เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SNNP แจงเหตุไฟไหม้โรงงาน ‘เบนโตะ’ คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อกพร้อมขาย 1 เดือน
Business SNNP แจงเหตุไฟไหม้โรงงาน ‘เบนโตะ’ คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อกพร้อมขาย 1 เดือน
นับถอยหลัง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค. 69 เช็กหลักฐานนายจ้าง-ผู้ประกันตนก่อนเข้าคูหา
News นับถอยหลัง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค. 69 เช็กหลักฐานนายจ้าง-ผู้ประกันตนก่อนเข้าคูหา
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Thai PBS เตรียมร้อง คตง. สอบปมข้อมูลตรวจสอบ ถูกเผยแพร่ก่อนยุติ
Politics Thai PBS เตรียมร้อง คตง. สอบปมข้อมูลตรวจสอบ ถูกเผยแพร่ก่อนยุติ
เงินเฟ้อญี่ปุ่นพ่นพิษรอบใหม่ ของกินของใช้ ขึ้นราคา 3,000 รายการ
Business เงินเฟ้อญี่ปุ่นพ่นพิษรอบใหม่ ของกินของใช้ ขึ้นราคา 3,000 รายการ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น
BDI เร่งเชื่อมข้อมูล 118 ชุด รับมือภัยพิบัติ ดัน Data Backbone ต่อยอด AI ใช้งานจริง
Tech BDI เร่งเชื่อมข้อมูล 118 ชุด รับมือภัยพิบัติ ดัน Data Backbone ต่อยอด AI ใช้งานจริง
ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
Business ดึงผู้โดยสารกลุ่ม Transfer-Transit สร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยว
ดูทั้งหมด

แบงก์เด้งรับ กนง.หั่นดอกเบี้ย จับตาผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่สื่อสารนโยบาย

17 ส.ค. 2568 | 08:57น.
debitbank

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2568 ที่มี “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมประชุมด้วยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนหมดวาระดำรงตำแหน่งในสิ้นเดือน ก.ย. 2568 นี้

ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 เสียง เห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.75% มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี นับเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ของปี 2568 นี้ (2 ครั้งก่อนที่ลดคือ 26 ก.พ. และ 30 เม.ย.)

ธปท.ลดดอกเบี้ยหนุน “ปรับตัว”

“สักกะภพ พันธ์ยานุกูล” เลขานุการ กนง. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงว่า กนง.มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 และ 2569 ขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ อย่างไรก็ดี มาตรการภาษีของสหรัฐจะซ้ำเติมปัญหาเชิงโครงสร้างและขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งเศรษฐกิจบางภาคส่วนมีความเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะ SMEs ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ จากปัจจัยด้านอุปทาน

“กรรมการเห็นว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้บ้าง เพื่อให้เอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจและช่วยบรรเทาภาระของกลุ่มเปราะบาง จึงมีมติให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง”

โดย กนง.มองว่าดอกเบี้ยที่ระดับ 1.50% ต่อปี จุดนี้ถือว่าเพียงพอ เพราะหากดอกเบี้ยยิ่งต่ำ ประสิทธิผลของการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยจะลดลง โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 3 รอบ เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2567 และปีนี้ในช่วงเดือน ก.พ. และ เม.ย. จะเห็นว่าการส่งผ่านอยู่ที่ 43% ใกล้เคียงกับช่วงโควิดที่อยู่ที่ 40%

“จะเห็นว่าการส่งผ่านรอบที่ 3 น้อยกว่า 2 ครั้งแรก ซึ่งการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ยังมีรูมในการส่งผ่าน แต่ประสิทธิผลจะน้อยลง และการส่งผ่านใช้เวลา 4 ไตรมาส ดังนั้น ยังเหลือการส่งผ่านค้างท่อจากการลดดอกเบี้ย 3 ครั้งก่อนหน้า ซึ่งต้องติดตาม

การลดครั้งนี้เราคาดหวังว่าให้คนที่ยากลำบากได้ปรับตัว เพราะเราเห็นเงื่อนไขของภาษี จึงเป็นช่วง Wake up Call ของภาคธุรกิจ”

แบงก์ขานรับหั่นดอกเบี้ยทันที

ทั้งนี้ หลังการลดดอกเบี้ยนโยบายรอบนี้ ปรากฏว่า แบงก์มีการรับลูกลดดอกเบี้ยตามในทันที โดยหลายแบงก์ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้แบบยกแผง ทั้ง MLR, MOR และ MRR แถมยังลด 0.25% เท่ากับ กนง.อีกด้วย (ดูตาราง)

กราฟิก ดอกเบี้ยแบงก์

“CIMB T” จี้อัดมาตรการเสริม

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB T) ชี้ว่า การลดดอกเบี้ยรอบนี้สะท้อนถึงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแรง และความตั้งใจในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง อย่างไรก็ดี มองว่าประเด็นสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ

แม้การลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระหนี้ของผู้ที่มีหนี้อยู่แล้ว แต่ไม่น่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง หรือกระตุ้นสินเชื่อได้มากนัก เนื่องจากความเสี่ยงด้านเครดิตยังสูง การรอความชัดเจนก่อนดำเนินนโยบาย แม้จะเป็นแนวทางที่รอบคอบ แต่บางครั้งอาจทำให้เศรษฐกิจระดับล่างไถลลงลึกเกินไป จนต้องใช้มาตรการที่แรงกว่าคาด เพื่อพยุงไม่ให้ทรุดต่อ

“การประชุมรอบนี้ กนง.ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นเรื่องภาษีทรัมป์ จึงสามารถลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ และบรรเทาภาระหนี้ ยังไม่มีมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเฉพาะกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม กนง.น่าจะพิจารณามาตรการอื่นควบคู่กับดอกเบี้ย เพื่อดูแลกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด”

กนง. เปลี่ยนใหม่ 2 ราย

ดร.อมรเทพมองว่า กนง.น่าจะคงดอกเบี้ยในรอบเดือน ต.ค.นี้ เพื่อประเมินผลจากการลดดอกเบี้ยรอบนี้ หากเศรษฐกิจยังอ่อนแรง อาจมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค. สู่ระดับ 1.25% ซึ่งการเปลี่ยนกรรมการ 2 คนในรอบเดือน ต.ค. อาจส่งผลต่อทิศทางและการสื่อสารนโยบายการเงิน ความไม่แน่นอนทางการเมือง คดีของนายกรัฐมนตรี การผ่านงบประมาณ และเสถียรภาพรัฐบาล ความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา ความอ่อนแอของภาคอสังหาริมทรัพย์ และความลังเลของนักลงทุนต่างชาติ ความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่อาจรุนแรงขึ้นหลังหมดช่วงชะลอภาษี

จับตาสื่อสารนโยบาย

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า เท่าที่ดูเหตุผลในการปรับลดดอกเบี้ยของ กนง.ในครั้งนี้ แทบไม่ต่างจากการประชุมรอบที่แล้วที่คงดอกเบี้ย สะท้อนว่าความจำเป็นที่จะต้องลดดอกเบี้ยมีอยู่ เพียงแต่การสื่อสารนโยบาย การแอ็กชั่นในแต่ละรอบอาจจะต่างกันไป ซึ่งครั้งนี้ก็บอกว่าเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และการส่งผ่านเกิดขึ้นเร็ว ซึ่งโจทย์สำคัญคือต้องดูว่าจะทำให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อได้อย่างไรด้วย เพราะที่ผ่านมาสินเชื่อติดลบ

“ตอนลดดอกเบี้ยครั้งที่แล้ว แบงก์ลดตามแค่ 5 bps เอง แสดงว่ารอบนี้ให้ความสำคัญกับการส่งผ่านอย่างมาก ว่าลดแล้วดอกเบี้ยแบงก์ต้องลงตาม ผมว่าภาพการส่งสัญญาณมันเปลี่ยนไปเลย จากครั้งที่แล้วเหมือนพยายามให้เหตุผลว่า ทำไมถึงไม่ลดดอกเบี้ย แต่รอบนี้บอกว่ามีรูมในการลดเพิ่มด้วยซ้ำ ก็เปลี่ยนโทนไป แล้วเดี๋ยวก็ต้องรอผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่เข้ามา ก็อาจจะเห็นโทนในการสื่อสารนโยบายจะเปลี่ยนไปอย่างไร เพราะผู้ว่าการคนเก่าพูดชัดว่าไม่อยากให้ Forward Guidance เพราะกังวลว่า ถ้า Commit แล้วทำไม่ได้แล้วจะเป็น Noise ดังนั้น ก็ต้องดูว่าคนใหม่มาจะเปลี่ยนไปอย่างไร”

ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า ทิศทางตอนนี้ชัดเจนว่า เมื่อผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่เข้ามาก็คงสนับสนุนให้มีการลดดอกเบี้ยลงอีก และคงเน้นเรื่องการส่งผ่านนโยบาย รวมถึงอาจจะต้องพูดถึงการสร้าง “Policy Space” ขึ้นมาด้วย ซึ่งอาจจะใช้นโยบายอื่น ๆ หรือการทบทวนเครื่องมือนโยบายการเงิน

“ทิศทางดอกเบี้ยจากนี้ก็คงลงอีก เราคาดการณ์ว่าจะลงไปจนเหลือ 1% หรืออาจจะต่ำกว่านั้นได้ แต่ตอนนี้ที่คาดการณ์เป็นทางการคือเหลือ 1% ภายในไตรมาส 1 ปี 2569 ทั้งนี้ ผมคิดว่าอย่างน้อยจะต้องลดดอกเบี้ยลงไปให้ใกล้เคียงกับเงินเฟ้อพื้นฐานตอนนี้”