เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 2.1% อยู่ที่ 82,081 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 2.1% อยู่ที่ 82,081 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (13 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “อีสานใต้-กลาง-กทม.-ตะวันออก-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
News พยากรณ์อากาศ (13 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “อีสานใต้-กลาง-กทม.-ตะวันออก-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
MG IM5 ฟีลดี ขับโดน กำลังล้น  
Automotive MG IM5 ฟีลดี ขับโดน กำลังล้น  
กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
Real Estate กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
กทม. เปิดตัวเลขเยียวยาน้ำท่วม ‘ทางรัฐ’ ผ่านเกณฑ์ 8.8 หมื่นหลังคาเรือน ทะลุ 649 ล้าน
News กทม. เปิดตัวเลขเยียวยาน้ำท่วม ‘ทางรัฐ’ ผ่านเกณฑ์ 8.8 หมื่นหลังคาเรือน ทะลุ 649 ล้าน
ปักหมุดกรุงเทพฯ จัด S.Pellegrino Young Chef เอเชีย เฟ้นตัวแทนลุยรอบโลก 2027
Biz Movement ปักหมุดกรุงเทพฯ จัด S.Pellegrino Young Chef เอเชีย เฟ้นตัวแทนลุยรอบโลก 2027
ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
Business ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
Tech IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
News นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
ดูทั้งหมด

ส.อ.ท.หนุนกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้า FTA-EFTA หลังบรรลุการเจรจาสำเร็จ

04 ธ.ค. 2567 | 10:51น.
ส.อ.ท. หนุนกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้า FTA-EFTA หลังบรรลุการเจรจาสำเร็จ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงความยินดีต่อกระทรวงพาณิชย์ในความสำเร็จต่อการบรรลุการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) ระหว่างประเทศไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ซึ่งนับว่าเป็น FTA ฉบับแรกที่ไทยมีกับประเทศในยุโรป โดยกลุ่มประเทศ EFTA ประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์

การเจรจา FTA ฉบับนี้ใช้เวลาการเจรจาร่วม 2 ปี นับจากปี 2565 โดยการเจรจาครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า การอำนวยความสะดวกทางการค้า มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช มาตรการอุปสรรคเทคนิคต่อการค้า การค้าบริการ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา ความร่วมมือด้านเทคนิคและการเสริมสร้างศักยภาพ เป็นต้น

ซึ่งตลอดการเจรจา ส.อ.ท.ได้ให้ข้อมูลประกอบการเจรจา โดยเฉพาะเรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งมีความสำคัญต่อการกำหนดแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี ส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้รับผลประโยชน์จากการใช้วัตถุดิบร่วมกันระหว่างสมาชิก

ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก หนังและผลิตภัณฑ์หนัง สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเยื่อและกระดาษ ทั้งนี้ ส.อ.ท.ได้ร่วมหารือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเจรจามาโดยตลอด ได้แก่ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผลสำเร็จของการเจรจา FTA ฉบับนี้ จะส่งผลให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารที่ไทยจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดหวาน อาหารสำเร็จรูป อาหารสัตว์ ผลไม้เมืองร้อน แป้ง น้ำมันพืช ไก่แปรรูป น้ำตาลและผลิตภัณฑ์ เส้นก๋วยเตี๋ยว ผักและผลไม้กระป๋อง และน้ำผลไม้ และในส่วนของภาคบริการ ได้แก่ การท่องเที่ยว การเงิน โทรคมนาคม การแพทย์และสุขภาพ พลังงานสะอาด และด้านวิชาชีพ

โดยจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระหว่างกันจากมูลค่าการค้าของไทยและ EFTA ที่ปัจจุบัน (เดือนมกราคม-ตุลาคม 2567) มีมูลค่ากว่า 10,293.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 3,787.97 ล้านดอลลาร์ และมูลค่าการนำเข้า 6,505.56 ล้านดอลลาร์ (ที่มา : รายงานข้อมูลสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทย กระทรวงพาณิชย์)

ความก้าวหน้าของการเจรจา EFTA ถือเป็นความสำเร็จของรัฐบาลไทยและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเป็นการตอกย้ำถึงประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนำไปสู่การเจรจาที่สัมฤทธิผล ก่อให้เกิดประโยชน์ทางการค้า การลงทุน และภาคอุตสาหกรรม ซึ่ง ส.อ.ท.เชื่อมั่นว่า

นอกจากความสำเร็จของการเจรจาเปิดเสรีด้านการค้าสินค้าและบริการแล้ว การบรรลุความตกลงนี้จะสามารถเป็นกลไกสำคัญในการนำไปสู่ความร่วมมือกับกลุ่มประเทศยุโรป เพื่อพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยและยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย และไปสู่การเจรจา FTA ไทย-อียู ที่สำเร็จในอนาคต

ภายหลังการสรุปผลการเจรจา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจะนำเสนอผลการเจรจาต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบ โดยคาดว่าจะมีการลงนามร่วมกับกลุ่มประเทศสมาชิก EFTA ในช่วงเดือนมกราคม 2568 เพื่อให้ความตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป และในส่วนของภาคเอกชนไทย ก็จะสามารถติดตามความคืบหน้าและแนวทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงฉบับนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและขยายโอกาสในการค้าระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะผู้แทนภาคเอกชนด้านอุตสาหกรรม ขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้การเจรจา FTA ไทย-EFTA สำเร็จลุล่วง โดย ส.อ.ท.พร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงเขตการค้าเสรีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป