เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
“สวนสยาม” เนื้อหอมทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ ดีลยังไม่จบ ลุ้นกลับมาเปิด ธ.ค. นี้
Real Estate “สวนสยาม” เนื้อหอมทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ ดีลยังไม่จบ ลุ้นกลับมาเปิด ธ.ค. นี้
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
HR TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
Uncategorized BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
ดูทั้งหมด

5 ปีต่อจากนี้ เศรษฐกิจ APEC จะโตช้ากว่าทั้งโลก

20 พ.ย. 2567 | 19:45น.
เอเปค APEC

ในระหว่างการประชุมผู้นำชาติสมาชิกกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือประชุมสุดยอดเอเปค 2024 (APEC Summit 2024) มีการเผยแพร่รายงานอย่างเป็นทางการของเอเปคที่คาดการณ์ว่า ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ เศรษฐกิจของกลุ่ม 21 ประเทศเอเปคจะเติบโตช้ากว่าเศรษฐกิจส่วนที่เหลือของโลกและภาพรวมของทั้งโลก

ในรายงาน “วิเคราะห์แนวโน้มภูมิภาคเอเปค” (APEC Regional Trends Analysis) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยสนับสนุนนโยบายเอเปค (APEC Policy Support Unit) คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจเอเปคจะอยู่ที่ 3.5% ในปี 2024 แล้วจะชะลอลงเหลือ 3.1% ในปี 2025 จากนั้นจะชะลอลงเหลือ 3.0% ในปี 2026 และจะชะลอตัวลงอีกเหลือ 2.7% ในระยะกลาง (เฉลี่ยปี 2027-2029)

ขณะที่อัตราการเติบโตของส่วนที่เหลือของโลก (ไม่นับรวมเอเปค) จะอยู่ที่ 2.9% ในปี 2024 แล้วเร่งตัวขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2025 ตามด้วย 3.6% ในปี 2026 และอยู่ที่ 3.6% ในระยะกลาง (เฉลี่ยปี 2027-2029)

ส่วนอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจรวมทั้งโลก (นับรวมเอเปค) จะอยู่ที่ 3.2% ในปี 2024 และ 2025 ก่อนจะเร่งตัวขึ้นเป็น 3.3% ในปี 2026 และเป็น 3.1% ในระยะกลาง (เฉลี่ยปี 2027-2029)

ความเสี่ยงสำคัญที่รายงานระบุว่าอาจเป็นปัจจัยจำกัดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจเอเปคในระยะกลาง คือ หนี้ที่พุ่งสูงและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้น

เมื่อลงรายละเอียดปัจจัยด้านเงินเฟ้อรายงานระบุว่า อาจมีแรงกดดันด้านราคาจากการเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรของประเทศต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงเกินระดับปานกลาง แต่ไม่ได้ประเมินผลกระทบจากนโยบายการขึ้นภาษีศุลกากรของโดนัลด์ ทรัมป์โดยตรง

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของหลาย ๆ ประเทศ รายงานนี้คาดการณ์ว่า ในปี 2025 การค้าของเอเปคจะเติบโตอย่างไม่ทั่วถึง กล่าวคือบางประเทศค้าขายได้มากขึ้น แต่บางประเทศยังเท่าเดิมหรือน้อยลง แต่ในภาพรวมอาจขยายตัวได้ 4.4% หากไม่มีผลกระทบเชิงลบที่เหนือความคาดหมายเข้ามา

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการค้าในเอเปคจะยังคงเปราะบางท่ามกลางการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ทั่วโลก รวมถึงมาตรการจำกัดการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่แข็งแกร่ง

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกีดกันทางการค้า เป็นภัยคุกคามต่อแนวโน้มการค้าปัจจุบันและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสมาชิกเอเปค”

ในรายงานบอกอีกว่า ข้อจำกัดทางการค้าและมาตรการเยียวยาทางการค้า (Trade Remedies) ซึ่งหมายความรวมถึงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ในช่วงหลังโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2024 มาตรการจำกัดทางการค้ามีจำนวน 345 ฉบับ และมาตรการเยียวยาทางการค้ามีจำนวน 944 ฉบับ

อีกปัจจัยที่รายงานระบุว่าเป็นปัจจัยท้าทายเศรษฐกิจเอเปค คือ ประชากรสูงอายุ เนื่องจากประเทศสมาชิกเอเปคกว่าครึ่งหนึ่งกำลังเผชิญปัญหาประชากรสูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2022 มากกว่าครึ่งของประเทศสมาชิกเอเปครายงานอัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุ 20-51 คนต่อประชากรวัยทำงาน 100 คน เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 1990 ซึ่งอัตราส่วนสูงสุดอยู่ที่ 19 คนต่อประชากรวัยทำงาน 100 คน

รายงานเตือนว่า อัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุที่เพิ่มขึ้นนี้ไฮไลต์ให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแรงกดดันด้านประชากรสูงอายุที่มีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนของกำลังแรงงาน

“แรงงานหดตัว ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและเงินบำนาญที่สูงขึ้น ฐานภาษีลดลง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้าลง เป็นเพียงผลกระทบเชิงลบที่สำคัญบางประการจากประชากรสูงอายุ” รายงานของหน่วยนโยบายเอเปคระบุ และบอกอีกว่า จำเป็นที่จะต้องมีการตอบสนองเชิงนโยบายอย่างเหมาะสมในระยะเวลาอันใกล้นี้

ที่ว่ามาเป็นคาดการณ์อนาคตที่ไม่สดใส แต่คณะจัดทำรายงานก็มองถึงโอกาสในการเติบโตด้วยว่า โอกาสอาจมาจากการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) อัตราเงินเฟ้อในระดับปานกลางที่อาจส่งผลให้การบริโภคและกิจกรรมการลงทุนแข็งแกร่งขึ้น และการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อรับมือกับความท้าทายในระยะสั้นและระยะกลาง