เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
Politics เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคาโคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
Business วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคาโคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
ปราจีนฯ วิกฤต ‘น้ำเน่า หรือ สารเคมีรั่ว?’  อ.สนธิ ผ่า 3 จุดบอด จี้รัฐปฏิรูปก่อนกลายเป็น ‘แม่น้ำพิษ’
เศรษฐกิจภูมิภาค ปราจีนฯ วิกฤต ‘น้ำเน่า หรือ สารเคมีรั่ว?’ อ.สนธิ ผ่า 3 จุดบอด จี้รัฐปฏิรูปก่อนกลายเป็น ‘แม่น้ำพิษ’
Audi RS 3 Sportback ตัวกลั่น ราคา 5.959 ล้านบาท
Automotive Audi RS 3 Sportback ตัวกลั่น ราคา 5.959 ล้านบาท
สภาพอากาศวันนี้ (17 ต.ค.) เตือน 3 ภาคระวังฝนตกหนัก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (17 ต.ค.) เตือน 3 ภาคระวังฝนตกหนัก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
คลังเอาแน่เก็บภาษีขาออก ‘ท่องเที่ยว’ รุมค้านชี้ซ้ำซ้อน
Business คลังเอาแน่เก็บภาษีขาออก ‘ท่องเที่ยว’ รุมค้านชี้ซ้ำซ้อน
ไทยขาดดุลดิจิทัลท่วม 3.8 แสนล้าน ชงใช้บริการแพลตฟอร์ม-ซอฟต์แวร์ในประเทศ
Tech ไทยขาดดุลดิจิทัลท่วม 3.8 แสนล้าน ชงใช้บริการแพลตฟอร์ม-ซอฟต์แวร์ในประเทศ
ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ต.ค. 69) ปรับลง 0.81% อยู่ที่ 81,486 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ต.ค. 69) ปรับลง 0.81% อยู่ที่ 81,486 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

กรุงไทย ชี้เป้า 9 กองทุนเด่น หลังประกาศผลเลือกตั้งสหรัฐ

31 ต.ค. 2567 | 14:08น.
กรุงไทย ชี้เป้า 9 กองทุนเด่น หลังประกาศผลเลือกตั้งสหรัฐ

บลจ.กรุงไทย ชี้เป้า 9 กองทุนเด่น หลังประกาศผลการเลือกตั้งสหรัฐ คาดจะได้ประโยชน์จากนโยบาย ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั่วโลกต่างจับตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พ.ย. 2567 ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และคามาลา แฮร์ริส ซึ่งมีคะแนนเสียงค่อนข้างใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม จากนโยบายการหาเสียงที่ต่างกัน จึงส่งผลอย่างมีนัยยะต่อทิศทางการลงทุนในอนาคตอย่างชัดเจน โดย KTAM ได้มีมุมมองหลังการประกาศผลการเลือกตั้งทั้ง 2 กรณีดังนี้

จากนโยบายที่โดดเด่นในการหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ อาทิ การสนับสนุนให้ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน การลดภาษีนิติบุคคลในสหรัฐลงจาก 21% เหลือเพียง 15% ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำไรต่อหุ้น (EPS) ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ

การเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็น 60% และจากประเทศอื่น ๆ เป็น 10% เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ หันมาลงทุนในสหรัฐมากขึ้น รวมไปถึงท่าทีที่แข็งกร้าวกับจีน อาจทำให้การส่งออกสินค้าของจีนเผชิญความลำบากมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อบริษัทในญี่ปุ่นให้ก้าวเข้ามาค้าขายแทนจีนได้

อีกทั้งการมุ่งเน้นการเติบโตของสหรัฐ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะเพิ่มสูงขึ้น โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะลดดอกเบี้ยไม่ได้ตามคาด ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง ซึ่งดีต่อบริษัทในญี่ปุ่นด้วย จึงมองว่าหากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง กองทุนที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ได้แก่

1.KT-ENERGY (ความเสี่ยงระดับ 7) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF World Energy Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำทั่วโลก ซึ่งมีธุรกิจหลักในการสำรวจ พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายพลังงาน นอกจากนั้น กองทุนยังอาจลงทุนในบริษัทที่มุ่งเน้นการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทน

2.KT-US (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน AB American Growth Portfolio (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทในสหรัฐที่มีขนาดใหญ่ มีแนวโน้มในการเติบโตดี มีคุณภาพสูง

3.KT-Finance (ความเสี่ยงระดับ 7) เน้นลงทุนใน Fidelity Funds-Global Financial Services Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นทุนทั่วโลกของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการเงินแก่ผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก

4.KT-JPFUND (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares Core Nikkei 225 ETF (กองทุนหลัก) โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารทุนที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีนิกเคอิ 225 ในสัดส่วนเดียวกับจำนวนหุ้นในดัชนีนิคเคอิ 225

นอกจากนี้ ยังมีกองทุนที่น่าสนใจจากการที่ทรัมป์ต้องการให้สหรัฐเป็น “Crypto Capital of the Planet” ได้แก่ KT-Blockchain (ความเสี่ยงระดับ 6) ซึ่งจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ อาทิ หน่วย CIS และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (กองทุนปลายทาง) ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป ที่มีกลยุทธ์เน้นลงทุนในบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets Companies) และ/หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจและ/หรือมีความเกี่ยวข้องกับระบบสินทรัพย์ดิจิทัล และ/หรือเทคโนโลยีบล็อกเชน

ในขณะที่นโยบายการหาเสียงของแฮร์ริส มีนโยบายที่โดดเด่นคือ การกระจายรายได้ที่ดีขึ้น โดยจะมีการลดภาษีให้ธุรกิจขนาดเล็กรวมถึงคนชั้นกลาง และสนับสนุนสวัสดิการด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการศึกษา พร้อมทั้งเพิ่มรายได้รัฐ โดยการเพิ่มภาษีนิติบุคคลในสหรัฐเป็น 28% จาก 21% และอาจมีการเพิ่มภาษี “คนรวย” อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยกองทุนที่คาดว่าจะได้ประโยชน์หากแฮร์ริสชนะการเลือกตั้ง ได้แก่

1.KT-GREEN (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Schroder International Selection Fund Global Energy Transition (กองทุนหลัก) โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนจากการเติบโตของเงินลงทุนในหุ้นบริษัททั่วโลก ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานคาร์บอนต่ำ

2.KT-Technology (ความเสี่ยงระดับ 7) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Fidelity Funds-Global Technology Fund (กองทุนหลัก) โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลก รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีการพัฒนา/หรือจะมีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือการให้บริการ หรือที่จะได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้า หรือการพัฒนาเทคโนโลยี

3.KT-ASEAN (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนใน JPMorgan Funds-ASEAN Equity Fund (กองทุนหลัก) โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัท (รวมถึงบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนที่มีขนาดเล็กกว่า) ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในหรือมีผลการดำเนินงานหลักของบริษัทมาจากประเทศที่เป็นสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนบางประเทศอาจถูกพิจารณาให้เป็นประเทศตลาดเกิดใหม่

นอกจากนี้ ยังมีกองทุนที่น่าสนใจคือ KT-HiDiv (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนใน SET ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีประวัติการจ่ายปันผลที่ดี สม่ำเสมอ จากการที่คาดว่าแฮร์ริสอาจจะดำเนินนโยบายต่อเนื่องจากประธานาธิบดีไบเดน จึงส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในขาฟื้นตัวตามวัฏจักร แม้ว่าจะมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องได้รับแก้ไข แต่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ของภาครัฐ และความเชื่อมั่นต่อตลาดที่ค่อย ๆ ดีขึ้น น่าจะเป็นตัวผลักดันตลาดหุ้นไทยได้ในช่วงถัดไป

อย่างไรก็ตาม หากพรรคของประธานาธิบดีไม่ได้คุมเสียงข้างมากในทั้งสองสภา (Split Congress) จากการเลือกตั้งของ สส. และ สว. อาจทำให้การผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ยากขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทยและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn

ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุนที่สำคัญคือ ความเสี่ยงทางตลาด ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงในเรื่องคู่สัญญาในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง ความเสี่ยงที่เกิดจากการย้ายการลงทุนไปกองทุนอื่น ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนในหลักทรัพย์เฉพาะกลุ่มธุรกิจ ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน และความเสี่ยงจากข้อจำกัดการนำเงินลงทุนกลับประเทศ

คำเตือน กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (ยกเว้นกองทุน KT-HiDiv) ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน