เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
Finance 5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
ดูทั้งหมด

“แบงก์ชาติ” ตอบปมร้อน “เงินเฟ้อต่ำ” ทำไม…ไม่ “ลดดอกเบี้ย”

06 ก.ค. 2567 | 08:33น.
Dr. Setthaput

ห่างหายจากการพบปะสื่อไทยไปนาน ล่าสุด “ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดงาน “Meet the Press ผู้ว่าฯ พบสื่อ” ขึ้น เพื่อชี้แจงถึงการดำเนินนโยบายการเงิน ที่หลาย ๆ เรื่องอาจจะไม่ “ตรงใจ” ฝั่งที่มีหน้าที่บริหารประเทศ ที่ต้องการเห็นทุกนโยบายร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เศรษฐกิจฟื้นแต่คนยังจมทุกข์

โดย “ดร.เศรษฐพุฒิ” กล่าวว่า ตอนนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวและทยอยฟื้นกลับเข้าสู่ศักยภาพ แต่เทียบกับโลกเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้า และในภาพรวมยอมรับว่าซ่อนความลำบากและความทุกข์ของคนในหลายกลุ่ม ทั้งลูกจ้างนอกภาคเกษตร และกลุ่มอาชีพอิสระ แม้รายได้จะกลับมาสูงกว่าก่อนโควิด-19 แต่ยังพบว่ามี “หลุมรายได้” ที่หายไปมหาศาล เพราะรายจ่ายมีแต่เพิ่มขึ้นตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ซึ่งอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2567 ในไตรมาส 1 อยู่ที่ 1.5% ออกมาดีกว่าคาด ส่วนไตรมาส 2/2567 คาดว่าจะใกล้เคียง 2% และไตรมาส 3 น่าจะเห็นใกล้เคียง 3% และไตรมาส 4 เติบโตใกล้เคียง 4% จากนั้นในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวได้ราว 3% เป็นระดับศักยภาพ ตามแบบจำลองของ ธปท.

“ศักยภาพเศรษฐกิจไทยลดลง จากช่วง 10 ปีก่อนโควิด-19 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 3.0-3.5% หากต้องการเพิ่มระดับศักยภาพให้เกิน 3% จะต้องให้มีการลงทุนใหม่ ในโครงสร้างพื้นฐาน มีการวิจัยและพัฒนา (R&D) คุณภาพแรงงาน แต่หากมาจากการกระตุ้น ไม่มีลงทุนใหม่ จะกระตุ้นได้แป๊บเดียว หรือกระตุ้นให้ตาย ก็กลับมาที่ 3%”

แจงเงินเฟ้อต่ำ-ไม่ลดดอกเบี้ย

สำหรับที่มีคำถามกันว่า “เงินเฟ้อต่ำ ทำไม ธปท.ไม่ลดดอกเบี้ย” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไปที่ ธปท.ใช้ปัจจุบันเป็นกรอบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting) ซึ่งการพิจารณา “ดอกเบี้ยนโยบาย” ไม่ได้ดูเพียงอัตราเงินเฟ้ออย่างเดียว แต่จะดูอย่างอื่นด้วย เช่น การเติบโตเศรษฐกิจ เสถียรภาพระบบการเงิน จึงไม่มีกรอบตายตัว ว่าเมื่อเงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย จะต้องลดดอกเบี้ยทันที

อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อต่ำ ไม่ได้หมายความว่า ราคาสินค้าจะถูกลง โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้ในชีวิตเป็นประจำ โดยหากดูรายละเอียดของสินค้าปัจจุบันเทียบกับ 5 ปีก่อน พบว่า ไข่ไก่ เดิมฟองละ 4 บาท ปัจจุบันเพิ่มเป็นฟองละ 5 บาท หรือเพิ่มขึ้น 25% หรือแก๊สโซฮอล์ 95 เดิมราคาอยู่ที่ 27.70 บาทต่อลิตร เพิ่มเป็น 38.80 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้น 40%

นอกจากนี้ ไทยยังถูกซ้ำเติมเรื่องหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นเรื่องที่ ธปท.ค่อนข้างห่วง หากดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง ก็เป็นภาระหนี้ ก็ไม่ดี หากดอกเบี้ยต่ำ ทำให้การกู้ยืมก็โตไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้เสถียรภาพฝั่งการเงินเสื่อมลง จะเห็นว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 1 อยู่ในระดับ 90.8% ของจีดีพี เพิ่มจากในอดีตที่เคยอยู่ในระดับ 60-70% และทยอยไต่เพิ่มขึ้นมาอยู่ 85% ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2558 ซึ่งเป็นช่วง “ลดดอกเบี้ย” ดังนั้น ธปท.จึงต้องชั่งน้ำหนักในเรื่องนี้

ย้ำดอกเบี้ยอยู่ระดับเหมาะสม

“ดร.เศรษฐพุฒิ” กล่าวว่า นอกจากดอกเบี้ยนโยบาย แต่ยังมีมาตรการทางการเงินอื่น ๆ ที่จะมาช่วยเสริมมากกว่าการใช้ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว เช่น มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ที่นำมาใช้ในช่วงสินเชื่อบ้านชะลอตัวลง การปรับโครงสร้างหนี้ผ่านมาตรการฟ้า-ส้ม และหลังครบอายุก็มีมาตรการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) เน้นการดำเนินการ (Execution) จริงจัง

“ดอกเบี้ยตอนนี้ เราพิจารณาจาก Outlook Dependent เพราะนโยบายวันนี้จะมีผลในระยะข้างหน้า ซึ่งหาก Outlook เปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งเศรษฐกิจ และเสถียรภาพมีการปรับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เราก็พร้อมจะปรับนโยบาย ไม่ได้ปิดประตูแต่อย่างใด แต่ปัจจุบันดอกเบี้ยเหมาะสมกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และเสถียรภาพการเงินและระบบการเงิน”

ปรับกรอบเงินเฟ้อต้องชั่งน้ำหนัก

ส่วนการปรับกรอบเงินเฟ้อนั้น ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ทาง ธปท.ก็รับข้อเสนอของกระทรวงการคลังไว้พิจารณา ซึ่งจะมีการตกลงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อร่วมกันในไตรมาส 4/2567 อย่างไรก็ดี หากพิจารณาเหตุผลของกรอบเงินเฟ้อ ว่ามีไว้ทำไม ก็คือ มีไว้ยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคต และความชัดเจนของนโยบาย

“การปรับกรอบเงินเฟ้อ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องชั่งน้ำหนัก และหากดูต่างประเทศไม่มีใครปรับกรอบเงินเฟ้อ เพราะอาจจะกระทบ Credit Rating และการคาดการณ์เงินเฟ้อจะเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลให้เงินเฟ้อขยับสูงได้ จึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดี โดยหากมองอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จะอยู่ที่ 0% หรือทรงตัว และในช่วงครึ่งหลังของปีจะเฉลี่ย 1.1% จึงเป็นที่มาของทั้งปี 2567 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.6%”

สินเชื่อชะลอตามวัฏจักร

ทั้งนี้ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ยอมรับว่าแนวโน้มสินเชื่อชะลอตัวลง โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่ติดลบ ซึ่งเป็น “Top of Concern” ของ ธปท.

โดยจากข้อมูลกลุ่มสินเชื่อ SMEs จะพบว่าประมาณ 70% จ่ายอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 10% แต่หากพิจารณาต้นทุนของธนาคาร จะเห็นว่าต้นทุนการเงินโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3% ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งใกล้เคียงกันทั้งรายใหญ่และรายเล็กเฉลี่ย 2-3% และค่าใช้จ่ายที่หนักสุดจะเป็นค่าใช้จ่ายค่าความเสี่ยงหนี้เสียราว 6-8%

ดังนั้น หากรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะไม่คุ้มกับผลตอบแทนที่ได้รับ ทำให้ธนาคารไม่อยากปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอี ซึ่ง ธปท.พยายามผลักดันให้เอสเอ็มอีมีข้อมูล หรือการแชร์ข้อมูลด้านอื่น ๆ มากกว่างบการเงินเพียงอย่างเดียว

“การเติบโตสินเชื่อ หรือการชะลอตัวของสินเชื่อ จะเป็นช่วงเวลาหรือวัฏจักร และทั่วโลกเป็นแบบนี้ หากเศรษฐกิจไม่ดี สินเชื่อลดลง เศรษฐกิจฟื้นตัว สินเชื่อจะเพิ่มขึ้น ปัจจุบันหากดูตามวัฏจักรสินเชื่อจะต้องอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งไม่เกี่ยวกับเกณฑ์ของ ธปท. ทำให้สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ และสิ่งที่ธนาคารพิจารณา คือ ความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ”