เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
News เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Business RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
Biz Movement Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
Business KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
Biz Movement ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
Economic สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
Finance ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
คุยกับเอกราช ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
Economic น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
ดูทั้งหมด

พิชัย เร่งสิงคโปร์ อนุมัตินำเข้าไข่ไก่ไทยเพิ่ม หวังขยายตลาดส่งออก

18 มี.ค. 2568 | 12:26น.
พิชัย นริพทะพันธุ์

พิชัย รมว.พาณิชย์ หารือสิงคโปร์ ดันส่งออกข้าว-ไข่ไก่ไทย สร้างผลสำเร็จลงนาม MOU 5 ฉบับ เสริมความร่วมมือเศรษฐกิจ บนเวที STEER ครั้งที่ 7

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสิงคโปร์ (Singapore-Thailand Enhanced Economic Relationship : STEER) ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยมี ดร.ตัน ซี เลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมคนที่สองของสิงคโปร์ร่วมเป็นประธาน เพื่อกระตุ้นการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศให้เติบโตต่อเนื่องในอนาคต

โดยการหารือตนจะมีการผลักดันให้สิงคโปร์เร่งอนุมัติการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยเพิ่มเติม โดยเฉพาะไข่ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ ซึ่งจะเป็นการขยายตลาดต่อจากสินค้าไข่ไก่ที่ไทยส่งออกอยู่แล้ว ฝ่ายสิงคโปร์ส่งสัญญาณเชิงบวกและเตรียมส่งคณะมาตรวจรับรองแหล่งเลี้ยงของไทยโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังได้เจรจาเพื่อเพิ่มปริมาณการนำเข้าข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว และข้าวเพื่อสุขภาพ ซึ่งสมาคมผู้นำเข้าข้าวของสิงคโปร์ยืนยันว่ามีความต้องการนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้น

อีกทั้งยังได้เชิญชวนให้สิงคโปร์ขยายการลงทุนและธุรกิจบริการในไทย โดยเน้นพลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ บริการทางการเงิน และการพัฒนาทักษะแรงงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมของไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ซึ่งสิงคโปร์ได้ตอบรับข้อเสนอและเตรียมจัด Singapore Regional Business Forum ในประเทศไทย พร้อมนำคณะนักธุรกิจและนักลงทุนจากกว่า 30 ประเทศมาเจรจาธุรกิจ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ในการสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่การผลิตโลก

ทั้งนี้ การประชุม STEER ครั้งนี้ยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศรวม 5 ฉบับ ได้แก่

  1. ด้านอีคอมเมิร์ซ เพื่อส่งเสริมสินค้าและบริการของไทยบนแพลตฟอร์ม Shopee
  2. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อสินค้าและบริการข้ามพรมแดนทางออนไลน์
  3. ด้านสินค้าปศุสัตว์ เพื่อแลกเปลี่ยนหลักเกณฑ์และกฎระเบียบการนำเข้า-ส่งออกสินค้าปศุสัตว์
  4. ด้านธุรกิจบริการหลักทรัพย์ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีทางการเงินเพื่อการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุน
  5. ด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเดินหน้าแผนงานความร่วมมือระหว่างปี 2568-2570

โดยความร่วมมือทั้งหมดนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการทูตของไทยและสิงคโปร์ที่มีมายาวนาน 60 ปี ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ปัจจุบันสิงคโปร์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 10 ของไทยในโลก และอันดับที่ 4 ของไทยในกลุ่มอาเซียน ในปี 2567 การค้ารวมไทย-สิงคโปร์ มีมูลค่า 17,758.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-3.32%) เป็นการส่งออก 10,363.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.21%) และเป็นการนำเข้า 7,395.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-9.02%) โดยไทยได้ดุลการค้า 2,968.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ