เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
SD ‘d-MRV’ ฝีมือไทย ถูกเลือกเป็นแกนหลักโครงการ ‘Low Carbon City’ ของ World Bank
เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Economic เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 วันนี้ถึง 1 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
Uncategorized ‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
Finance เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
Real Estate พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
Biz Movement MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
Business ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
5 เรื่องต้องรู้ หลังไทยจ่อคลอด THB Stablecoin เด้งรับเทรนด์บิ๊กการเงินโลก
Tech 5 เรื่องต้องรู้ หลังไทยจ่อคลอด THB Stablecoin เด้งรับเทรนด์บิ๊กการเงินโลก
“เดอะมอลล์” ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ Active Lifestyle & Wellness รับเทรนด์สุขภาพ
Biz Movement “เดอะมอลล์” ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ Active Lifestyle & Wellness รับเทรนด์สุขภาพ
ดูทั้งหมด

HSBC ชี้สงครามการค้า กดรายได้บริษัทในเอเชียลดลงเฉลี่ย 18%

31 ก.ค. 2568 | 13:18น.

เอชเอสบีซี เผยปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานจากสงครามการค้า ส่งผลให้รายได้บริษัทในเอเชียลดลงเฉลี่ย 18% ด้านบริษัทเอเชียรุกหาโอกาสทางการค้ากับเอเชียใต้ ยุโรป และตะวันออกกลาง หวังรับมือความไม่แน่นอนการค้าโลกกว่า 1 ใน 3 ของบริษัทเอเชียวางแผนขยายการค้ากับเอเชียใต้และยุโรป ขณะที่ 2 ใน 7 มีแนวโน้มลดการค้ากับอเมริกาเหนือลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารเอชเอสบีซี เผยหากความไม่แน่นอนทางการค้ายังคงดำเนินต่อไป เส้นทางการค้าของบริษัทในภูมิภาคเอเชียอาจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย 38% ของบริษัทในเอเชียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับภูมิภาคเอเชียใต้มากขึ้น 36% มีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับยุโรป และ 33% มีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับตะวันออกกลาง นอกจากนั้น ยังมีบริษัทในเอเชียวางแผนที่จะลดการค้าไปยังภูมิภาคเมริกาเหนือถึง 28%

ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลสำรวจ HSBC Global Trade Pulse 2025 (เอชเอสบีซี โกลบอล เทรด พัลส์ 2025) ซึ่งเผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนธุรกิจและมุมมองของบริษัทที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศ 2,750 แห่งที่ตั้งอยู่ใน 7 ตลาดหลักของเอเชียต่อประเด็นภาษีและการค้า โดย 83% ของบริษัทในเอเชียเหล่านี้ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าทำให้องค์กรต้องกลับมาทบทวนโมเดลธุรกิจในระยะยาว

ขณะที่ 81% ระบุว่าความไม่แน่นอนทางการค้า ทำให้องค์กรต้องระมัดระวังมากขึ้นในการขยายธุรกิจและการลงทุน ทั้งนี้ บริษัทในเอเชียยังคาดว่าจะมีรายได้ลดลงเฉลี่ย 18% จากความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม 87% ของบริษัทในเอเชียยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศในช่วงสองปีข้างหน้า

นายอดิตยา กาห์เลาต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริการการค้าระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า หลายบริษัทได้ชะลอการใช้จ่ายด้านการลงทุนเพื่อประเมินสถานการณ์ใหม่ ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนจะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นภายในข้ามคืน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ไม่ว่ากระแสการค้า (Trade Flow) จะเคลื่อนย้ายไปทิศทางใด การลงทุนก็มักจะตามมาเสมอ

จากพลวัตทางการค้าปัจจุบัน บริษัทในเอเชียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับเอเชียใต้ (+26 pp), ตะวันออกกลาง (+21pp) และยุโรป (+20 pp) ขณะเดียวกันบริษัทในเอเชียมีแนวโน้มที่จะลดการค้ากับอเมริกาเหนือ (-5 pp)

ในช่วง 2 ปีข้างหน้า 52% ของบริษัทในเอเชียกำลังพิจารณาหรืออยู่ระหว่างดำเนินการย้ายฐานการผลิตหรือเพิ่มกำลังการผลิตไปยังประเทศจีน โดยมีตัวเลขที่ใกล้เคียงกันคือ เอเชียใต้ 39%, ยุโรป 35%, สหรัฐอเมริกา 29% และตะวันออกกลาง 28%

ขณะเดียวกัน ความกังวลหลักของบริษัทในเอเชีย (51%) คือ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการค้า โดย 34% ของบริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้ว, 51% วางแผนที่จะทำเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ 37% ได้เพิ่มระดับสินค้าคงคลังเพื่อจัดการกับปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน ในขณะที่ 49% วางแผนจะเพิ่มสินค้าคงคลังในลักษณะเดียวกัน

“เงินทุนหมุนเวียนได้กลายเป็นประเด็นหลักที่บริหารระดับสูงของบริษัทลูกค้าของเอชเอสบีซีให้ความสำคัญ เพราะปัจจุบันเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทจำนวนไม่น้อยติดอยู่ในรูปแบบของสินค้าคงคลังหรือบัญชีลูกหนี้ เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าและเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลัง ก่อนที่ภาษีการค้า (Tariffs) จะเริ่มมีผลบังคับใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน อันจะส่งผลให้เกิดการสะสมของสินค้าในฝั่งบริษัทผู้ซื้อ

ซึ่งเมื่อภาษีการค้ามีผลบังคับใช้ อาจทำให้คำสั่งซื้อและการขนส่งสินค้าจำนวนมากถูกระงับหรือยกเลิก ซึ่งจะนำไปสู่การสะสมสินค้าคงคลังฝั่งบริษัทที่เป็นผู้จัดหาและสั่งซื้อสินค้าได้” มร. กาห์เลาต์ กล่าวเสริม

ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าในปัจจุบัน บริษัทในเอเชียมองว่าวิธีที่ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนได้ดีที่สุด คือ การบริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่อง (61%) รองลงมา คือ การปรับปรุงเงื่อนไขการชำระเงินกับผู้ซื้อและซัพพลายเออร์ (55%) และการจัดหาเงินทุนผ่านห่วงโซ่อุปทาน (51%)