สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ประกาศ “จังหวัดกาญจนบุรี” คว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (กลีบบัว)
ในงาน ”FA Thailand Awards 2024/25“ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศผลการคัดเลือก เจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 51
ผลปรากฎว่าสิทธิ์ตกเป็นของ จังหวัดกาญจนบุรี ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (กลีบบัว) ความจุ 7,800 ที่นั่ง จากการพิจารณาของคณะกรรมการที่ สมาคมฯ ตั้งขึ้น
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานถ้วยรางวัล “คิงส์คัพ” สำหรับการแข่งขันฯ มาตั้งแต่ปี 2511 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยรางวัล “คิงส์ คัพ” ในการแข่งขันฯ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2565 เป็นต้นมา
ปัจจุบันจึงนับว่าถ้วยพระราชทานนี้มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย
โดยนายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ให้เกียรติรับมอบสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 51 ประจำปี 2568 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 1-9 กันยายน 2568
เป็นการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ 4 ทีม แข่งขันทีมละ 2 นัด ในรูปแบบน็อคเอาท์ รอบรองชนะเลิศ และ รอบชิงชนะเลิศ โดยทุกนัดจะเป็นการแข่งขันในระดับ International ‘A’ Match นำผลการแข่งขันไปคำนวณในการจัดฟีฟ่าแรงกิ้ง
การแข่งขันครั้งนี้ มี 4 ชาติ เข้าร่วม ประกอบด้วย “แชมป์เก่า” ทีมชาติไทย อันดับ 102 ของโลก, ทีมชาติอิรัก อันดับ 58 ของโลก , ทีมชาติฮ่องกง อันดับ 147 ของโลก และ ทีมชาติฟิจิ อันดับ 150 ของโลก ส่วนประกบคู่แข่งขัน จะมีการจับสลากเพื่อแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
สำหรับ จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นครั้งแรกที่ได้สิทธ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และถือเป็นการกระจายกระแสฟุตบอลสู่แฟนบอลในจังหวัดหัวเมืองของประเทศไทยให้เกิดความนิยมมากขึ้น เช่นเดียวนโยบายของสมาคมฯ ที่ต้องการยกระดับ ปรับปรุง สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สนามแข่งขัน สนามซ้อม ให้กับสนามกีฬาจังหวัด ซึ่งส่งผลต่ออนาคตที่ประเทศไทยจะมีสนามที่ได้มาตรฐานนานาชาติ ตามที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ระบุไว้มากขึ้น
ทั้งนี้ มีการปรับโฉมการแข่งขันครั้งใหญ่ โดยฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 51 จะมีเงินรางวัลเป็นครั้งแรก โดยทีมที่เป็นแชมป์จะได้รับเงินรางวัล 2 ล้านบาท และรองแชมป์ได้รับ 1 ล้านบาท นอกจากนี้ จะมีการนำเทคโนโลยีวิดีโอช่วยตัดสิน (วีเออาร์) มาใช้เหมือนครั้งที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้น