เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผุด ‘ข้าวสาร แซนด์บ็อกซ์’ คุมเข้มปราบส่วย เอาผิด จนท.รัฐ ละเมิดกฎหมาย
Politics ผุด ‘ข้าวสาร แซนด์บ็อกซ์’ คุมเข้มปราบส่วย เอาผิด จนท.รัฐ ละเมิดกฎหมาย
SCB จับมือชับบ์ ลุยประกันอุบัติเหตุทุกวัย ชูเบี้ยเริ่ม 960 บาท-ซื้อผ่านแอป
Finance SCB จับมือชับบ์ ลุยประกันอุบัติเหตุทุกวัย ชูเบี้ยเริ่ม 960 บาท-ซื้อผ่านแอป
พรุ่งนี้ชง ครม. ขอเพิ่มงบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ หมื่นล้าน จ่าย 1.4 ล้านครัวเรือน
Politics พรุ่งนี้ชง ครม. ขอเพิ่มงบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ หมื่นล้าน จ่าย 1.4 ล้านครัวเรือน
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
ถอยแล้ว สาว บ. สมุนไพร เตรียมยื่นถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL
Biz Movement ถอยแล้ว สาว บ. สมุนไพร เตรียมยื่นถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL
จีน GDP ไตรมาส 3/2026 ขยายกว่าที่คาด 4.5 % แนวโน้มทั้งปีโตตามเป้า
World จีน GDP ไตรมาส 3/2026 ขยายกว่าที่คาด 4.5 % แนวโน้มทั้งปีโตตามเป้า
‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank – แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
Politics ‘พิชัย’ ชื่นชมประชุม IMF–World Bank – แนะเร่งแก้ 4 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ
‘แอนนาเบล’ ชี้ 90% ธุรกิจเชียงใหม่เป็นกงสี  จุดเสี่ยง “ไม่แยกกระเป๋าเงิน”
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘แอนนาเบล’ ชี้ 90% ธุรกิจเชียงใหม่เป็นกงสี  จุดเสี่ยง “ไม่แยกกระเป๋าเงิน”
เงินจ่อเข้าหุ้นไทย 1 พันล้าน หลัง MSCI หั่นชั้นอินโดฯ โบรกฯ ชี้เป้า 10 หุ้นใหญ่ลุ้นโฟลว์ไหลเข้า
Finance เงินจ่อเข้าหุ้นไทย 1 พันล้าน หลัง MSCI หั่นชั้นอินโดฯ โบรกฯ ชี้เป้า 10 หุ้นใหญ่ลุ้นโฟลว์ไหลเข้า
ปิยะ ไม่ยุ่ง ‘คดีฮั้ว สว.’  หลังถูกต้าน ยันเป็นไปตามกฎหมาย
Politics ปิยะ ไม่ยุ่ง ‘คดีฮั้ว สว.’ หลังถูกต้าน ยันเป็นไปตามกฎหมาย
ดูทั้งหมด

9 เดือนแสนสิริผงาดแชมป์รายได้ ท็อป 11 บิ๊กแบรนด์รักษาท็อปฟอร์มยอดโอน-กำไร

23 พ.ย. 2567 | 07:45น.
แสนสิริ

เทศกาลเปิดเผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2567 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นไปอย่างคึกคัก

โฟกัสวงการอสังหาริมทรัพย์ “พลัส พร็อพเพอร์ตี้” นำเสนอข้อมูลผู้ประกอบการบิ๊กแบรนด์ 11 รายแรก หรือท็อป 11 ที่ยืนเด่นในด้านการสร้างยอดรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้

ตลาดลักเซอรี่ศักยภาพเติบโตสูง

โดย “สุวรรณี มหณรงค์ชัย” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังมีความท้าทายต่อเนื่อง แต่จะเห็นได้ชัดว่าในปี 2567 ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มกำลังซื้อผู้มีรายได้สูง ทำให้ดีเวลอปเปอร์หันมาโฟกัสตลาดระดับบนที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง

โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต ซึ่งเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้นทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับลักเซอรี่ เช่น วิลล่าและคอนโดมิเนียมใกล้ทะเล ความต้องการในกลุ่มนี้ยังคงสูง ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนในภูเก็ตเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอย่างมาก

นอกจากนี้ หัวเมืองหลักในภูมิภาคอื่น ๆ ก็มีการฟื้นตัวในกลุ่มที่อยู่อาศัยสำหรับการพักผ่อนและนักท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ และชลบุรี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่ยังคงอยู่ในตลาดอสังหาฯไทย ที่แม้จะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย แต่ยังคงเติบโตจากลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในหลายจังหวัด

แสนสิริ-AP-ศุภาลัยตัวเลขสีเขียว

ทั้งนี้ เทรนด์การเติบโตในเซ็กเมนต์ระดับลักเซอรี่และอัลตราลักเซอรี่ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนผ่านผลประกอบการ 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2567) ที่พบว่า มีดีมานด์ซื้ออย่างต่อเนื่องในโครงการที่พัฒนาในทำเลที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้านักลงทุนรายใหญ่ที่มีความพร้อมในการลงทุนและกลยุทธ์การพัฒนาที่เหมาะสม ทำให้สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่งผลให้ผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมาเป็นไปตามเป้า โดย “แสนสิริ” รั้งอันดับ 1 กวาดรายได้สูงสุด ตามด้วย “เอพี ไทยแลนด์” และ “ศุภาลัย” รายละเอียดดังนี้

อันดับ 1 “บมจ.แสนสิริ” มีรายได้รวม 28,877 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 4.7% เทียบกับ 9 เดือนปี 2566 มีกำไรสุทธิ 4,009 ล้านบาท ลดลง 15.8% เนื่องจากปีที่แล้วมีการบันทึกกำไรพิเศษ โดยรายได้การขายโครงการในไตรมาส 3/67 สัดส่วน 2 ใน 3 ยังคงมาจากโครงการบ้านแนวราบ จุดเน้นเป็นพิเศษอยู่ที่มีรายได้หลักมาจากบ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่และซูเปอร์ลักเซอรี่ที่แสนสิริเป็นเจ้าตลาด

อันดับ 2 “บมจ.เอพี ไทยแลนด์” มีรายได้รวม 28,049 ล้านบาท ลดลง 3% จาก 28,921 ล้านบาท, มีกำไรสุทธิ 3,727 ล้านบาท ลดลง 21 % จาก 4,719 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มสินค้าบ้านแนวราบยังคงเป็นโปรดักต์ไฮไลต์ของเอพี ไทยแลนด์

อันดับ 3 “บมจ.ศุภาลัย” สร้างรายได้รวมอยู่ที่ 22,792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จาก 21,538 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,201 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จาก 3,972 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งโครงการบ้านแนวราบ และคอนโดมิเนียม

อันดับ 4 “บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” มีรายได้รวม 20,419 ล้านบาท ลดลง 4.1% จาก 21,289 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 2,898 ล้านบาท ลดลง 27.4% จาก 3,989 ล้านบาท

อันดับ 5 “บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง” มีรายได้รวม 15,607 ล้านบาท ลดลง 21.6% กำไรสุทธิลดลง 63.9% เหลือ 753 ล้านบาท จากปีก่อนมีกำไร 2,082 ล้านบาท เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการอนุมัติสินเชื่อที่สถาบันการเงินมีการพิจารณาเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีความเปราะบางท็อป 11 อสังหา

ASW โตร้อนแรง-อนันดาฯรีเทิร์น

อันดับ 6 “บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชัน” ทำรายได้รวม 14,688 ล้านบาท ลดลง 7.2% จาก 15,821 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,220 ล้านบาท ลดลง 25.2% จาก 1,631 ล้านบาท โดยรายได้หลักจากการขายมาจากโครงการบ้านแนวราบที่เติบโต 15% และรายได้จากโครงการแนวสูง หรือคอนโดฯที่เติบโตขึ้น 9%

อันดับ 7 “บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” มีรายได้รวม 9,638 ล้านบาท ลดลง 22.3% เทียบจาก 12,410 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลง 45% เหลือ 1,318 ล้านบาท จากช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 ที่มีกำไร 2,396 ล้านบาท

อันดับ 8 “บมจ.แอสเซทไวส์” หรือ ASW ทำรายได้รวม 7,767 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตของรายได้ 62.5% จาก 4,781 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 113.7% จาก 608 ล้านบาท นับเป็นผลประกอบการที่ร้อนแรงในท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่องยาวนานในช่วงที่ผ่านมา

อันดับ 9 “บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์” หรือคิวเฮ้าส์ ทำรายได้รวม 6,641 ล้านบาท ลดลง 3.6% จาก 6,885 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,683 ล้านบาท ลดลง 11.2% จาก 1,896 ล้านบาท

อันดับ 10 “บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์” หรือ LPN ทำรายได้รวม 5,978 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จาก 5,563 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 226 ล้านบาท ลดลง 33% จาก 336 ล้านบาท

และอันดับ 11 “บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์” ทำรายได้รวม 5,167 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 107.8% เทียบกับช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 ที่มีรายได้รวม 2,486 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147% เทียบกับผลประกอบการช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่มีจำนวน -686 ล้านบาท

กับดักสภาพคล่อง-ดอกเบี้ยแพง

“ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของ 11 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ แต่ละบริษัทมีตัวเลขกำไร รายได้ และอัตราการเติบโตมากน้อยเพียงใดนั้น สะท้อนกลยุทธ์ของแต่ละบริษัทที่แตกต่างกัน นับเป็นการส่งสัญญาณให้ต้องจับตาอะไรต่อไปในตลาดอสังหาฯ ช่วงท้ายปีไปจนถึงต้นปี 2568”

โดยภาพใหญ่พบว่า การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยยังมีแนวโน้มเป็นไปอย่างเข้มข้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ทั้งการพัฒนาโครงการใหม่และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-สูง ซึ่งยังคงเป็นกำลังซื้อหลักในตลาด โดยผู้ประกอบการรายใหญ่มีความได้เปรียบจากเงินลงทุนและสภาพคล่องที่สูง สามารถพัฒนาโครงการหลากหลายทั้งในระดับราคาและรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดที่ยังมีจำกัดได้อย่างทั่วถึง

โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อดีมานด์ผู้บริโภคเป็นเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน ตลอดจนผู้บริโภคยุคใหม่เน้นเช่ามากกว่าซื้อ, เทรนด์ในการอยู่อาศัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ เช่น เทรนด์ Pet Humanization การเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นคนในครอบครัว ทำให้มีความต้องการบ้านที่เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์มากขึ้น รวมทั้งบ้านที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย และที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น ราคาบ้านที่สูงขึ้น และดอกเบี้ยทรงตัวในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยโดยตรง