เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลกให้ไทยกู้ 200 ล้านดอลล่าร์ ลุย “เมืองคาร์บอนต่ำ” ลดพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง
World ธนาคารโลกให้ไทยกู้ 200 ล้านดอลล่าร์ ลุย “เมืองคาร์บอนต่ำ” ลดพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง
กรุงศรีฯ ชี้คนไทย ‘คิดก่อนใช้’ กลุ่มไฮเอนด์โตช้าลง ส่ง JCB Ultimate เจาะรายได้ 7 หมื่นบาท
Finance กรุงศรีฯ ชี้คนไทย ‘คิดก่อนใช้’ กลุ่มไฮเอนด์โตช้าลง ส่ง JCB Ultimate เจาะรายได้ 7 หมื่นบาท
SAM ช่วยลูกค้าน้ำท่วม 22 จังหวัด พักหนี้ 3 เดือน ผ่อนตามกำลังอีก 6 เดือน
Finance SAM ช่วยลูกค้าน้ำท่วม 22 จังหวัด พักหนี้ 3 เดือน ผ่อนตามกำลังอีก 6 เดือน
ศุลกากร สกัดลักลอบส่งออกมือถือเก่า 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
Finance ศุลกากร สกัดลักลอบส่งออกมือถือเก่า 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทSMS จัดงานมันดี มีคุณภาพฯ อบรมเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จ.ชัยภูมิ
เศรษฐกิจภูมิภาค กลุ่มบริษัทSMS จัดงานมันดี มีคุณภาพฯ อบรมเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จ.ชัยภูมิ
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
สยามพิวรรธน์ ร่วมต้อนรับคู่สมรสรัฐมนตรีและผู้ว่าการธนาคารกลาง งาน IMF & World Bank
Biz Movement สยามพิวรรธน์ ร่วมต้อนรับคู่สมรสรัฐมนตรีและผู้ว่าการธนาคารกลาง งาน IMF & World Bank
เปิด 5 พิกัดเสพมู้ด Old Hong Kong สุดฮิต
Biz Movement เปิด 5 พิกัดเสพมู้ด Old Hong Kong สุดฮิต
“บัว” ได้รับเลือก เข้า Vision – Asia เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน
Biz Movement “บัว” ได้รับเลือก เข้า Vision – Asia เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน
ดีเดย์ 29 ต.ค. เปิดตัวหนังสือ Meditation as Living Practice ผลงาน ‘ดร.สุภชัย-ดร.อลงกต’
Biz Movement ดีเดย์ 29 ต.ค. เปิดตัวหนังสือ Meditation as Living Practice ผลงาน ‘ดร.สุภชัย-ดร.อลงกต’
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง IVF ขายไอพีโอ 130 ล้านหุ้น

12 พ.ย. 2567 | 18:33น.

ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง “อินสไปร์ ไอวีเอฟ” เสนอขายไอพีโอ 130 ล้านหุ้น เข้าเทรด mai มุ่งสู่ผู้นำศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากของเอเชีย ผ่านการขยายสาขาครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนยกระดับบริการเพื่อสุขภาพภายใต้มาตรฐานสากล

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) ของบริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ “IVF” สำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกในจำนวนไม่เกิน 130,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 29.55 ของจำนวนที่ออกและเรียกชำระทั้งหมด เพื่อระดมทุนตามแผนการมุ่งสู่ตำแหน่ง “ผู้นำศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากของเอเชียด้วยมาตรฐานสากล”

ด้วยนโยบายการขยายจำนวนสาขาทั้งในไทยและต่างประเทศ ตลอดจนเพิ่มบริการเวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟู สอดรับกับโอกาสเติบโตทางธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility) ในระดับโลกที่มีแนวโน้มสดใส ภายใต้มาตรฐานการดำเนินงานระดับสากล

นางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ “IVF” เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแบบครอบคลุมความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้บริการแต่ละบุคคล และการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ภายใต้ประสบการณ์กว่า 6 ปีโดยแผนการเข้าตลาด IPO ในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจ โดยอาศัยจุดเด่นในการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม ดังนี้

ประสบการณ์การให้บริการภายใต้มาตรฐานสากล บริษัทฯ มีโมเดลธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในฐานะ “ศูนย์รวมความเชี่ยวชาญด้าน Fertility” ที่ครอบคลุม โดยทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เทคโนโลยีการดูแลที่ทันสมัย เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ของคู่สมรส และมาตรฐานการให้บริการระดับสากล รวมถึงมาตรฐานด้านการบริหารจัดการ ทั้งด้านการแพทย์และการให้บริการ

ได้รับการรับรองในมาตรฐานสากล บริษัทมุ่งมั่นสู่มาตรฐานคุณภาพระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นธุรกิจศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรอง AACI และ ISO9001 นอกจากนั้น เรายังเป็นแห่งที่สองของโลกที่ได้รับ Global Healthcare Accreditation (โปรแกรมเฉพาะ COVID-19 สำหรับ Medical Travel) และได้รับการรับรองจาก TEMOS International Healthcare Accreditation (Excellent in International Reproductive Care) จากประเทศเยอรมนี และล่าสุด บริษัทฯ ได้รับรางวัล Excellence Awards เป็นรายแรกและรายเดียวในปัจจุบันสำหรับกลุ่มธุรกิจ IVF ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเพื่อการรักษา บริษัทฯ มีการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ลดระยะเวลาในการรักษาและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วย อาทิ EmbryoScope plusตู้เลี้ยงตัวอ่อนที่สามารถติดตามการเจริญเติบโตของตัวอ่อนได้แบบเรียลไทม์

พร้อมประเมินคุณภาพตัวอ่อนด้วยเทคโนโลยีเอไอ (AI), LensHooke® เครื่องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเชื้อ ที่ครอบคลุมความเข้มข้น การเคลื่อนไหว รูปร่าง รวมถึงโอกาสการติดเชื้อ, เทคนิค PGT-A/-SR SNP Array ของ illumina การตรวจวินิจฉัยโครโมโซมของตัวอ่อน เพื่อทำหน้าที่คัดกรองโรคทางพันธุกรรมได้อย่างแม่นยำ ฯลฯ

พร้อมให้บริการลูกค้าด้วยบริการระดับสากล นอกจากการอบรมผู้ให้บริการให้มี Service Mind ในระดับสูง บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกทีมงานมืออาชีพ เข้าใจลูกค้า สามารถให้บริการหลายภาษา ครอบคลุมภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษามลายู โดยในปี 2565-2566 มีสัดส่วนลูกค้าที่ใช้บริการเป็นชาวต่างชาติกว่าร้อยละ 80 โดยกลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ อินเดีย และจีน

โครงสร้างรายได้ที่แข็งแกร่ง บริษัทดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้กลยุทธ์ Asset-light เช่น การร่วม Joint Venture กับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในอุตสาหกรรมเดียวกันและภายนอก จนสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการให้บริการในปี 2564-2566 เท่ากับ 11.24 ล้านบาท 63.31 ล้านบาท และ 121.55 ล้านบาท ตามลำดับ

โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจ IVF และในงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 มีรายได้จากการให้บริการ 83.28 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยาก 76.61 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 92 และรายได้จากธุรกิจเวชศาสตร์ฟื้นฟูฯ 6.67 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8

นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า บริษัทจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 130,000,000 หุ้น ทั้งนี้ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว จะส่งผลให้บริษัทมีทุนชำระแล้ว 220,000,000 บาท คิดเป็นจำนวน 440,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท จากทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว 155,000,000 บาท

โดยมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องและใช้ในการขยายสาขาให้บริการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายการเติบโตของอินสไปร์ ไอวีเอฟ ไปในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลโดยจะพิจารณาตามความสามารถในการทำไรแต่ละปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินทุนสำรองตามกฎหมาย และเงินสำรองอื่น ๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต. หุ้นไอพีโอ (IPO)