เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
น้ำท่วมหาดใหญ่ บทเรียนราคาแพง  LIFELINE ชวนเตรียมพร้อมก่อนวิกฤต
Economic น้ำท่วมหาดใหญ่ บทเรียนราคาแพง  LIFELINE ชวนเตรียมพร้อมก่อนวิกฤต
TFEX ขยายเวลาซื้อขายทองคำ-ค่าเงิน-ยางพารา เปิดตลาด 8 โมงเช้า เริ่ม 16 พ.ย.นี้
Finance TFEX ขยายเวลาซื้อขายทองคำ-ค่าเงิน-ยางพารา เปิดตลาด 8 โมงเช้า เริ่ม 16 พ.ย.นี้
เตรียมเปิดฉาก CP Innovation Exposition 2026 ชูไฮไลต์โชว์เคสนวัตกรรม-เวที 8 Beyond
Tech เตรียมเปิดฉาก CP Innovation Exposition 2026 ชูไฮไลต์โชว์เคสนวัตกรรม-เวที 8 Beyond
MTC โชว์แกร่ง! มูดี้ส์ให้เครดิต Ba2 ครั้งแรก เดินหน้ารุกสินเชื่อฐานราก
Finance MTC โชว์แกร่ง! มูดี้ส์ให้เครดิต Ba2 ครั้งแรก เดินหน้ารุกสินเชื่อฐานราก
รัฐบาล โต้ข่าว IMF ตำหนิไทยเป็นเรื่องเท็จ ชี้เป็นการพูดวงกว้างทั่วโลกเผชิญอะไร
Finance รัฐบาล โต้ข่าว IMF ตำหนิไทยเป็นเรื่องเท็จ ชี้เป็นการพูดวงกว้างทั่วโลกเผชิญอะไร
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยลุ้นแรงซื้อฝรั่งพยุง ‘กรุงศรี’ ชู 11 หุ้นเด่นรับน้ำมันพุ่ง-รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ
Finance หุ้นไทยลุ้นแรงซื้อฝรั่งพยุง ‘กรุงศรี’ ชู 11 หุ้นเด่นรับน้ำมันพุ่ง-รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านยกระดับโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านยกระดับโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
จับตาเวที IMF-World Bank 2026…โอกาสท่ามกลาง‘ความท้าทาย’ ของโลก
Finance จับตาเวที IMF-World Bank 2026…โอกาสท่ามกลาง‘ความท้าทาย’ ของโลก
ดูทั้งหมด

TNDR แก้ “น้ำท่วม-PM 2.5” ลุยภาคเหนือทำ Flood Mark 3 พันจุด

17 ม.ค. 2568 | 07:52น.
flood-pm2.5

หากประเมินสถานการณ์ภัยพิบัติของจังหวัดเชียงใหม่ในปี 2567 ที่ผ่านมา การถอดบทเรียนจากสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมในรอบศตวรรษ นับว่าสาหัสสากรรจ์ทั้งในเรื่องความเสียหายในพื้นที่เศรษฐกิจ ขวัญกำลังใจที่หวาดหวั่นกับฤดูน้ำหลากในปี 2568 ที่นับเป็นตัวเลขเม็ดเงินที่ชดเชย และผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจมากกว่า 5,000 ล้านบาท ไม่รวมถึงปัญหาไฟป่า-ฝุ่นควัน PM 2.5 ที่กำลังคืบคลานมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคมของทุกปี

จนเรียกกันว่าฤดูฝุ่นควันเชียงใหม่ และภาคเหนือ ที่เผชิญมาต่อเนื่องกว่า 2 ทศวรรษ ส่งผลกระทบเชิงสุขภาพและตัวเลขเศรษฐกิจต่อภาคการท่องเที่ยวสูงในระดับหมื่นล้านต่อปี

TNDR จับมือ สสน.-มช. แก้

ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย 19 มหาวิทยาลัย (TNDR) เปิดเผยว่า เครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย หรือ TNDR จาก 19 มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผนึกกำลังเตรียมรับมือภัยพิบัติในภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอุทกภัยและฝุ่นควัน PM 2.5

โดยเครือข่ายได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงรับมือน้ำท่วม เพื่อให้มีข้อมูลคาดการณ์ภัยพิบัติล่วงหน้าที่แม่นยำจะช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ด้วยศักยภาพรถสำรวจระดับความสูงภูมิประเทศ (Mobile Mapping System : MMS) ในการจัดทำเครื่องหมายระดับคราบน้ำท่วม (Flood Mark) ครอบคลุมพื้นที่น้ำท่วมเชียงใหม่กว่า 3,000 จุด พร้อมสร้างแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม (Flood Map) ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์และวางแผนป้องกันภัยล่วงหน้า สามารถดูได้ว่าน้ำจะท่วมถึงพื้นที่ไหน ระดับน้ำเป็นเท่าไรชัดเจน

ซึ่งภาครัฐสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนรับมือภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เครือข่าย TNDR หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ให้เกิดการทำงานที่ประสานกันในเชิงรุก เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

รศ.ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์วิชาการสนับสนุนด้านการบริหารจัดการน้ำ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่เขตเมืองจังหวัดเชียงใหม่เดิมได้มีการจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและหลักระดับน้ำท่วมมาตั้งแต่ปี 2555 โดยใช้เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 ซึ่งระดับน้ำปิงที่สถานี P.1 = 4.60 เมตร มาเป็นฐานคิด แต่เดือนตุลาคม 2567 ระดับน้ำปิง ที่สถานี P.1 = 5.30 เมตร ระดับความสูงเพิ่มขึ้น และน้ำท่วมได้แผ่ออกไปมากกว่าเดิม

ดังนั้นการจัดทำระบบสารสนเทศของเครื่องหมายระดับคราบน้ำท่วม มากกว่า 3,000 จุด แสดงค่าความสูงของระดับน้ำที่จะท่วมแต่ละพื้นที่ ติดตั้งกระจายทั่วพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ แสดงผลผ่านเว็บไซต์ “เครื่องหมายระดับน้ำท่วมเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ปี 2567 : CM Flood Mark 2024 (https://watercenter.scmc.cmu.ac.th/cmflood/flood24)” ตอนนี้ได้ทำการเก็บข้อมูลไปค่อนข้างจะสมบูรณ์แล้ว โดยมีเป้าหมายทำ Flood Mark ให้ถึง 4,000 จุด กระจายครอบคลุมเขตที่น้ำเคยท่วมทั้งหมด 8 โซน

โดยเชื่อมั่นว่าในรอบหน้าหากมีภัยน้ำท่วมรุนแรงเกิดขึ้น ประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้จริง แต่ยังจำเป็นต้องแก้ที่จุดต้นเหตุ จึงขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 200 ล้านบาท มาจัดการขุดลอกเพิ่มศักยภาพให้กับลำน้ำปิงให้มากขึ้น และปรับปรุงฝายหินทิ้ง 3 ฝายในลำน้ำปิง โดยต้องทำเร่งด่วนให้เสร็จภายใน 6 เดือนนี้

ดร.สุทัศน์ วีสกุล ที่ปรึกษา สสน. เปิดเผยว่า สสน.ได้สนับสนุนเทคโนโลยีสำรวจระดับความสูงภูมิประเทศ (Mobile Mapping System : MMS) ที่ใช้ในการสำรวจระดับน้ำท่วมที่เกิดขึ้นใน 5 จังหวัดภาคเหนือแล้ว ประกอบไปด้วย จังหวัดแพร่ น่าน พะเยา ลำพูน และเชียงใหม่ เพื่อช่วยทำให้เครื่องหมาย Flood Mark ปรับไปสู่รูปแบบความสูงที่อ้างอิงกับระดับน้ำทะเล สามารถนำไปใช้ในการบริหารจัดการน้ำร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ

และเมื่อเกิดฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมขึ้นมาในอนาคต ข้อมูลชุดนี้จะถูกวิเคราะห์ร่วมกับแบบจำลองทางด้านอุทกวิทยา เพื่อสร้างแผนที่น้ำท่วมที่แสดงระดับความสูงของน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์และวางแผนป้องกันภัยล่วงหน้าในระดับพื้นที่ได้ต่อไป

สกสว.ชู งานวิจัยแก้ PM 2.5

ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า แม้จะมีความพยายามสนับสนุนการแก้ปัญหาฝุ่นด้วย ววน. หรือวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม มาโดยตลอด แต่ก็ยังมีดีมานด์จากหลายภาคส่วนที่ยังเป็นช่องว่างของการแก้ปัญหาและต้องการการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การศึกษาและการแก้ปัญหา PM 2.5 จากแหล่งกำเนิดทุติยภูมิ

เนื่องจากปัจจุบันการแก้ปัญหาจากแหล่งกำเนิด “ฝุ่นปฐมภูมิ” คือฝุ่นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเศษวัสดุเกษตร หรือฝุ่นจากไฟป่า แต่การศึกษาและแก้ไข “ฝุ่นทุติยภูมิ” จากก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (502) ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOX) ก๊าซแอมโมเนีย (NH3) และกลุ่มก๊าซสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากการคมนาคม อุตสาหกรรม การเกษตร จากการปลดปล่อยของผืนป่าในธรรมชาติ หรือมหาสมุทรที่สามารถเคลื่อนตัวข้ามทวีปได้ ยังต้องการการศึกษาและพัฒนาเป็นมาตรการและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อไป

“ในเดือนมกราคม 2568 นี้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เตรียมติดตั้งอุปกรณ์ ACSM (Aerosol Chemical Speciation Monitor) ตรวจวัดองค์ประกอบทางเคมีของ PM 2.5 เพื่อแหล่งกำเนิด วิเคราะห์หาสาเหตุต้นตอของการเกิด PM 2.5 ประเดิมติดตั้ง 3 แห่ง คือ เชียงใหม่ กรุงเทพฯ และสงขลา ภายในปี 2568”

นอกจากการใช้เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาแล้ว ยังมีเป้าหมายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย เพื่อพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคมและนโยบายเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาจากรากเหง้าด้วยการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรรวบรวมเศษวัสดุมาส่งต่อให้กลุ่มธุรกิจและได้ค่าตอบแทนที่คุ้มการลดต้นทุนเครื่องจักรขนาดเล็กสำหรับเกษตรกรรายย่อย การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งชีวมวล

และสุดท้ายการสานพลังประชาชนให้ตระหนักและเข้าใจรวมถึงยินดีซื้อสินค้าเกษตรจากแหล่งเพาะปลูกและปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปลูกพืชให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด การทำงานร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคมได้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในระบบวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ให้ร่วมแก้ปัญหาอย่างมีเป้าหมายและเป็นรูปธรรม มีการติดตามผลในแต่ละโครงการ

ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. กล่าวถึงปัญหาของภาคเหนือที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ฝุ่น PM 2.5 โดย สสน.ได้ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัด PM 2.5 ในสถานีโทรมาตรให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ภาคเหนือ

โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ที่จะสามารถทำให้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นที่อาจเกิดขึ้นจากไฟป่าจากพื้นที่ป่าต้นน้ำได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการขับเคลื่อนงานวิจัยภายใต้เครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย หรือ TNDR (Thai Network for Disaster Resilience) ข้อมูลจากเทคโนโลยีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเตรียมพร้อมและแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ป่าต้นน้ำที่จะช่วยให้ควบคุมไฟป่าได้ตรงจุดมากขึ้น และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภาคเหนือนำไปใช้ในการวางแผนฟื้นฟูและปรับปรุงมาตรการป้องกันในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นให้เกิดการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนและพร้อมรับมือภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน