เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
Biz Movement ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
Finance ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
Economic กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
Real Estate เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
Business เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
Finance เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
Finance ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
Economic กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ดูทั้งหมด

“โตโยต้ามั่นใจไฮบริดคือคำตอบ” โนริอากิ ยามาชิตะ

02 เม.ย. 2567 | 19:45น.
โนริอากิ ยามาชิตะ โตโยต้า
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่นายใหญ่ค่ายโตโยต้า “โนริอากิ ยามาชิตะ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ออกมาแสดง มุมมอง และทรรศนะ ในฐานะของค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ผู้นำตลาดรถยนต์ในบ้านเรา ถึงความชัดเจนในทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ ในวันที่โตโยต้ากับการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ไม่ได้มีแค่พลังงานยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เพียงตัวเดียวเท่านั้น แต่บนความหลากหลายของพลังงาน ทั้งไฮบริด, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด, ไฮโดรเจน และมอเตอร์ไฟฟ้า ล้วนแล้วแต่สามารถนำพาให้เราบรรลุเป้าหมาย

เขายังมองว่าแม้ว่าการเข้ามาของค่ายผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน และการแนะนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้โดยง่าย แต่เมื่อดูตัวเลขจากเมื่อเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โตโยต้ามีส่วนแบ่งตลาด 34.8% ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้ว 34.3% จึงเชื่อว่าแนวคิดของโตโยต้ายังมีความเป็นไปได้

แต่ปรากฏว่าดัชนีของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 ไม่สู้ดีนัก ตลอดจนการเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการการปล่อยกู้และปัญหาหนี้ครัวเรือน ทำให้เชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อฟื้นตัว ดังนั้นโตโยต้าจึงขอปรับลดประมาณการยอดขายตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ ลงมาอยู่ที่ 730,000 คัน จากเดิมที่ประเมินยอดขายรวมทั้งปีไว้ที่ระดับ 780,000 คัน ถึง 800,000 คัน ซึ่งดีกว่าปี 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับมุมมองการแข่งขันกับรถ EV นั้น โตโยต้ายังเชื่อว่าตลาดรถไฮบริดในประเทศไทยยังเป็นตลาดที่มีความสำคัญ โตโยต้ามองว่าสัดส่วนยอดขายรถ EV ในประเทศไทยอยู่ที่ 10% ในขณะที่รถไฮบริดมีสัดส่วนสูงกว่า อยู่ที่ 12%

ตลาดของรถไฮบริดก็น่าจะขยายตัวออกไปได้อย่างแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยยอดขายของ EV เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพิ่มจาก 10% ไปเป็น 14% ในขณะที่สัดส่วนยอดขายรถไฮบริดเพิ่มขึ้นสูงจาก 12% เมื่อปีที่แล้ว เป็น 22% ในปีนี้ ถือว่าโตมาก ๆ

ส่วนยอดขายรถไฮบริดของโตโยต้าเมื่อปีที่แล้ว ทำได้ประมาณ 31,000 คัน คิดเป็น 30% ของตลาดไฮบริดโดยรวมในประเทศไทย โดยโตโยต้าได้มีการแนะนำ “ยาริส ครอส” ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2566 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากตลาดดีมาก ๆ และหากดูจากยอดขายรถไฮบริดในประเทศไทยเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สัดส่วนทางตลาดที่โตโยต้าทําได้อยู่ที่สูงกว่า 40% ถือเป็นคำตอบที่ดีมาก

YARIS CROSS

ทั้งนี้ “ยามาชิตะ” ยังย้ำถึงจุดที่ทำให้มั่นใจว่าตลาดรถไฮบริดมีความได้เปรียบอย่างแข็งแกร่ง นั่นคือรถไฮบริดไม่จําเป็นจะต้องพึ่งสาธารณูปโภคเพิ่มเติม และสามารถลดอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ทันที

ส่วนรถ EV นั้น หากพิจารณาในการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับสาธารณูปโภคก็คือ สถานีชาร์จ ทุกคนจะเข้าถึงได้จริงหรือไม่ ขณะที่ความประหยัดโดยรวมสําหรับลูกค้าอาจจะไม่ได้ประหยัดจริง รวมถึงเมื่อพิจารณาราคาขายต่อ ตลอดจนการประหยัดในระยะยาว ก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ซึ่งก็ต้องคํานึงถึงปัจจัยที่หลากหลายนี้เช่นกัน

เช่นเดียวกับภาระต่อสิ่งแวดล้อม หากพิจารณาการลด CO2 แบบ Tank to Wheel การผลิตพลังงานภายในรถ EV อาจจะปล่อยคาร์บอนออกมาเป็นศูนย์จริง แต่ถ้าพิจารณาแบบ Well to Wheel คือ แหล่งไฟฟ้าที่เอามาชาร์จรถ EV อย่างประเทศไทย ก็ยังผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติอยู่เป็นหลัก เพราะฉะนั้นปริมาณ CO2 ที่ปล่อยออกมา เมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อย CO2 ของรถทั่วไป หรือรถไฮบริดแล้ว ก็อาจจะไม่ได้ต่างกันมาก ซึ่งต้องคํานึงถึงจุดนี้ด้วย

โตโยต้าจึงเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะนําประเทศไทยไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ ดังนั้นโตโยต้าจึงมีแผนที่จะแนะนำรถรุ่นใหม่ที่เป็นรถไฮบริดออกมาเพิ่มขึ้นในอนาคต

อย่างในปีนี้ โตโยต้าก็มีการแนะนำแคมเปญและข้อเสนอเพื่อกระตุ้นยอดขายต่าง ๆ เพื่อมุ่งบรรลุเป้าหมายส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งโตโยต้าจะพิจารณากลยุทธ์ระยะกลางกับระยะยาวอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาถึงลูกค้าเป็นสำคัญ

และจากกลยุทธ์ Multi Pathway ของโตโยต้า คือการมุ่งนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายสำหรับลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้รถที่ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด โดย Multi Pathway เป็นนโยบายของโตโยต้าทั่วโลก ซึ่งเราจะดูลักษณะจําเพาะของแต่ละประเทศและแต่ละตลาด ตลอดถึงความเป็นไปได้ในอนาคต แล้วจึงนําเสนอทางเลือกที่เหมาะสมให้ได้มากที่สุด

ส่วนการจะเลือกว่าเทคโนโลยีใดเหมาะสมกับประเทศไหน มีปัจจัยในการพิจารณาทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่

1.ปัจจัยแรกก็คือ ตัวลูกค้า ว่าลูกค้าแนวโน้มจะซื้อรถที่มีเทคโนโลยีอะไร โดยเราก็จําเป็นจะต้องดูจากสภาพทางเศรษฐกิจ ณ ขณะนั้น และสภาพการใช้งานจริงของลูกค้าด้วย

2.ปัจจัยที่สอง คือ ภาระต่อสิ่งแวดล้อม เราจําเป็นต้องดูด้วยว่าแต่ละประเทศตอนนี้มีโครงสร้างทางพลังงานอย่างไร เทคโนโลยีไหนที่จะช่วยลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมในแต่ละประเทศได้เหมาะสมที่สุด

3.ปัจจัยที่สาม คือ เรื่องที่ว่าเราจะช่วยเหลือเศรษฐกิจของแต่ละประเทศได้อย่างไร อย่างที่ทราบกันดี ประเทศไทยถือว่าเป็นศูนย์กลางของการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคนี้ โดยอุตสาหกรรมรถยนต์ก็คิดเป็นสัดส่วน GDP สูงถึง 12% ของประเทศไทย

หากเราพิจารณาปัจจัย 3 ข้อนี้แล้ว แน่นอนว่ารถ EV ก็ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความสําคัญมากสำหรับอนาคต และโตโยต้าจะนิ่งเฉยไม่ได้แน่นอน

สุดท้าย โตโยต้าน้อมรับนโยบายของประเทศไทย ที่อยากจะมีสัดส่วนการใช้รถ EV ให้ได้ 30% ภายในปี 2030 โดยจะขยายเทคโนโลยีการผลิตแบบ Step-by-step โดยมุ่งสร้างสรรค์ทางเลือกที่ดีที่สุดสําหรับลูกค้าในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการใช้งานได้จริง ความประหยัด ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างแท้จริง ตามแผนโตโยต้าระบุว่าจะผลิตรถไฮลักซ์ EV แบบ Mass Production ภายในปี 2568 พร้อมกับพิจารณาเทคโนโลยีทางเลือกอื่น ๆ ที่เป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงไฮบริดและพลังงานไฮโดรเจนด้วย