่เกิดขึ้นก็คือ การที่ สตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา บอกในการแถลงข่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเดินทางไปจีน เพื่อหาทางแก้ปัญหานี้ แม้ว่าจะยังไม่ยอมยืนยันว่าจะไปแน่นอนหรือไม่ และจะเดินทางไปเมื่อใดก็ตามที

นอกเหนือจากนั้นแล้ว ยังไม่มีทีท่าใดว่าทั้งสองฝ่ายจะลดราวาศอกซึ่งกันและกันแต่อย่างใด นักสังเกตการณ์บางคนชี้ให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายเริ่มแสวงหาพันธมิตรกันในระหว่างการประชุมหนนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่า เป็นไปได้ที่ความขัดแย้งครั้งนี้จะยืดเยื้อนานออกไปมากกว่าที่คิดกันไว้ในตอนแรก

เดวิด ดอลลาร์ นักวิชาการอาวุโส จากสถาบันบรูกกิ้งในวอชิงตัน ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นตัวแทนกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาประจำจีนระหว่างปี 2009 จนถึงปี 2013 ตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาพยายามแสวงหาการสนับสนุนในแนวทางของตนเองจากประเทศอื่น ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจีนก็ดีหรือสหรัฐอเมริกาก็ดี ไม่เชื่อว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างกันนั้นสามารถแก้ไขลุล่วงได้ในระยะเวลาสั้น ๆ

สตีเฟน ออร์ลินส์ ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ซึ่งเคยเป็นทีมงานในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศในช่วงทศวรรษ 70 ยอมรับเช่นกันว่ากำลังวิตก ว่าความขัดแย้งที่สามารถสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นได้มากนั้นอาจยืดยาวนานเป็นปี หรือ 2 ปี

ข้อที่น่าสังเกตก็คือ ในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้าการประชุมครั้งนี้ จีนส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางด้านเศรษฐกิจไปเจรจาหารือกับทั้งอินเดีย และญี่ปุ่น ทั้ง 3 ประเทศล้วนตกเป็นเป้าการขึ้นกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาด้วยกันทั้งนั้น ลงเอยด้วยการที่มีการประกาศออกมาว่าผู้นำของจีนกับอินเดียจะพบหารือกันในปลายเดือนเมษายนนี้ ส่วนการพบหารือระหว่างญี่ปุ่นกับจีนนั้น ถือเป็นการเจรจาทางการเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีเลยทีเดียว

อิศวร ปราสาท อดีตหัวหน้าแผนกจีน ประจำไอเอ็มเอฟ ซึ่งปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยคอร์เนล เชื่อว่า การผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของจีน เมื่อบวกกับภาพที่ว่า ไป ๆ มา ๆ สหรัฐอเมริกากลับกลายเป็นหุ้นส่วนที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่อยู่กับร่องกับรอยมากนักในระยะหลัง กลายเป็นเหตุผลสำคัญในการผลักดันหลาย ประเทศให้เข้าข้างจีน

ในขณะที่สหรัฐอเมริกาได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ทั้งอียู และญี่ปุ่น แถลงสนับสนุนสหรัฐอเมริกาในการประชุมองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โจมตีจีนแบบอ้อม ๆ โดยการ “แสดงความกังวล” ต่อปัญหากำลังการผลิตที่มีมากเกินความต้องการในบางอุตสาหกรรมของจีน และต่อว่าต่อขานแนวทางบังคับให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทางการจีนใช้มาตลอด และยังร่วมลงนามกับสหรัฐอเมริกา ในการร้องเรียนต่อดับเบิลยูทีโอ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าอย่าง โทมัส เบิร์นส์ อดีตผู้อำนวยการบริหารของไอเอ็มเอฟ เชื่อว่าหลายประเทศยังไม่ต้องการแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐอเมริกาอย่างแข็งกร้าว เพราะหวังจะได้รับการ “ยกเว้น” จากกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาสำหรับการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม กรณีของญี่ปุ่น กับเยอรมนี นั้นเข้าข่ายนี้
เพราะเชื่อว่านายกรัฐมนตรีชินโซะอาเบะ และนางอังเกลา แมร์เคิล จะหยิบยกกรณีนี้ขึ้นมาหารือเมื่อเดิ นทางเยือนสหรัฐอเมริกาในเดือนนี้

เบิร์นส์เชื่อว่ามีหลายประเทศไม่น้อยที่เป็นกังวลกับข้อจำกัดอันเนื่องจากนโยบายของทางการจีน แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่มีประเทศไหนเห็นด้วยกับวิธีการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำมาใช้เพื่อบีบจีนให้ยินยอมตามความต้องการของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้

เดวิด ลิปตัน รองกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ สะท้อนแนวความคิดนี้ออกมาชัดเจนเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้วยการระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่จีนจำเป็นต้องรับฟังและแก้ไขปัญหาที่ประเทศอื่น ๆ วิตกกังวลต่อวิธีการทำการค้าของตนแต่ในเวลาเดียวกัน ลิปตันก็ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีนำเข้าของทรัมป์

โดยยืนยันว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ในทรรศนะของไอเอ็มเอฟแล้วเห็นว่า เรื่องนี้ควรทำความตกลงกันผ่าน “ความร่วมมือ” และ “การเจรจา” มากกว่า

นักวิชาการหลายคนเชื่อว่า หลายประเทศก็คงไม่ต้องการเห็นความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศที่ถือว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกอันดับ 1 และ 2 ยืดเยื้อออกไป และหากเป็นไปได้ก็ไม่ต้องการให้สงครามการค้าเกิดขึ้น

แต่ติดปัญหาที่ว่า ทุกประเทศที่เหลือนอกจากคู่กรณี ต่างไม่มีอิทธิพลพอที่จะผลักดันให้สหรัฐหาวิธีที่นุ่มนวล ประนีประนอม มากกว่านี้ได้เท่านั้นเอง