เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

อินเดีย-สิงคโปร์ ลงนามข้อตกลงด้านชิป เสริมบทบาทในระดับโลก

05 ก.ย. 2567 | 14:35น.
นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย พบกับลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ วันที่ 5 กันยายน 2024 ภาพโดย รอยเตอร์ส

อินเดียและสิงคโปร์ลงนามข้อตกลงด้านชิป พัฒนาบุคลากรและส่งเสริมการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ในอินเดีย

วันที่ 5 กันยายน 2024 บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า อินเดียและสิงคโปร์ยกระดับความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่อุปทานชิประดับโลกที่กำลังก่อร่างขึ้นใหม่ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน โดยนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย พบกับลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ในระหว่างการเยือนสิงคโปร์เป็นเวลา 2 วัน

ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลอินเดีย สองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อปลูกฝังบุคลากรให้มีความสามารถด้านการออกแบบและการผลิตชิป ทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีในอินเดียของสิงคโปร์

นอกจากนี้ สองประเทศจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เครือข่ายมือถือ 5G ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์

สิงคโปร์ อินเดีย และมาเลเซีย เป็นกลุ่มประเทศในเอเชียที่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จากสงครามชิประหว่างสหรัฐและจีนที่สั่นคลอนตลาดไปทั่วโลก โดยคาดว่ายอดขายในปี 2024 จะแตะระดับ 588,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 19.9 ล้านล้านบาท) ทั้งจีนและบรรดาชาติตะวันตกต่างแข่งกันสร้างห่วงโซ่อุปทานเป็นของตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับประเทศ

แม้ว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดียจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ไม่ใช่กับสิงคโปร์ที่มีบทบาทโดดเด่นมาหลายทศวรรษ จากการเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของบริษัทระดับสากล ตั้งแต่เอ็นเอ็กซ์พี เซมิคอนดักเตอร์ เอ็นพี (NXP Semiconductors NV) ไปจนถึง ไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology Inc.) ทำให้สิงคโปร์เปี่ยมไปด้วยบุคลากรที่มีความสามารถด้านการวิจัยและวิศวกรรมชิป ตลอดจนธุรกิจร่วมทุน (Venture Capital) จำนวนมากให้กับบริษัทสตาร์ตอัพด้านชิป

ความร่วมมือครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของโมดี ที่ต้องการเปลี่ยนอินเดียให้กลายเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี ซึ่งระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ที่เข้มแข็งจำเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังลงนามในข้อตกลงด้านสุขภาพ การแพทย์ และการพัฒนาทักษะอีกด้วย

วิเวียน บาลากริชนัน (Vivian Balakrishnan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนสิงหาคมว่า การมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอินเดียในด้านเซมิคอนดักเตอร์จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ของสิงคโปร์สามารถเจาะตลาดในเอเชียใต้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งทางอินเดียเองก็กำลังศึกษาระบบนิเวศทางเซมิคอนดักเตอร์ของสิงคโปร์อยู่เช่นกัน

รัฐบาลของโมดีกำหนดแผนงานมูลค่า 21,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.07 แสนล้านบาท) เพื่อเสริมศักยภาพด้านเซมิคอนดักเตอร์ทั่วประเทศ โดยประกาศลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปเมื่อต้นปี 2024 มูลค่ารวม 15,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.05 แสนล้านบาท)

สิงคโปร์เชี่ยวชาญในด้านชิปหน่วยความจำ (memory chip) และหน่วยประมวลผลกลาง (Matured Logic Processors) ส่วนใหญ่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ ซึ่งอาจช่วยให้อุตสาหกรรมชิปของอินเดียเติบโตเร็วขึ้นได้