เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
News สปส. กางไทม์ไลน์หลังเลือกตั้งบอร์ด เปิดช่องยื่นคัดค้าน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง!
IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
Finance IMF-WB หนุน ‘Small AI’ โอกาสของประเทศกำลังพัฒนา
คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
Economic คอนเทนต์ไทยบุกตลาดโลก ACFM 2026 ต่อยอดหาคู่ค้า
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
Finance ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
SD ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
Real Estate เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
เปิด “หอการค้าแฟร์ 2026” ขนทัพ 96 เอสเอ็มอี บุกงาน LANNA EXPO 2026 เชียงใหม่
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิด “หอการค้าแฟร์ 2026” ขนทัพ 96 เอสเอ็มอี บุกงาน LANNA EXPO 2026 เชียงใหม่
กนอ. รื้อแบบผังนิคมรับมือน้ำ คันดิน-เขื่อนกั้นต้องบวกเพิ่มอีก 50 ซม.
Economic กนอ. รื้อแบบผังนิคมรับมือน้ำ คันดิน-เขื่อนกั้นต้องบวกเพิ่มอีก 50 ซม.
น้ำท่วมหาดใหญ่ บทเรียนราคาแพง  LIFELINE ชวนเตรียมพร้อมก่อนวิกฤต
Economic น้ำท่วมหาดใหญ่ บทเรียนราคาแพง  LIFELINE ชวนเตรียมพร้อมก่อนวิกฤต
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ยังเคลื่อนตัวในกรอบ ขณะตลาดจับตาดูสงครามการค้า และการจ้างงานสหรัฐ

07 มี.ค. 2568 | 18:19น.
ดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 3-7 มีนาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (3/3) ที่ระดับ 34.21/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/2) ที่ระดับ 34.17/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก หลังจากการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประสบความล้มเหลว

ซึ่งทำลายความหวังในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในสงครามยูเครน-รัสเซีย อย่างไรก็ดีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงในคืนวันศุกร์ (28/2) หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.6% ในเดือน ธ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน ม.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.3% ในเดือน ธ.ค. ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี

สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.9% ในเดือน ธ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน ม.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.2% ในเดือน ธ.ค. นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐลดลง 0.2% ในเดือน ม.ค. สวนทางจากที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ส่วนรายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือน ม.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้ น 0.4% ในเดือน ธ.ค.

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดา ที่กลายเป็นประเด็นที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ประกาศที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ (3/2) ว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% จะมีผลบังคับใช้ในวันอังคารที่ 4 มี.ค.ตามกำหนดเดิม

เนื่องจากเขาเชื่อว่าทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งจีน ไม่ได้มีความพยายามมากพอในการสกัดกั้นการลักลอบขนสารเคมีที่เป็นส่วนผสมยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย เช่น เฟนทานิล เข้าสู่สหรัฐ รวมทั้งกล่าวว่ามาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ซึ่งจะใช้กับทุกประเทศที่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจาสหรัฐนั้น จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.ตามกำหนด พร้อมกับยืนยันว่าเขาจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากเดิมที่เรียกเก็บอยู่แล้ว 10% ส่วนจีนมีการตอบโต้การขึ้นภาษีของสหรัฐ

โดยมีการเตียมขึ้นภาษีสินค้าทางการเกษตรซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของสหรัฐ ในอัตราส่วน 15% อีกทั้งยังเพิ่มการควบคุมการส่งออกของบริษัทสัญชาติสหรัฐ ที่ทำการอยู่ในจีนจำนวน 15 แห่ง สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลง สู่ระดับ 50.3 ในเดือน ก.พ. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 50.6 จากระดับ 50.9 ในเดือน ม.ค.

โดยดัชนีได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงานสำหรับภาคการบริการ ดัชนีภาคบริการปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.5 ในเดือน ก.พ. จากระดับ 52.8 ในเดือน ม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.5 รวมทั้งความกังวลเกียวกับการทำสงครามการค้าของสหรัฐ

อย่างไรก็ดีในช่วงปลายสัปดาห์ตลาดเริ่มมีความผ่อนคลายมากขึ้นหลังสหรัฐประกาศเลื่อนการเก็บภาษีรถยนต์จากแคนาดาและเม็กซิโกออกเป็นระยะเวลา 1 เดือน ทั้งนี้ตลาดยังรอดูสถานการณ์การค้าโลก ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ และตัวเลขภาคลาดแรงงานของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ (7/3)

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ม.ค. 68 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28/02) ว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน ตามภาคการท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น

ส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐ สอดคล้องกับกิจการการค้า การผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชน ประกอบกับการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน และเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ก.พ. 2568 อยู่ที่ 48.9 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 48.5 ในเดือน ม.ค. 2568 จากการเพิ่มขึ้นในเกือบทุกองค์ประกอบ จากการเร่งเบิกจ่ายภาครัฐ ส่งออกขยาตัวต่อเนื่อง

แต่ภาคผลิตยานยนต์ยังชะลอตัว ด้านที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 เผชิญความเสี่ยงสูง โดยสำนักวิจัยในต่างประเทศปรับลดประมาณการ GDP ไทยลงเหลือ 2.6% จากเดิม 2.7% ท่ามกลางความเสี่ยงจากนโยบายการค้า และแรงกดดันต่อภาคการผลิตที่จะยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่วนอุปสงค์ภายในประเทศยังคงเปราะบาง

สอดคล้องกับมุมมองของ ธปท.ที่นำไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมทั้งมีความเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบ และประคองการเติบโตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ การลดต้นทุนผู้ประกอบการ และการยกระดับภาคการผลิตให้มีศักยภาพทางการแข่งขันในระยะยาว โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.48-34.32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/3) ที่ระดับ 33.62/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (3/3) ที่ระดับ 1.0413/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/2) ที่ระดับ 1.0396/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (28/2) มีรายงานเปิดเผยว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสหดตัว 0.1% ในไตรมาสที่ 4/2567 ตรงตามตัวเลขประมาณการเบื้องต้น ทั้งนี้ สวนทางกับการขยายตัว 0.4% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการหดตัวครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 สำหรับตลอดทั้งปี 2567 GDP ฝรั่งเศสมีอัตราการเติบโตที่ 1.1% เท่ากับปี 2566

นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่าอัตราเงินเฟ้อฝรั่งเศสลดลงต่ำกว่า 1% ในเดือน ก.พ. เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยอยู่ที่ 0.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างรวดเร็วของราคาพลังงานในขณะที่ ดัชนี HICP ทรงตัวในเดือน ก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน ม.ค.

ด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายจากฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (HCOB) ที่รวบรวมโดยเอสแอนด์พี โกลบอล ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 50.6 ในเดือน ก.พ. 2567 ต่ำกว่าคาดการณ์และเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยที่รดับ 50.7 ในวันพฤหัสบดี (6/3) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาดหลังจากการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง

ทั้งนี้ ECB คาดว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนจะมีการขยายตัว 0.9% ในปี 2568 ปรับตัวลดลงจากเดิมที่ 1.1% ขณะที่ปี 69 คาดว่าจะขยายตัว 1.2% จากเดิมที่คาดไว้ที่ระดับ 1.4% โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0380-1.0853 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 1.0823/1.0824 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (3/3) ที่ระดับ 150.59/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/2) ที่ระดับ 150.27/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยผลสำรวจภาคเอกชนในวันนี้ (3/3) เปิดเผยว่า กิจกรรมการผลิตในโรงงานของญี่ปุ่นหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ในเดือน ก.พ. ท่ามกลางความกังวลเรื่องนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐ

โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นจาก au Jibun Bank ขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 49.0 ในเดือน ก.พ. จาก 48.7 ในเดือน ม.ค. นับเป็นการหดตัวน้อยที่สุดในรอบ 3 เดือน และสูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 48.9 เล็กน้อย

โดยข้อมูลบ่งชี้ว่า ผลผลิตหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 แม้จะชะลอตัวลงจากเดือน ม.ค. ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ยังคงต่ำกว่าระดับ 50.0 ตั้งแต่กลางปี 2566 ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่อ่อนแอทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่า ระดับความเชื่อมั่นของผู้ผลิตญี่ปุ่นต่อแนวโน้มธุรกิจปีหน้าลดลงอย่างมากจากเดือนก่อนหน้า จากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ขึ้นภาษีนำเข้าประเทศคู่ค้าสำคัญ สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบาย

โดยสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ด้านการจ้างงานพบว่าทรงตัวในเดือน ก.พ. เนื่องจากการเพิ่มพนักงานเพื่อเติมตำแหน่งว่าถูกหักล้างด้วยการไม่ทดแทนผู้ลาออกโดยสมัครใจ และการเกษียณอายุ ขณะที่ราคาวัตถุดิบ ค่าแรง และสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น

รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ต้นทุนปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้น กดดันให้ผู้ผลิตต้องปรับขึ้นราคาขายเร็วกว่าที่คาด และในเช้าวันอังคาร (4/3) กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นรายงานว่าอัตราว่างงานในเดือน ม.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือน ธ.ค. โดยอยู่ที่ 2.5%

ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 53.7 ในเดือน ก.พ. สูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 53.1 และสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 53.0 ดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่แข็งแกร่งและธุรกิจส่งออกใหม่ ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.30-151.31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/3) ที่ระดับ 147.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์ สงครามการค้า