เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ชู 5 แนวทางจัดสรรทุน-สร้างเศรษฐกิจที่พร้อมสำหรับอนาคต
Uncategorized เวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ชู 5 แนวทางจัดสรรทุน-สร้างเศรษฐกิจที่พร้อมสำหรับอนาคต
IRPC คว้าฮาลาลเม็ดพลาสติก POLIMAXX รายแรกไทย ปูทางส่งออกตลาดอินโดนีเซีย
Biz Movement IRPC คว้าฮาลาลเม็ดพลาสติก POLIMAXX รายแรกไทย ปูทางส่งออกตลาดอินโดนีเซีย
ION Energy ปิดดีล DOHOME นั่ง Exclusive Partner ติดตั้งโซลาร์ ครอบคลุม 27 สาขา-ออนไลน์
Biz Movement ION Energy ปิดดีล DOHOME นั่ง Exclusive Partner ติดตั้งโซลาร์ ครอบคลุม 27 สาขา-ออนไลน์
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 66,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 66,600 บาท
บีโอไอชี้ “วัสดุขั้นสูง” มาแรง 3 ปีลงทุนกว่า 2.35 หมื่นล้าน หนุนอิเล็กทรอนิกส์-EV-พลังงานสะอาด
Economic บีโอไอชี้ “วัสดุขั้นสูง” มาแรง 3 ปีลงทุนกว่า 2.35 หมื่นล้าน หนุนอิเล็กทรอนิกส์-EV-พลังงานสะอาด
ราคายาง ก.ย.69 พุ่ง 40-45% “กยท.” ชี้อุปทานตึง-ดีมานด์โลกหนุน ลุ้น ต.ค.แตะ 90 บาท/กก.
Economic ราคายาง ก.ย.69 พุ่ง 40-45% “กยท.” ชี้อุปทานตึง-ดีมานด์โลกหนุน ลุ้น ต.ค.แตะ 90 บาท/กก.
กบข.ชี้ความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญ พร้อมหนุนเปลี่ยนผ่านสู่ศก.ยั่งยืน
Uncategorized กบข.ชี้ความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญ พร้อมหนุนเปลี่ยนผ่านสู่ศก.ยั่งยืน
“สุรเชษฐ์” นั่งเอ็มดี BLCP คนใหม่ ชู One BLCP เตรียมต่ออายุสัญญา-ทดลองเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ
Economic “สุรเชษฐ์” นั่งเอ็มดี BLCP คนใหม่ ชู One BLCP เตรียมต่ออายุสัญญา-ทดลองเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ
IMF แนะไทยเร่งรัดเข็มขัดคลัง-ชี้ช่วยคนตรงกลุ่ม เลี่ยงหว่านแห  รับวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
World IMF แนะไทยเร่งรัดเข็มขัดคลัง-ชี้ช่วยคนตรงกลุ่ม เลี่ยงหว่านแห รับวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ
เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
Biz Movement เนเน่สวมชุดผ้าไหมไทย ถ่ายทอดความงามแห่งผืนผ้า บนเวทีงานเลี้ยงผู้นำโลก IMF
ดูทั้งหมด

ขับรถชน เป่าเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เตือนประกันไม่คุ้มครอง

31 ธ.ค. 2567 | 15:27น.
เมาแล้วขับ อุบัติเหตุ

ช่วงปีใหม่ 2568 ต้องระวังเมาแล้วขับ เกิดรถชนเป่าปริมาณแอลกอฮอล์พบเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เจอทั้งโทษจำคุก-ค่าปรับ แถมประกันไม่คุ้มครอง เจ้าของรถโดนเพิ่มเบี้ย

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่อง 5 วัน และมีพี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านฉลองปีใหม่จำนวนมาก กำชับทุกหน่วยงานดูแลเรื่องความปลอดภัยอุบัติเหตุอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเข้มงวดกวดขันผู้ขับขี่ต้องปลอดจากแอลกอฮอล์ ตรวจเข้มเมาแล้วขับ โทร.แล้วขับ และการขับขี่รถเร็ว

นายคารมกล่าวว่า สำหรับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่เข้าข่าย “เมาแล้วขับ” เมื่อมีแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และเสียค่าปรับเมาแล้วขับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน

ส่วนปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถ้าอายุน้อยกว่า 20 ปี มีเพียงใบขับขี่ชั่วคราว หรืออยู่ระหว่างพักใบขับขี่จะไม่ถือว่าเมาแล้วขับ แต่เป็นการเมาสุราเท่านั้น ส่วนอัตราโทษตามกฎหมายของการเป่าแอลกอฮอล์เกินกำหนดนั้น คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ค่าปรับเมาแล้วขับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

หากไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์จะถือว่าเป็นการเมาแล้วขับทันที โทษจะเหมือนกันกับการเมาแล้วขับ คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ค่าปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

นอกจากนี้ หากเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุให้ได้รับอันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ค่าปรับเมาแล้วขับ 20,000-100,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่ต่ำกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนถาวร หรือหากทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท พักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนถาวร

หากทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงแก่ความตาย ในข้อนี้ถือว่าเป็นโทษที่หนักหนาที่สุด ต้องถูกจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี ค่าปรับเมาแล้วขับ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตถาวร

นายคารมกล่าวว่า การเมาแล้วขับเป็นการกระทำที่ประมาทอย่างมาก บริษัทประกันภัยต่าง ๆ จะไม่คุ้มครองหากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่จะมีการจ่ายไปที่คู่กรณีแทน และจะไปเพิ่มเบี้ยกับเจ้าของรถที่มีชื่อในกรมธรรม์แทน การเมาแล้วขับนับได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่เป็นอันตรายทั้งกับตัวเองและผู้อื่น และมีโทษตามกฎหมายที่มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน

ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการเมาแล้วขับ หากจำเป็นต้องขับรถกลับจริง ๆ อาจจะต้องใช้บริการคนขับตามแอปพลิเคชั่น ให้คนที่มีสติมาขับแทน หรือพักผ่อนให้สร่างเมาเสียก่อนจะดีกว่า การป้องกันปัญหาด้วยการไม่ดื่มก่อนขับรถคือสิ่งที่ดีที่สุด เพียงเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือเรียกรถแท็กซี่ เท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้