เงินบาทอ่อนค่าหลังเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตลาดจับตาดูผลการประชุม ECB
ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (13/6) ที่ระดับ 32.12/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.75-2.00% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ การปรับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวนับเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ หลังจากปรับขึ้นครั้งแรกในเดือนมีนาคม และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 7 นับตั้งแต่เฟดเริ่มวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม 2558
นอกจากนี้ เฟดยังได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยคาดว่าจะปรับขึ้นในเดือนกันยายน และธันวาคม ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 4 ครั้งในปีนี้ ส่วนในปีหน้าเฟดยังคงส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง โดยการแถลงการณ์หลังการประชุมของเฟดระบุว่า เฟดจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจยังคงมีความสมดุล เฟดมีการปรับเปลี่ยนการใช้ถ้อยคำในแถลงการณ์เพื่อแสดงว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการปรับตัวดีขึ้ัน โดยเฟดระบุว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ปรับตัวขึ้ันในอัตราที่แข็งแกร่ง จากเดิมที่ใช้คำว่า ได้ปรับตัวขึ้ันปานกลาง ในการประชุมเดือนมีนาคม
ขณะเดียวกันเฟดปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับ 2.8% จากเดิมที่ 2.7% และคงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้าที่ระดับ 2.4% ส่วนการขยายตัวในปี 2563 ยังคงอยู่ที่ระดับ 2% ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวยังคงอยู่ที่ระดับ 1.8% เฟดคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ 2.38% ภายในสิ้นปีนี้ โดยปรับเพิ่มขึ้น 0.25% จากตัวเลขคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในปีหน้าสู่ระดับ 3.13% โดยปรับเพิ่มขึ้น 0.25% ส่วนอัตราดอกเบี้ยในปี 2563 คาดว่าจะอยู่ที่ 3.38% ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิม และระบุว่า อัตราดอกเบี้ยระยะยาวอยู่ที่ระดับ 2.9% ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิม นอกจากนี้ เฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ระดับ 2.10% ในปีนี้ จากเดิมที่ระดับ 1.9% ส่วนในปีหน้าคาดว่าตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 2.0% ส่วนในปี 2563 คาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ที่ 2.1% และระบุว่า ตัวเลขเงินเฟ้อระยะยาวยังคงอยู่ที่ระดับ 2.0% ในด้านตัวเลขอัตราการว่างงานนั้น เฟดคาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.6% ในปีนี้จากเดิมที่ 3.8% และปรับตัวลงต่อไปในปีหน้าสู่ระดับ 3.5% จากเดิมที่ 3.6% ส่วนตัวเลขในปี 2563 คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5% จากเดิมที่ 3.6% ขณะที่ตัวเลขว่างงานระยะยาวยังคงอยู่ที่ระดับ 4.5% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 32.13-32.17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.13/32.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (14/6) ปิดตลาดที่ระดับ 1.1800/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (13/6) ที่ระดับ 1.1761/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากตลาดคลายกังวลเรื่องการเมืองของอิตาลีประกอบกับสมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (BCB) จะมีการชี้แจงระยะเวลาการเริ่มปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมที่จะมีขึ้นในคืนนี้ ส่งผลให้ยูโรกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1788-1.1827 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1818/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (14/6) เปิดตลาดที่ระดับ 110.34/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (13/6) ที่ระดับ 110.60/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (ฺBOI) ได้เริ่มต้นการประชุมนโยบายที่จะจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วันแล้วในวันนี้ โดยคาดกันว่าธนาคารจะยังคงนโยบายกระตุุ้นการเงินเชิงรุก ในขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% สำนักข่าวเกียวโตรายงานว่า การตัดสินใจคงนโยบายนั้น อาจจะสวนทางกับธนาคารกลางสหรัฐที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรปก็มีแนวโน้มที่จะยุติโครงการซื้อสินทรัพย์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 109.92-110.37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 109.94/96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ (07/06)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.5/-3.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.0/-2.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
