เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
Finance 5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
Business MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
Business ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
เศรษฐกิจภูมิภาค 140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
Business ‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Economic กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
Finance Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 7 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองตลาดโลก

15 ธ.ค. 2567 | 16:45น.
เงินบาท-ราคาทองคำ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้เงินบาทกลับมาอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางแรงขายของต่างชาติ จับตาสัปดาห์หน้า 7-8 ปัจจัยสำคัญ ทั้งผลการประชุมของ กนง. (18 ธ.ค.) ผลการประชุม FOMC (17-18 ธ.ค.) และ Dot Plot ของเฟด ผลการประชุม BOJ (18-19 ธ.ค.) ผลการประชุม BOE (19 ธ.ค.) การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน รวมถึงสัญญาณเงินทุนต่างชาติ ทิศทางเงินหยวนและราคาทองคำในตลาดโลก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 33.66 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะพลิกอ่อนค่ากลับมาช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกและสกุลเงินเอเชีย

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ประกอบกับเงินดอลลาร์ขาดแรงหนุน เนื่องจากตลาดประเมินโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุม FOMC เดือน ธ.ค.นี้

อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงตามทิศทางเงินหยวนและสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค ท่ามกลางการคาดการณ์ของตลาดว่าทางการจีนอาจทยอยปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงในปี 2568 เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดจากมาตรการภาษีการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ

นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากการร่วงลงของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ ECB และตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐในเดือน พ.ย. ที่ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด

กราฟค่าเงินบาท

ในวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค. 2567 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 34.13 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 34.07 บาทต่อดอลลาร์ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 ธ.ค. 67) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 9-13 ธ.ค. 2567 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 5,907 ล้านบาท และ 6,246 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับสัปดาห์ถัดไป ระหว่างวันที่ 16-20 ธ.ค. ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.60-34.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. (18 ธ.ค.) ผลการประชุม FOMC (17-18 ธ.ค.) และ Dot Plot ของเฟด ผลการประชุม BOJ (18-19 ธ.ค.) ผลการประชุม BOE (19 ธ.ค.) การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน รวมถึงสัญญาณเงินทุนต่างชาติ ทิศทางเงินหยวนและราคาทองคำในตลาดโลก

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการ (เบื้องต้น) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค. ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสอง และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือน พ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2567 (Final) และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการ (เบื้องต้น) เดือน ธ.ค. และอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย. ของอังกฤษและยูโรโซน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือน พ.ย. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรด้วยเช่นกัน

กราฟตลาดหุ้นไทย

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตลอดสัปดาห์ตามแรงขายของต่างชาติ ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไรของนักลงทุน เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด ประกอบกับมีวันหยุดในช่วงระหว่างสัปดาห์

อย่างไรก็ดี แม้จะมีประเด็นเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐที่จะผลักดันในปีหน้า แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะประคองให้ตลาดหุ้นไทยขยับขึ้นได้ ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นร่วงลงมากในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเผชิญแรงขายทำกำไร ประกอบกับมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ไทยอาจรับผลกระทบจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ

ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์ สอดคล้องกับตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางแรงขายเพื่อลดสถานะการลงทุนที่มีความเสี่ยงระหว่างรอติดตามทิศทางนโยบายการเงินของทั้งไทยและต่างประเทศจากการประชุมเฟดและกนง.ซึ่งจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า

ในวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค. 2567 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,431.67 จุด ลดลง 1.40% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 38,475.83 ล้านบาท ลดลง 6.00% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.32% มาปิดที่ระดับ 317.37 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,420 และ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (17-18 ธ.ค.) การประชุม กนง. (18 ธ.ค.) รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือน ธ.ค. ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสอง รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือน พ.ย. จีดีพีไตรมาส 3/2567 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ และ BOE ดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือน ธ.ค.ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน พ.ย. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือน ธ.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือน พ.ย.ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร