เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
Biz Movement กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
“Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
Finance “Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
Finance เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
Finance ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
Biz Movement ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
Finance ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
Economic กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
Real Estate เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
Business เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
ดูทั้งหมด

พักรบกลับโต๊ะเจรจา

30 ก.ค. 2568 | 11:42น.
เจรจา หยุดยิง
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ หลังจากที่กองทหารไทย และกองทหารกัมพูชา ปะทะกันเพื่อแย่งชิงพื้นที่บริเวณชายแดนทางบกได้ 5 วัน ก็มี “คนกลาง” เข้ามาไกล่เกลี่ย โดยคนกลางที่ว่านี้ก็คือ ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่มาพร้อมกับคำขู่ที่ว่า หาก 2 ฝ่ายยังไม่ยอมหยุดยิง สหรัฐก็ยังไม่เจรจาเพื่อลดภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาโดนเข้าไปคนละ 36% มีกำหนดเส้นตายจะบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้

แน่นอนว่าการปะทะกันเริ่มต้นมาจากสถานการณ์ตึงเครียดที่ชายแดนอีสานใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ตั้งแต่อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์ เมื่อฝ่ายกัมพูชาพยายามอ้างสิทธิในพื้นที่ทับซ้อนที่ยังตกลงเส้นอาณาเขตทางบกกันไม่ได้ บริเวณกลุ่มปราสาทตาเมือน-ปราสาทตาควาย และสามเหลี่ยมมรกต ช่องบก

ด้วยการอ้างแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ตารางกิโลเมตร ตามเจตนารมณ์อนุสัญญากำหนดเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส ปี 1904 ซึ่งเป็นการอ้างสิทธิอาณาเขตแดนเดียวกันกับกรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทเป็นของกัมพูชาในปี 2505

หลังจากที่ฝ่ายไทยแพ้คดีปราสาทพระวิหารก็ประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกตั้งแต่นั้นมา และทุกครั้งที่เกิดข้อพิพาทเส้นเขตแดนในอาณาบริเวณดังกล่าว ฝ่ายไทยก็จะอ้างสิทธิในพื้นที่ทับซ้อนตามแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ซึ่งมีต้นทางมาจากการจัดทำโดยสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.ค.นั้น เกิดขึ้นหลังจากทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนที่เข้าใจว่า วางโดยฝ่ายกัมพูชาถึง 2 ครั้ง ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามมาด้วยการประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต เรียกทูตกลับประเทศ และประกาศ “ปิดชายแดนไทย-กัมพูชา” ทุกจุดทันที

ฝ่ายกัมพูชาจึงได้ตอบโต้ด้วยการเป็นผู้เริ่มปฏิบัติการทางทหาร ทำการโจมตีทหารไทยบริเวณปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และลุกลามมายังช่องเขาต่าง ๆ ตลอดแนวชายแดน 4 จังหวัด โดยปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชาได้บานปลายไปถึงการเปิดฉากโจมตีพลเรือน บ้านเรือน สถานบริการ โรงพยาบาล แบบไม่เลือกเป้าหมาย สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สินฝ่ายไทย มีพลเรือนเสียชีวิตไปถึง 15 คน และต้องอพยพออกจากอำเภอที่ติดชายแดนนับ 188,734 คน

จนเหตุการณ์ได้ลุกลามใหญ่โต เมื่อฝ่ายกัมพูชาใช้ทั้งปืนใหญ่และอาวุธจรวดโจมตีเข้ามายังแนวหลัง โดยเฉพาะอำเภอที่ติดชายแดนทางบกและเริ่มขยายแนวรบไปยังชายแดนฝั่งตะวันออกที่ติดกับจังหวัดปราจีนบุรี-จันทบุรี และตราดด้วย

ในทางกลับกัน การดำเนินการทางการทูตก็เริ่มต้นขึ้นผ่านทางกลไกของอาเซียนที่มาเลเซีย เป็นประธานอยู่ในปัจจุบัน โดยคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายส่งสัญญาณพร้อมที่จะ “หยุดยิง” มาก่อนหน้านี้แล้ว ท่ามกลางข้อเท็จจริงที่ว่า การปะทะกันนั้นมี “ต้นทุน” ความเสียหายที่จะต้องจ่ายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากปล่อยให้เหตุการณ์ปะทะกันดำเนินต่อไป จนอาจจะถึงขั้นประกาศสงคราม ถ้าอีกฝ่ายจนตรอกจากการถูกปิดล้อมทั้งในสนามรบและเวทีโลก

เพียงแต่ว่าครั้งนี้ “คนกลาง” ที่รับเป็นเจ้าภาพไกล่เกลี่ยกลับเป็นสหรัฐ ที่เข้ามาแทรกแซงด้วยการผูกโยงเรื่องของการเก็บภาษีตอบโต้เข้ามาผูกกับการเมือง “บีบ” คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายให้หยุดยิง ซึ่งก็เป็นเจตนารมณ์ที่ต้องการกันอยู่แล้ว โดยอาศัยเวทีอาเซียนเข้ามาบริหารจัดการในฐานะประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกันทั้งคู่

โดยผลการเจรจาล่าสุด ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันว่า 1) จะหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 ก.ค. 2) จัดให้มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของผู้บัญชาการทหารทั้ง 2 ฝ่าย ในวันที่ 29 ก.ค. และ 3) จัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 ส.ค.นี้

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเข้าใจร่วมกันในข้อตกลงหยุดยิงแล้วนำข้อพิพาท “ย้อนกลับ” ไปตั้งต้นกันใหม่ในเวทีเดิม ๆ อย่าง GBC ซึ่งที่ผ่านมาปรากฏข้อเท็จจริงมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า กลไกนี้ไม่สามารถยุติปัญหาการอ้างสิทธิอาณาเขตแดนในบริเวณนี้ได้