เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สิ้นลมหายใจก่อนหมดหนี้? ‘หนี้ครัวเรือน’ พุ่งสูงสุดในรอบ 18 ปี สกัดฝัน GDP รับเวที IMF
Finance สิ้นลมหายใจก่อนหมดหนี้? ‘หนี้ครัวเรือน’ พุ่งสูงสุดในรอบ 18 ปี สกัดฝัน GDP รับเวที IMF
ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน
Finance ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย 3.38 หมื่นล้าน NVDR ซื้อสวน 9 หุ้นใหญ่ KBANK นำโด่ง 3.5 พันล้าน
หมอสรณ โต้ มาตรการสั่งปรับวันละ 50,000 บาท ขอให้ คกก.สรรหาชี้แจง
Tech หมอสรณ โต้ มาตรการสั่งปรับวันละ 50,000 บาท ขอให้ คกก.สรรหาชี้แจง
‘พชร’ แนะ รัฐบาล ใช้โอกาส IMF-World Bank วาง Position ประเทศไทย ชี้ประโยชน์ 4 ด้านที่ควรได้รับ
News ‘พชร’ แนะ รัฐบาล ใช้โอกาส IMF-World Bank วาง Position ประเทศไทย ชี้ประโยชน์ 4 ด้านที่ควรได้รับ
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 67,400 บาท
ส่องหุ้น 7 แบงก์จ่อประกาศงบฯ Q3-กำไรวูบ
Finance ส่องหุ้น 7 แบงก์จ่อประกาศงบฯ Q3-กำไรวูบ
‘ไทย – ติมอร์ เลสเต’ ร่วมมือ 5 ด้าน ขยายตลาดอาหารสินค้าเกษตร ดันเที่ยวบินตรง
Politics ‘ไทย – ติมอร์ เลสเต’ ร่วมมือ 5 ด้าน ขยายตลาดอาหารสินค้าเกษตร ดันเที่ยวบินตรง
‘Meta’ สั่งแบนโฆษณา ‘TikTok’ บนเฟซบุ๊ก-ไอจี ในหลายประเทศรวมไทย
Tech ‘Meta’ สั่งแบนโฆษณา ‘TikTok’ บนเฟซบุ๊ก-ไอจี ในหลายประเทศรวมไทย
WHA ชี้ไทยคือ Safe Zone ใช้เวที IMF-World Bank 2026 โอกาสทองดึงลงทุน
Economic WHA ชี้ไทยคือ Safe Zone ใช้เวที IMF-World Bank 2026 โอกาสทองดึงลงทุน
‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
Business ‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
ดูทั้งหมด

จี้ยกเลิก คสช. 4/2559 ขยะพิษเต็ม ‘ปราจีนบุรี’

14 พ.ค. 2568 | 09:07น.
Toxic waste
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์

ในที่สุดความพยายามของกลุ่มทุนในภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องการผลักดันให้ “ปราจีนบุรี” เป็นจังหวัดที่ 4 ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เริ่มปรากฏชัด เมื่อสำนักงานอีอีซีได้ลงเก็บข้อมูลในพื้นที่ 7 อำเภอ ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2568 พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น และจะสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นภายในเดือนกันยายน 2568

ที่สำคัญ ในการเปิดเวทีแต่ละครั้ง มีเสียงสะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับ “ปัญหามลพิษ” ที่เพิ่มขึ้น !

“ธนกฤษ เตชะปัญญารักษ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ยอมรับว่า การเพิ่มปราจีนบุรีเป็นพื้นที่อีอีซี จะทำให้จังหวัดเกิดการพัฒนาเมืองมากขึ้น แต่กังวล 1.ปัญหาแหล่งน้ำ นิคมอุตสาหกรรมมากขึ้น เกษตรกรอาจได้รับผลกระทบ

2.ปัญหาเรื่องมลพิษ หลายโรงงานที่ตั้งอยู่ตอนนี้ทำโรงงานรีไซเคิลตามใบอนุญาตโรงงานประเภท 105 และ 106 (โรงคัดแยก ฝั่งกลบ หลอมขยะทั่วไป และขยะอันตราย) ต้องไปตรวจสอบว่าได้ตามมาตรฐานหรือไม่ เพราะหากมีปัญหาเรื่องมลพิษในแหล่งน้ำ อาจทำให้กระทบต่อความเสียหายต่อเศรษฐกิจ เพราะปราจีนบุรีมีเป้าหมายพัฒนาผลักดันเป็นเมืองแห่งพืชสมุนไพร 3.ปัญหาค่าแรง และ 4.ปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน

ขณะที่ “สุนทร คมคาย” เกษตรกรเต็มขั้น ในฐานะประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และที่ปรึกษาสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี จำกัด มีเครือข่ายสมาชิกทำอาชีพปลูกผัก ผลไม้ 185 ครัวเรือน กระจายอยู่ทั่วจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อส่งให้โรงครัวโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร, กลุ่มเกษตรอินทรีย์สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ส่งต่อให้ร้านเลมอนฟาร์ม

“กังวลใจว่าการเป็นอีอีซีแล้ว ประชาชนจะได้อะไร เพราะปัจจุบันมีโรงงานนับพันแห่งอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็น ‘โรงหลอม-โรงกำจัดขยะรีไซเคิล’ ซึ่ง ‘มีมลพิษสูงมาก’ และโรงงานส่วนใหญ่เป็นของ ‘ทุนจีน’ เข้ามาเปิดนิคมใหญ่โต ขึ้นป้ายชื่อภาษาจีนชัดเจน”

ที่สำคัญ โรงหลอม-โรงกำจัดขยะเหล่านี้สามารถมาตั้งในผังเมืองสีเขียวได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะสมัยรัฐบาล คสช.ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ออก

“ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 4/2559” เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภทให้สามารถตั้งในพื้นที่ใดก็ได้ โดยเฉพาะ “ธุรกิจพลังงาน และโรงงานคัดแยก ฝังกลบขยะ โรงงานรีไซเคิลขยะพิษ”

ซึ่งประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ถึงปัจจุบัน หลายปีที่ผ่านมา ปราจีนบุรี จึงเป็น “แหล่งรองรับขยะพิษ” และที่ผ่านมามีการร้องเรียนถึงการรั่วไหลของสารเคมีในหลายพื้นที่ ดังนั้น ประชาชนพยายามเรียกร้องให้ “ยกเลิก” ประกาศดังกล่าวมาหลายปี แต่ไม่ได้รับการพิจารณา

สิ่งที่ชาวปราจีนบุรีต้องการให้จังหวัด และรัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี ที่ต้องการเป็นเมืองสมุนไพร-เมืองปลอดภัย-เมืองสุขภาพ จึงต้องการให้ทบทวนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นมีการพัฒนาจากทรัพยากรพื้นฐานภายในจังหวัดหรือไม่ และความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ใครจะเยียวยา