เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
Finance กสิกรไทย เร่งใช้ดาต้า-ฟินเทค ต่อยอดปล่อยสินค้ารายย่อย
“ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
Real Estate “ชัชชาติ” เร่งฟื้นฟู “เคหะธานี 4“ เก็บขยะชิ้นใหญ่ ปรับบึง 80 ไร่ เป็นแก้มลิงแก้ท่วมระยะยาว
คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
Biz Movement คิม ธีระศักดิ์ พา “ตู้กับข้าว” พารากอน เผยหลายแบรนด์ใหญ่รุมจีบขยายร้าน
ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
Finance ธปท. ยันดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ
เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
Finance เอกนิติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตกว่า 2.1% สรุป 2 เวทีใหญ่ ชูไทยเป็นสะพานเชื่อมโลกแตกขั้ว
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9
หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
News หยุดสังเวยคนกองถ่าย! สมาคมผู้กำกับฯ ดันกฎ ‘พัก 10 ชม.’ชี้งานสร้างสรรค์ต้องไม่แลกด้วยชีวิต
เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
Economic เปิดเส้นทางเวนคืน 5 จังหวัด 16,208 ไร่ บ้าน 2,600 หลัง สร้าง ‘เจ้าพระยา 2’
4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
Biz Movement 4 โค้ช ‘ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย’ ร่วม The Voice 2026 พร้อมชิงลูกทีม
“เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
Politics “เอากฎหมายข้อไหนมาใช้?” สส.พรรคส้ม กาง พ.ร.บ. โต้ สปส. เล็งตัดสิทธิบอร์ดการเมือง
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน ก่อนมีแรงซื้อกลับช่วงปลายสัปดาห์

21 มี.ค. 2568 | 18:56น.
เงินดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน ก่อนมีแรงซื้อกลับช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 17-21 มีนาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (17/3) ที่ระดับ 33.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/03) ที่ระดับ 33.68/69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

ในวันศุกร์ (14/03) ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 57.9 ในเดือน มี.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 63.2 ในเดือน ก.พ. โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ และการดิ่งลงของตลาดหุ้น

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 4.9% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2565 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือน ก.พ.ที่ระดับ 4.3% นอกจากนี้ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.9% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2536 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือน ก.พ.ที่ระดับ 3.5%

เฟดคงดอกเบี้ย

ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกเดือน ก.พ. ปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากร่วงลง 1.2% ในเดือน ม.ค. สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากรและการเลิกจ้างพนักงานรัฐบาลกลางจำนวนมาก

สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านเดือน มี.ค. ลดลง 3 จุด สู่ระดับ 39 จุด แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. ปี 2567 และต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 42 จุด โดยดัชนีความเชื่อมั่นที่ต่ำกว่าระดับ 50 จุด บ่งชี้ถึงมุมมองทั่วไปที่เป็นลบ ทั้งนี้ดัชนีได้รับผลกระทบจากราคาวัสดุก่อสร้างที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และประเทศคู่ค้า

นอกจากนี้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมวันนี้ (19 มี.ค.) ตามการคาดการณ์ของตลาด ก่อนหน้านี้ เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งติดต่อกันรวม 1.00% นับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2567 โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือน ก.ย. ขณะที่ปรับลด 0.25% ทั้งในเดือน พ.ย.และ ธ.ค.

ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.50% ในปีนี้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.50% ในปี 2569 และลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปี 2570

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เฟดได้คงอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ระดับ 3.0% โดยในช่วงปลายสัปดาห์ ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุน หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้นเพียง 2,000 ราย สู่ระดับ 223,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 224,000 ราย

ส่งออกไทย ก.พ.โต 14%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน ก.พ. 68 พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 26,707 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 14% โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และขยายตัวในระดับ 2 digit ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จาก ม.ค. 68 ที่ขยายตัวได้ 13.6% ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 24,718 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 4% ส่งผลให้เดือนนี้ไทยกลับมาเกินดุลการค้า อยู่ที่ 1,989 ล้านดอลลาร์

สำหรับในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ. 68) การส่งออกมีมูลค่ารวม 51,984 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.8% การนำเข้ามีมูลค่ารวม 51,876 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 6% ส่งผลให้ 2 เดือนแรกของปีนี้ไทยเกินดุลการค้า 108 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายมูลค่าการส่งออกสำหรับปี 2568 ว่าจะขยายตัวได้ 2-3%

อย่างไรก็ดี จากมูลค่าการส่งออกเฉลี่ย 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ที่ขยายตัวได้ถึง 13.8% นั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่ทั้งปีนี้ การส่งออกของไทยจะขยายตัวได้เกินเป้าหมาย 3% ที่ตั้งไว้ โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.58-33.85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/3) ที่ระดับ 33.86/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

เยอรมนีเพิ่มการกู้ยืมของรัฐครั้งใหญ่

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (17/3) ที่ระดับ 1.0876/78 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร 1.0876/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/03) ที่ระดับ 1.0852/53 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยได้รับแรงหนุน หลังจากที่พรรคการเมืองในเยอรมนีบรรลุข้อตกลงด้านการคลัง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มงบประมาณกลาโหมและกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป

โดยว่าที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริซ เมร์ซ ประกาศว่า เขาได้รับการสนับสนุนที่สำคัญจากพรรคกรีนส์ (Greens) สำหรับการเพิ่มการกู้ยืมของรัฐครั้งใหญ่ โดยข้อตกลงนี้คาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาชุดปัจจุบันในสัปดาห์หน้า โดยมีการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 5 แสนล้านยูโร (5.4430 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านกฎระเบียบการกู้ยืมเงิน

บรรดานักลงทุนต่างจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ของรัสเซียและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 18 มี.ค. เนื่องจากการยุติความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซียอาจช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในยุโรป

ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปเตรียมหารือกันเพื่อหาทางยึดทรัพย์สินของรัสเซียที่อายัดไว้เพื่อนำไปใช้จ่ายด้านกลาโหมร่วมกันเพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อมอสโกก่อนที่จะมีการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน

นอกจากนี้ คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้มีการรวมกลุ่มทางการค้ากับประเทศอื่น ๆ มากขึ้น เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐ และสหภาพยุโรป (EU)

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในการแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจและการเงินของรัฐสภายุโรปในกรุงบรัสเซลส์นั้น ลาการ์ดระบุว่า ความขัดแย้งทางการค้าที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนชะลอตัวลงถึง 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ และส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น

ลาการ์ดระบุว่า ยูโรโซนซึ่งมีการค้าเสรีสูงและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะกับสหรัฐนั้น มีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า จากการวิเคราะห์ของ ECB นั้น หากสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากยุโรป 25% จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนลดลงประมาณ 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ในปีแรก และหากยุโรปตอบโต้ก็อาจทำให้การชะลอตัวรุนแรงถึง 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ ทำให้ค่าเงินยูโรเริ่มอ่อนค่าลงในช่วงปลายสัปดาห์

โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0836-1.0944 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/3) ที่ระดับ 1.0837/1.0839 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

BOJ คงดอกเบี้ยตามคาด

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (17/3) ที่ระดับ 148.79/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/03) ที่ระดับ 148.97/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายต้องการใช้เวลามากขึ้นเพื่อประเมินผลกระทบจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจโลกอันเนื่องมาจากการขึ้นภาษีของสหรัฐ ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบางของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ผลสำรวจทังกัน (Tankan) ของสำนักข่าวรอยเตอร์ได้เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นภาคการผลิตญี่ปุ่นเดือน มี.ค. ทรุดเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน หลังนักธุรกิจวิตกกังวลต่อนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ และภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว โดยผลสำรวจที่จัดทำคู่ขนานกับการสำรวจธุรกิจรายไตรมาสของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ผลิตเดือน มี.ค. อยู่ที่ -1 ลดลงจาก +3 ในเดือน ก.พ. ถือเป็นการกลับมาติดลบครั้งแรกนับจากเดือน ธ.ค.ที่แตะระดับ -1 เช่นกัน

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการมองภาพรวม 3 เดือนข้างหน้าในเชิงบวกมากขึ้น โดยคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคการผลิตจะฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ +4 ในเดือน มิ.ย. ขณะที่ดัชนีนอกภาคการผลิตจะอยู่ที่ +28 นอกจากนี้ กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูลว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของญี่ปุ่น ไม่รวมอาหารสดที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังจากที่ขยายตัว 3.2% ในเดือน ม.ค. ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลกลับมาให้เงินอุดหนุนค่าสาธารณูปโภค

ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ยังคงอยู่ที่หรือสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2565 ส่วนดัชนี Core-Cpre CPO ซึ่งไม่นับรวมทั้งราคาพลังงานและอาหารสดเพิ่มขึ้น 2.6%

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะยุติการอุดหนุนค่าสาธารณูปโภคเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่รัฐบาลก็กลับมาอุดหนุนค่าไฟฟ้าและแก๊สในเมืองที่ใช้ไประหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. เนื่องจากครัวเรือนยังคงต้องแบกรับภาระค่าไฟที่สูงขึ้น ราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 6.9% ในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งลดลงจากที่เพิ่มขึ้น 10.8% ในเดือน ม.ค. ขณะที่ราคาอาหารที่ไม่รวมอาหารสดเพิ่มขึ้น 5.6% และราคาสินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 5.4% ในเดือน ก.พ.

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.67-149.35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/3) ที่ระดับ 149.32/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ