เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘จากภาษีสู่คลังดิจิทัล’ 4 ประเทศเชื่อมระบบภาษี-การคลัง เพิ่มประสิทธิภาพบริหารเงินรัฐ
Finance ‘จากภาษีสู่คลังดิจิทัล’ 4 ประเทศเชื่อมระบบภาษี-การคลัง เพิ่มประสิทธิภาพบริหารเงินรัฐ
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
‘อนุทิน’ มั่นใจเพื่อไทยโหวตรัฐบาล ญัตติไม่ไว้วางใจดูแล้วไม่เข้าท่า
Politics ‘อนุทิน’ มั่นใจเพื่อไทยโหวตรัฐบาล ญัตติไม่ไว้วางใจดูแล้วไม่เข้าท่า
กทม. ดึง 17 ‘เขตบัดดี้’ เร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม เอกสารครบอนุมัติใน 2 วัน
News กทม. ดึง 17 ‘เขตบัดดี้’ เร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม เอกสารครบอนุมัติใน 2 วัน
เครือข่ายภูมิอากาศอาเซียนเสนอ 10 ข้อ ต่อที่ประชุม IMF-World Bank
SD เครือข่ายภูมิอากาศอาเซียนเสนอ 10 ข้อ ต่อที่ประชุม IMF-World Bank
อนุทิน ปัดตอบปม ทักษิณ ยื่นขอนิรโทษกรรม อ้างไม่ได้ยินเรื่องนี้
Politics อนุทิน ปัดตอบปม ทักษิณ ยื่นขอนิรโทษกรรม อ้างไม่ได้ยินเรื่องนี้
นายกฯ ตรวจความพร้อมเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำการเงินโลก ขอบคุณ ‘เนเน่’ ร้องเพลงต้อนรับ
Politics นายกฯ ตรวจความพร้อมเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำการเงินโลก ขอบคุณ ‘เนเน่’ ร้องเพลงต้อนรับ
IMF ปรับขึ้นปีนี้ จีดีพีไทยโต 2.1 % ปรับลดปีหน้า-เตือนเศรษฐกิจโลกใกล้ชนขีดจำกัด
World IMF ปรับขึ้นปีนี้ จีดีพีไทยโต 2.1 % ปรับลดปีหน้า-เตือนเศรษฐกิจโลกใกล้ชนขีดจำกัด
เพจดังให้ความรู้ “เสื้อสูบโกคาร์ต” ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่มีผลต่อความแรงของเครื่องยนต์
Biz Movement เพจดังให้ความรู้ “เสื้อสูบโกคาร์ต” ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่มีผลต่อความแรงของเครื่องยนต์
คำขอ IP ไทย 9 เดือนพุ่ง 6.1 หมื่นคำขอ โต 9.59% “จิตติมา” ชี้ธุรกิจใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างแต้มต่อ
Economic คำขอ IP ไทย 9 เดือนพุ่ง 6.1 หมื่นคำขอ โต 9.59% “จิตติมา” ชี้ธุรกิจใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างแต้มต่อ
ดูทั้งหมด

เปิดรายงาน กนง. ห่วงเทรดวอร์ฉุดจีดีพีโตต่ำ-จับตาหุ้นกู้ Rollover เสี่ยงสูง  

14 พ.ค. 2568 | 20:01น.
ธปท.

เปิดรายงานผลการประชุม กนง. เผย คณะกรรมการฯ มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ลดดอกเบี้ยเหลือ 1.75% ต่อปี ชี้ สงครามการค้ารุนแรงฉุดเศรษฐกิจไทยปี 68 เสี่ยงโตต่ำ 1.3% คาดนักท่องเที่ยวไม่ถึงระดับ 40 ล้านคน ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า จับตาความเสี่ยงการระดมทุนหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอนของผู้ออกที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง ห่วงมูดี้ส์ หั่นเรตติ้ง กระทบขีดความสามารถนโยบายการคลัง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 2/2568 วันที่ 25 เมษายน และ 30 เมษายน 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยกรรมการที่เข้าร่วมประชุม นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ (ประธาน) นายปิติ ดิษยทัต (รองประธาน) นางอลิศรา มหาสันทนะ นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน นายรพี สุจริตกุล นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส นายสันติธาร เสถียรไทย

การประเมินภาพเศรษฐกิจ

สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าโลกมีความรุนแรงมากกว่าคาด โดยปัจจุบันยังอยู่ในระยะเริ่มต้นที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจผ่านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการตัดสินใจการลงทุนของธุรกิจเป็นหลัก ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจนนัก ส่วนหนึ่งจากการเร่งนำข้าและส่งออกก่อนที่มาตรการภาษีในอัตราสูงจะมีผลบังคับใช้ มองไปข้างหน้า นโยบายการค้าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น โดยผลกระทบจะทอดยาวไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าการผลิตโลกที่ทำให้ประสิทธิภาพลดลงในระยะยาว

ทั้งนี้ นโยบายการค้าโลกของประเทศเศรษฐกิจหลักยังคาดเดาได้ยากส่งผลต่อการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับลดลงและมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลกและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 มีแนวโน้มขยายต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับลดลงตามความกังวลด้านความปลอดภัย ขณะที่เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปสงค์ยังขยายตัวต่อเนื่อง จากการสงออกสินค้าและการบริโภคภาคเอกชน

ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นการระบายสินค้าคงคลัง จึงส่งผลต่อไปยังภาคการผลิตอุตสาหกรรมจำกัดในระยะข้างหน้า นโยบายการค้าโลกจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2568 ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

1.การส่งออกสินค้าที่ส่งไปสหรัฐฯ โดยตรง (18% ของการส่งออกไทยและคิดเป็น 1.6% ของ GDP) โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เช่น เกษตรและเกษตรแปรรูปเครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงการส่งออกที่ส่งไปประเทศคู่ค้าผ่านห่วงโซ่อุปทานโลกที่มีปลายทางเป็นสหรัฐฯ

2.การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากนโยบายการค้าโลกจะส่งผลให้สินค้าไทยต้องแข่งขันกับประเทศอื่นที่ส่งออกไปสหรัฐฯ มากขึ้น โดยประเทศอื่นอาจหันมาส่งออกไปยังตลาดส่งออกเดียวกับไทยรวมถึงส่งมายังไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกดดันภาคการผลิตของไทยที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยตัวอย่างอุตสาหกรรมที่ถูกกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

และ 3.การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับลดลงจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกที่ทำให้ความเชื่อมั่นของธุรกิจปรับแย่ลง โดยอาจจะมีการย้ายฐานการผลิตออกจากไทย หากไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่น รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนที่อาจแผ่วลง โดยการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและพฤติกรรมการใช้จ่ายโดยเฉพาะกลุ่มรายได้สูงที่เป็นแรงขับเคลื่อนการบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวซึ่งจะมีผลต่ออุปสงค์โลกด้านสินค้าและบริการรวมถึงการท่องเที่ยวของไทยในระยะต่อไปนโยบายการค้าโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ไทยถูกจัดเก็บเทียบกับประเทศคู่ค้า รวมถึงการตอบโต้ของประเทศเศรษฐกิจหลักและสหรัฐฯ ทำให้การประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจมีความท้าทายมากขึ้น คณะกรรมการจึงให้ประเมินภาพเศรษฐกิจภายใต้หลายฉากทัศน์ (scenarios)

ตัวอย่างเช่น ฉากทัศน์ที่การเจรจาทางการค้ามีความยืดเยื้อและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ คงไว้ที่ระดับใกล้เคียงกับอัตราปัจจุบัน (reference scenario: lower tariffs) ซึ่งเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวประมาณ 2.0% และฉากทัศน์ที่สงครามการค้ารุนแรงและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯอยู่ในอัตราที่สูง (alternative scenario: higher tariffs) เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวประมาณ 1.3% ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดจริงจะขึ้นอยู่กับนโยบายและการปรับตัวของประเทศต่างๆ จึงต้องติดตามพัฒนาการการค้าโลกและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด

คณะกรรมการฯ เห็นว่าผลกระทบของนโยบายการค้าต่อเศรษฐกิจแตกต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งก่อนๆ สถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูงมากและผลกระทบมีลักษณะทอดยาวขึ้นอยู่กับการปรับตัวของไทยคณะกรรมการฯ มีความเห็นว่าการฉายภาพฉากทัศน์จึงมีความสำคัญเพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ ได้

นอกจากนี้ นโยบายการค้าโลกจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ การเงิน และการค้าโลก รวมถึงจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เช่น ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติการแก้ปัญหาและลดผลกระทบจากนโยบายการค้าจึงจำเป็นต้องผสมผสานนโยบายหลายด้านเสริมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป

คณะกรรมการฯ มีความกังวลเกี่ยวกับแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ภาคท่องเที่ยวที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาอาจมีบทบาทน้อยลง โดยเห็นว่านักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงในไตรมาสที่ 1 ไม่ได้มาจากปัจจัยด้านความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศของภาครัฐด้วย

นอกจากนี้ หากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวจากนโยบายการค้าโลก ผู้บริโภคอาจปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเป็นลำดับแรก จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยอาจไม่ปรับเพิ่มขึ้นกลับไปสู่ระดับสูงสุด ณ ปี 2562 ที่ 40 ล้านคนได้ในช่วง 1 – 2 ปีข้างหน้า รวมทั้งรายจ่ายเฉลี่ยต่อหัวของนักท่องเที่ยวอาจปรับลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต

นอกจากนี้ กรรมการบางส่วนมีความกังวลว่านโยบายการค้าโลกอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้มากกว่าคาด เนื่องจากภาคการผลิตในบางอุตสาหกรรมเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และขีดความสามารถของนโยบายการคลังมีจำกัด นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่าเศรษฐกิจอาจมีความเสี่ยงด้านต่ำมากกว่าที่ประเมินไว้ โดยขนาดของผลกระทบของนโยบายการค้าต่อแนวโน้มเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับอัตราภาษีที่ไทยถูกเรียกเก็บเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าคู่แข่งที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากประเทศไทยเผชิญมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้จากสหรัฐฯ ในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่น หรือหากมีเหตุการณ์เข้ามากระทบเพิ่มเติมในช่วงนี้

ดังนั้นจึงต้องติดตามการเจรจาของประเทศต่างๆ และผลกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายในปี 2568 และ 2569 จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ตามราคาพลังงานในตลาดโลกและมาตรการพลังงานของภาครัฐ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอตัวเล็กน้อยแต่ยังไม่มีสัญญาณนำไปสู่ภาวะเงินฝืดหรือภาวะที่เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง เนื่องจากราคาสินค้าและบริการไม่ได้ปรับลดลงในวงกว้าง โดยราคาสินค้าและบริการประมาณ 3 ใน 4 ของตะกร้าเงินเฟ้อยังปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่เปลี่ยนแปลง และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังทรงตัวในกรอบเป้าหมาย

ทั้งนี้ นโยบายการค้าโลกอาจส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาสูงขึ้นและมีสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันกับสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางของหลายประเทศที่เริ่มปรับลดลง จึงต้องติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่อยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยด้านอุปทานมีส่วนช่วยในการบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนและลดต้นทุนของภาคธุรกิจ โดยกรรมการบางส่วนเห็นว่านโยบายการค้าโลกอาจส่งผลให้การผลิตโลกมีประสิทธิภาพลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้นในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลให้แนวโน้มเงินเฟ้อโลกปรับสูงขึ้นได้ในระยะข้างหน้า

การประเมินภาวะการเงินและเสถียรภาพระบบการเงิน

ภาวะการเงินยังตึงตัว สินเชื่อรวมหดตัวเล็กน้อย และคุณภาพสินเชื่อยังปรับด้อยลงโดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจในกลุ่มที่เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง นอกจากนี้ นโยบายการค้าโลกอาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อฐานะการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือน ซึ่งสถาบันการเงินอาจพิจารณาการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะกับลูกหนี้กลุ่มธุรกิจส่งออกที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้า

จึงต้องติดตามความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk) และความเชื่อมโยงระหว่างภาคเศรษฐกิจและภาคการเงิน (macro-financial linkages) ในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะในภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าโลกตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวผันผวนสูงตามพัฒนาการนโยบายการค้า ความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับลดลง และเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าตลาดพันธบัตรภูมิภาค

ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าเทียบกับสกุลเงินหลัก ด้านตลาดการเงินไทยผันผวนสูง ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาคตามปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยและตลาดหุ้นไทยปรับลดลงมากกว่าประเทศอื่นจากการที่นักลงทุนคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว การระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนโดยรวมยังปกติ แต่ต้องติดตามความเสี่ยงของการระดมทุนเพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอน (rollover risk) ของผู้ออกตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง

คณะกรรมการฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อรายย่อยโดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย เนื่องจากสะท้อนความเปราะบางของฐานะการเงินของภาคครัวเรือนบางกลุ่ม ขณะที่ฐานะการเงินของภาคธุรกิจอาจได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากนโยบายการค้า

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับกรณีที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s ได้ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (credit outlook) ของไทยเป็น negative ซี่งหากนำไปสู่การปรับลด credit rating ในภายหลัง อาจส่งผลให้ต้นทุนการระดมทุน (cost of fund) ของเศรษฐกิจไทยโดยรวมปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้งอาจกระทบขีดความสามารถของนโยบายการคลัง (fiscal space) ในระยะยาว
คณะกรรมการฯ เห็นว่าค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวผันผวนสูงจากปัจจัยภายนอกและไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระทบกับความสามารถในการแข่งขันและการปรับตัวของภาคธุรกิจ จึงเห็นควรให้ติดตามพัฒนาการในตลาดการเงินโลกที่อาจส่งผลต่อตลาดการเงินไทยและความผันผวนของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด

การพิจารณานโยบายการเงิน

คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลก นโยบายการเงินจึงควรผ่อนคลายลงให้สอดคล้องกับแนวโน้มและความเสี่ยงเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป แนวโน้มเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับนโยบายการค้าในระยะข้างหน้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่เกิดขึ้นในลักษณะรุนแรงเหมือนวิกฤตการณ์การเงินโลกในปี 2551 และวิกฤตโควิด-19 แต่นโยบายการค้าจะส่งผลกระทบทอดยาวและต่อเนื่อง รวมทั้งอาจมีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้นเพิ่มเติม จึงต้องติดตามปัจจัยสำคัญที่มีนัยต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไป อาทิ อัตราภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ต่อไทย นโยบายการค้าระหว่างประเทศเศรษฐกิจหลักและพัฒนาการเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก

กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบนี้ตามเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิมและมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้น โดยกรรมการอภิปรายและมีความเห็นเพิ่มเติมดังนี้

กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยให้ภาวะการเงินผ่อนคลายลงสอดคล้องกับแนวโน้มและความเสี่ยงของเศรษฐกิจ โดยมีความกังวลว่าสถาบันการเงินอาจระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้า ขณะเดียวกันเห็นว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินในระยะยาว

กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะมีส่วนช่วยภาคธุรกิจและครัวเรือนในการรองรับผลกระทบของนโยบายการค้า ส่วนหนึ่งผ่านการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ยได้บ้าง โดยเฉพาะในบริบทที่สถานการณ์ข้างหน้ามีความเสี่ยงสูงขึ้น และฐานะการเงินของธุรกิจและครัวเรือนบางกลุ่มยังเปราะบาง

กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ติดตามพัฒนาการการค้าโลกและผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด การดำเนินนโยบายในระยะถัดไปต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจ (outlook dependent) โดยคำนึงถึงขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (policy space) ที่มีจำกัด

กรรมการ 2 ท่านมีความเห็นสอดคล้องกับกรรมการท่านอื่นว่าควรผ่อนคลายนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับลดลง อย่างไรก็ดี สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูงจึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ เพื่อใช้ในจังหวะที่มีความชัดเจนมากขึ้นให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดภายใต้ขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (policy space) ที่มีจำกัด มองไปข้างหน้า ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง รวมทั้งอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด (shock) เกิดขึ้นซ้ำเติมเศรษฐกิจได้ในอนาคต

ขณะที่ประสิทธิผลของนโยบายการเงินจะยิ่งลดทอนลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำลง ภายใต้บริบทข้างต้นและเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอลงจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก เป้าหมายของนโยบายการเงินจึงไม่ควรเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจในฉากทัศน์ต่างๆ ครอบคลุมกรณีการเกิดเหตุการณ์รุนแรง (tail risk) และควรใช้ในจังหวะที่เกิดประสิทธิผลสูงสุด

คณะกรรมการฯ เห็นว่าการแก้ปัญหาและลดผลกระทบจากนโยบายการค้าจำเป็นต้องผสมผสานนโยบายหลายด้านเสริมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจ โดยการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจควรใช้มาตรการที่แก้ปัญหาอย่างตรงจุด รวมทั้งต้องมีนโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าและห่วงโซ่อุปทานโลกที่เปลี่ยนไป

การตัดสินนโยบายการเงิน

คณะกรรมการฯ มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 2.00% เป็น 1.75% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ 2 เสียง เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและรองรับความเสี่ยงด้านต่ำที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งดูแลภาวะการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป ขณะที่กรรมการ 2 ท่าน เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อใช้ในจังหวะที่เกิดประสิทธิผลสูงสุดภายใต้ขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (policy space) ที่มีจำกัด

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงจะพิจารณาปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มและความเสี่ยงของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า