เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GULF ตั้งบริษัทย่อย ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับไฟฟ้า 100 MM รับกระแส AI บูม
Finance GULF ตั้งบริษัทย่อย ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับไฟฟ้า 100 MM รับกระแส AI บูม
สหรัฐรื้อกฎไฟหน้ารถ เล็งแก้ปัญหาไฟแยงตา
Automotive สหรัฐรื้อกฎไฟหน้ารถ เล็งแก้ปัญหาไฟแยงตา
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
สุริยะ ยัน ‘เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ สัมพันธ์ราบรื่น เชื่อหลังศึกซักฟอกไม่เปลี่ยนสมการรัฐบาล
Politics สุริยะ ยัน ‘เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ สัมพันธ์ราบรื่น เชื่อหลังศึกซักฟอกไม่เปลี่ยนสมการรัฐบาล
ท่องเที่ยวจี้คลังทบทวน ภาษี Exit Fee 1,000 บาท
Business ท่องเที่ยวจี้คลังทบทวน ภาษี Exit Fee 1,000 บาท
สุริยะ ยันของบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คุ้มระยะยาว คาด 2 สัปดาห์ชงบอร์ดกลั่นกรอง
Politics สุริยะ ยันของบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คุ้มระยะยาว คาด 2 สัปดาห์ชงบอร์ดกลั่นกรอง
‘สุขสมรวย’ ไม่หวั่นศึกซักฟอก พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหาทุจริต
Politics ‘สุขสมรวย’ ไม่หวั่นศึกซักฟอก พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหาทุจริต
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคา ‘บ้าน-ที่ดิน’ หลังน้ำท่วม 
Real Estate ราคา ‘บ้าน-ที่ดิน’ หลังน้ำท่วม 
วิกฤตมลพิษแม่น้ำปราจีน ปลาตายเกลื่อน ชงสั่งปิด 2 โรงงานทำผิดซ้ำซาก
เศรษฐกิจภูมิภาค วิกฤตมลพิษแม่น้ำปราจีน ปลาตายเกลื่อน ชงสั่งปิด 2 โรงงานทำผิดซ้ำซาก
ดูทั้งหมด

เงินบาทผันผวนอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำโลก

01 มิ.ย. 2568 | 17:41น.

เงินบาทผันผวนในกรอบอ่อนค่า กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา 4 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ทั้งอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก และสถานการณ์สงครามการค้าของสหรัฐฯ และคู่ค้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลง หลังแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 7 เดือนครึ่งช่วงต้นสัปดาห์

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 7 เดือนครึ่งที่ 32.38 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะล้างช่วงบวกทั้งหมดและกลับมาอ่อนค่าลงตามแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลกและการอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชีย นำโดย เงินเยนซึ่งมีแรงกดดันจากการร่วงลงของบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่น ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากการที่ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป (ปธน. ทรัมป์ เลื่อนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จาก EU ออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค.) และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ บางตัว เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนพ.ค. ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด

เงินบาทฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ กลางสัปดาห์ แต่กลับไปอ่อนค่าต่อเนื่องจนถึงช่วงท้ายสัปดาห์สอดคล้องกับแรงขายของต่างชาติในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย และการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นรับข่าวที่ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในนิวยอร์กระงับการใช้มาตรการภาษีศุลกากรของ ปธน. ทรัมป์ เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต (แม้ต่อมาภายหลังศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ระงับคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว)

กราฟค่าเงินบาท

ในวันศุกร์ที่ 30 พ.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.84 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.58 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (23 พ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 26-30 พ.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 15,588 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 12,429 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 11,821 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 608 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป หรือระหว่างวันที่ 4-6 มิ.ย. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.40-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก และสถานการณ์สงครามการค้าของสหรัฐฯ และคู่ค้า

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนพ.ค. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนเม.ย. รายงาน Beige Book ของเฟด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป และตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ และจีน และตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค. ยูโรโซน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปิดลบต่อเป็นสัปดาห์ที่สามจากความกังวลต่อประเด็นนโยบายภาษีของสหรัฐฯ

กราฟตลาดหุ้นไทย

ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นช่วงสั้น ๆ ในช่วงแรกก่อนจะร่วงลงแรงจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับประเด็นสงครามการค้า หลังปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีนำเข้า 50% จากสหภาพยุโรป (EU) เนื่องจากการเจรจาการค้าระหว่างกันไม่มีความคืบหน้า (แม้ภายหลังจะมีการประกาศเลื่อนเก็บภาษีดังกล่าวออกไปเป็น 9 ก.ค. จากเดิม 1 มิ.ย.) ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ก็ยังไม่มีความชัดเจนซึ่งยิ่งกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ประกอบกับเผชิญแรงขายหุ้นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นแบงก์รายใหญ่แห่งหนึ่งจากประเด็นการตัดขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นช่วงสั้นๆ ระหว่างสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ขานรับรายงานข่าวที่ว่าศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ระงับการใช้มาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์ เนื่องจากใช้อำนาจเกินขอบเขต

อย่างไรก็ดีในเวลาต่อมาศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ได้สั่งระงับคำตัดสินดังกล่าว ส่งผลให้มาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์มีผลบังคับใช้ต่อ โดยประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงในช่วงปลายสัปดาห์ นอกจากนี้ดัชนีหุ้นไทยยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายเพื่อปรับพอร์ตตามการปรับ MSCI Rebalance ซึ่งมีผลในวันที่ 30 พ.ค. และแรงขายทำกำไรก่อนวันหยุดยาวของตลาดในประเทศ

ในวันศุกร์ที่ 30 พ.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,149.18 จุด ลดลง 2.31% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 41,340.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.41% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.96% มาปิดที่ระดับ 240.46 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (4-6 มิ.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,140 และ 1,120 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,160 และ 1,180 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ค. ของไทย ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ประเด็นเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนพ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI เดือนพ.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษและจีน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 ของยูโรโซน ตลอดจนการประชุม ECB