เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
Biz Movement แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
ธนาคารโลกให้ไทยกู้ 200 ล้านดอลล่าร์ ลุย “เมืองคาร์บอนต่ำ” ลดพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง
World ธนาคารโลกให้ไทยกู้ 200 ล้านดอลล่าร์ ลุย “เมืองคาร์บอนต่ำ” ลดพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง
กรุงศรีฯ ชี้คนไทย ‘คิดก่อนใช้’ กลุ่มไฮเอนด์โตช้าลง ส่ง JCB Ultimate เจาะรายได้ 7 หมื่นบาท
Finance กรุงศรีฯ ชี้คนไทย ‘คิดก่อนใช้’ กลุ่มไฮเอนด์โตช้าลง ส่ง JCB Ultimate เจาะรายได้ 7 หมื่นบาท
SAM ช่วยลูกค้าน้ำท่วม 22 จังหวัด พักหนี้ 3 เดือน ผ่อนตามกำลังอีก 6 เดือน
Finance SAM ช่วยลูกค้าน้ำท่วม 22 จังหวัด พักหนี้ 3 เดือน ผ่อนตามกำลังอีก 6 เดือน
ศุลกากร สกัดลักลอบส่งออกมือถือเก่า 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
Finance ศุลกากร สกัดลักลอบส่งออกมือถือเก่า 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทSMS จัดงานมันดี มีคุณภาพฯ อบรมเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จ.ชัยภูมิ
เศรษฐกิจภูมิภาค กลุ่มบริษัทSMS จัดงานมันดี มีคุณภาพฯ อบรมเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จ.ชัยภูมิ
ดูทั้งหมด

แบงก์เลียไอติม ดอก กนง.เหลือ 10 ตังค์

09 มี.ค. 2568 | 10:41น.
debt
คอลัมน์ : สามัญสำนึก 
ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

16 ตุลาคม 2567 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 2.50% เหลือ 2.25% เหตุผลเพื่อลดภาระหนี้ประชาชน โดย กนง. มีมติ 5: 2

จำได้ว่าตอนนั้นทำเอาน้ำตาจิไหลไปทั้งประเทศ รวมทั้งวงการภาคอสังหาริมทรัพย์ เพราะสินค้าที่อยู่อาศัยในส่วนของกำลังซื้อคนไทย สัดส่วน 90-95% ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมด้วยการกู้เงินมาซื้อ มีเศรษฐีไฮโซจำนวนน้อยนิดเพียง 5-10% เท่านั้น ที่ซื้อด้วยเงินสด

ล่าสุด แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 แบงก์ชาติโดย กนง. ทำเซอร์ไพรส์คนทั้งประเทศ ด้วยการเคาะลดดอกเบี้ยเฉยเลย 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายลงมาเหลือ 2.00% หลายคนขนลุก เลยไม่ได้ร้องเฮ ออกมาดัง ๆ

รอบนี้ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บางคนพูดขำ ๆ ว่า กนง.ลง 1 สลึง โดยไม่มีเค้าลาง อยู่เหนือความคาดหมาย ต้องไปกราบพระสยามเทวาธิราชที่ช่วยดลใจ และฝากความหวังว่า ปีนี้ยังมีพันธสัญญาลงได้อีก 1 สลึง ถ้าจริงตามนี้ เท่ากับดอกเบี้ยนโยบายยังลุ้นให้ลงมาที่ 1.75% ได้อยู่

น่าสนใจว่าเสียงโหวตเริ่มแตก โดยกรรมการ กนง. 6 เสียงโหวตให้ลด เหลือเพียง “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” 1 เสียงโหวตไม่ลด เหตุผลในการลดดอกเบี้ยไม่ใช่เพื่อลดภาระหนี้ประชาชน แต่เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คิด ถ้าคงดอกเบี้ยไว้ คงเกรงว่าจะเป็นนโยบายขึงตึงเกินไป

เวลามีอะไรเซอร์ไพรส์แบบนี้ต้องไปถามต่อ คนใกล้ตัวก็ต้องผู้บริหารวงการอสังหาริมทรัพย์ โดย “ธีระ ทองวิไล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ค่ายพฤกษา เรียลเอสเตท ตอบชัดถ้อยชัดคำ จริง ๆ ลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว แต่…

แต่ประเด็นอยู่ที่ดอกเบี้ย กนง.ลดลงมา 0.25% หรือลดลงมา 25 สตางค์ ปรากฏว่าระหว่างทางไม่รู้ดอกเบี้ยล่องหนไปไหน 15 สตางค์ เพราะธนาคารปรับลดลงมาให้ผู้กู้รายย่อยแค่ 0.1% หรือลดแค่ 10 สตางค์เท่านั้นเอง ทำให้การส่งต่อดอกเบี้ยยังช่วยอะไรไม่ได้มาก อัตราผ่อนต่องวดเงินกู้ต่อเดือนยังประมาณหนึ่ง ไม่ได้ลดเยอะ

“ดอกเบี้ยส่งต่อมาให้ผู้กู้รายย่อยลดแค่ 0.1% สินเชื่อวงเงิน 1 ล้านก็ลดแค่พันเดียว ไม่ได้ลดอะไรมาก”

แล้วท่านเอกชนอยากได้อะไรจากแบงก์ชาติ หรือแบงก์เอกชนล่ะ “ปัจจัยลบที่เป็นผลกระทบให้กับวงการอสังหาฯตอนนี้ เรื่องอัตราดอกเบี้ยควรจะลดอีก อาจจะครั้งเดียวก็พอ แต่มาตรการที่มีน้ำหนักมากกว่าเป็นเรื่องการผ่อนปรน LTV อยากให้ปลดล็อกให้กู้ผ่าน อยากให้ผ่อนผันการพิจารณาสินเชื่อ การพิจารณาคุณสมบัติผู้กู้มากกว่า ทำยังไงให้ซื้อบ้านแล้วสามารถกู้ผ่านเพื่อโอนบ้านได้ด้วย”

ความเห็นพ้องกันมาจากนักรบดอกเบี้ย-นักรบ LTV “ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” นายกสมาคมอาคารชุดไทย ชี้ให้เห็นว่า อย่างน้อยที่สุด กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเดือนตุลาคม 2567 แบงก์เอกชนยังส่งต่อมาให้ผู้กู้รายย่อย 12 สตางค์ ถึงแม้จะแค่ครึ่งเดียวก็ตาม แต่รอบนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 การส่งต่อส่วนลดดอกเบี้ยน้อยกว่าเดิม ในขณะที่ผลประกอบการแบงก์ทำตัวเลขนิวไฮซ้ำซาก ลูกหนี้สินเชื่อทั้งลูกหนี้ผู้ประกอบการและลูกหนี้กู้รายย่อย จะไม่ให้ค้อนได้อย่างไร

สิ่งที่อยากเห็นต้องย้อนทิศกลับมาที่ต้นทางคือแบงก์ชาติในฐานะผู้คุ้มกฎดอกเบี้ยนโยบาย ทำอย่างไรให้การลดดอกเบี้ยนโยบาย แล้วมีการส่งต่อได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไปถึงลูกค้าสินเชื่อปลายทาง

พูดเรื่องนี้แล้ว ทำให้นึกถึงภาษิตงบประมาณแผ่นดิน มีคำว่าทฤษฎีเลียไอติม งบฯก้อนโตออกจากต้นทาง กว่าจะมาถึงโต๊ะสุดท้ายในระดับปฏิบัติที่ปลายทาง หดเหลืองบฯก้อนติ๊ดเดียว เหมือนไอติมแท่งเต็ม ระหว่างนำส่งปลายทาง ทุกขั้นตอนก็ช่วยกันเลียคนละแผล็บสองแผล็บ จบปลายทางแทบจะเหลือแต่ก้านไอติม เนื้อไอติมหายไปไหนก็ม่ายรู้

แน่นอนว่าเอกชนคงไม่ได้หวัง กนง.ลดดอก 25 สตางค์ แล้วแบงก์จะส่งต่อทั้งก้อน เพราะนายแบงก์ทุกคนจะพูดตรงกันว่า อิมพอสสิเบิล แต่อย่างน้อยก็ไม่น่าจะใช่ 10 สตางค์มั้ยคับท่าน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ดอกเบี้ย แบงก์