เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

“พันธบัตรรักชาติ” อินโดนีเซีย ท่ามกลางเปลวเพลิงประท้วง

01 ก.ย. 2568 | 16:38น.

ท่ามกลางสภาวะความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น สุมไฟประท้วงจนลุกลามไปทั่วประเทศอินโดนีเซีย ต้นเหตุจากความไม่พอใจหนึ่งในแผนงานของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่มีแผนออก “พันธบัตรรักชาติ” มูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท) เสนอต่อกลุ่มธุรกิจชั้นนำของประเทศ เพื่อระดมเงินทุนต่อยอดแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ผ่านกรอบแนวคิดช่วยเหลือประเทศชาติและตอบแทนสังคม

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย ชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของอาเซียน กำลังมุ่งรับมือกับการประท้วงของประชาชน ต้นตอจากปัญหาค่าครองชีพและแผนพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการจัดตั้งกองทุนดานันตารา ซึ่งประชาชนมองว่า มีลักษณะเป็น “ทุนนิยมโดยรัฐ” (State Capitalism) มีค่าใช้จ่ายที่สูง มีความเสี่ยงที่จะเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนมหาเศรษฐีที่ไม่เพียงแค่ร่ำรวยแต่ยังทรงอิทธิพลทางการเมือง (Oligarch) ในขณะที่ปัญหาค่าครองชีพประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นทุนนิยมในรูปแบบชาตินิยม มุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศผ่านระบบทุนนิยมโดยรัฐ โดยมีเป้าหมายใหญ่ในการพัฒนาเศรษฐกิจ และขอความร่วมมือจากกลุ่มธุรกิจชั้นนำเพื่อการระดมทุน แม้แผนการดังกล่าวจะมีช่องโหว่จำนวนมาก แต่หากเป็นไปได้ด้วยดี จะสามารถผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจถึง 8%

ในทางทฤษฎี การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้อินโดนีเซียพร้อมสำหรับการแข่งขันทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นการปูพรมสู่เส้นทางการเป็นประเทศรายได้สูง ภายในปี 2050 นี้ แต่แผนการดังกล่าวไม่สามารถเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนชาวอินโดนีเซียได้ เนื่องจากอาจเอื้อต่อการทุจริตระหว่างภาครัฐและกลุ่มธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐ ซึ่งเป็นการทุจริตที่กัดกร่อนประเทศชาติมานานหลายทศวรรษ

วันที่ 26 ส.ค. นายปราโบโวกำลังติดต่อขอความร่วมมือจากกลุ่มธุรกิจชั้นนำของประเทศ ให้ร่วมลงทุนใน “พันธบัตรรักชาติ” (Patriot Bonds) ของกองทุนความมั่งคั่งแห่งรัฐ “ดานันตารา” (Danantara) ซึ่งเป็นพันธบัตรรวมมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท) โดยแม้ผลตอบแทนจะต่ำกว่าตลาด แต่ถือเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติและเป็นโอกาสที่จะตอบแทนสังคม

นายลีห์ แมกเคียร์นอน ผู้ก่อตั้ง StratEx บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจอินโดนีเซียและตลาดเกิดใหม่ กล่าวเริ่มด้วยคำถามว่า คุณรักชาติหรือไม่ หากรักชาติ ก็ให้รัฐบาลยืมเงิน ด้วยดอกเบี้ย 2% แบบคงที่หลายปี ไม่ใช่ 6% แบบพันธบัตรรัฐบาลทั่วไป ไม่ใช่ 4% แบบเงินฝากประจำของลูกพี่ลูกน้องคุณ แต่ในทางกลับกัน บุคคลผู้นั้นจะได้รับความน่าเชื่อถือ ความใกล้ชิด และอาจได้รับรอยยิ้มเพิ่มในงานเลี้ยงอาหารค่ำของรัฐสัปดาห์หน้า

พันธบัตรรักชาติ เป็นการเรียกร้องให้กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสูงในประเทศ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างชาติควบคู่ไปกับรัฐบาล เพื่อรวบรวมทรัพยากรสำหรับโครงการที่จะสร้างเสริมความเจริญรุ่งเรืองแก่อินโดนีเซีย ในศตวรรษหน้า ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ดานันตารา

ย้อนไปเมื่อ 6 มี.ค. นายปราโบโว ผู้นำอินโดนีเซีย เปิดทำเนียบประธานาธิบดี เป็นเจ้าภาพต้อนรับเศรษฐีนักธุรกิจท้องถิ่น 8 คน โดยได้เปิดเผยรายละเอียดของโครงการสำคัญหลายโครงการของรัฐบาล ในความเคลื่อนไหวแสวงหาความร่วมมือที่มากขึ้นกับภาคเอกชน

ตามแถลงการณ์ของทำเนียบประธานาธิบดีระบุว่า นายปราโบโวพบปะกับบรรดาผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย เช่น ปราโจโก ปังเกสตู มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของอินโดนีเซีย อันโธนี ซาลิม มหาเศรษฐีผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แกรีบัลดี โธฮีร์ นักธุรกิจใหญ่อุตสาหกรรมถ่านหิน แฟรงกี้ วิดจาจา นักธุรกิจใหญ่อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และเจมส์ ริอาดี เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ ในกรุงจาการ์ตา ซึ่งทั้ง 8 คนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกันอย่างน้อย 76,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.5 ล้านล้านบาท) ตามข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส

นายปราโบโวได้บอกกับบรรดาผู้ประกอบการเกี่ยวกับแผนการใช้จ่ายครั้งใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการแจกอาหารฟรีให้เด็กนักเรียนทุกคน การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การทำให้อินโดนีเซียมีพลังงานเพียงพอ

อ่านเพิ่มเติม : ประธานาธิบดีอินโดฯ ประชุมมหาเศรษฐี เดินหน้าโครงการมูลค่าสูง

อ่านเพิ่มเติม : เรย์ ดาลิโอ ทักษิณ ชินวัตรนั่งที่ปรึกษา “ดานันตารา” ของอินโดฯ

ความไม่พอใจของประชาชน

การประท้วงกรณีพนักงานส่งของเสียชีวิต ระหว่างตำรวจปราบจลาจลการประท้วงเงินช่วยเหลือสมาชิกรัฐสภา บริเวณนอกสำนักงานตำรวจภูมิภาค กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อที่ 29 ส.ค. 2025 (AP Photo/Tatan Syuflana)

ในช่วงปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา รัฐสภาอินโดนีเซียประกาศเพิ่มเงินช่วยเหลือให้แก่สมาชิกรัฐสภา โดยเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการทางการเงินและค่าเช่าบ้าน นอกเหนือจากเงินเดือน ซึ่งกำหนดให้สมาชิกรัฐสภาจำนวน 580 คน ได้รับค่าช่วยเหลือที่พักสูงถึง 50 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน (ราว 98,500 บาท) หรือเกือบ 10 เท่าของค่าแรงขั้นต่ำในเมืองหลวง อย่างกรุงจาการ์ตา

สวัสดิการดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของรัฐ ในขณะที่ประชาชนต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงและไม่ได้รับการแก้ไข ตอกย้ำช่องว่างระหว่างชนชั้น ทำให้เกิดการประท้วงขึ้นในกรุงจาการ์ตาเมื่อ 25 ส.ค. ก่อนจะลุกลามไปทั่วประเทศอันเนื่องมาจากความโกรธแค้นต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกรณีนายอัฟฟาน กูร์เนียวาน (Affan Kurniawan) พนักงานไรเดอร์ จาก Ojek Driver ซึ่งถูกรถหุ้มเกราะของตำรวจชนจนเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 28 ส.ค. 2025

ส่งผลให้การชุมนุมยกระดับรุนแรงขึ้น ผู้ชุมนุมจุดไฟเผาและปล้นสะดม สถานที่ราชการและบ้านนักการเมือง รวมถึงบ้านของนางสาวศรี มุลยานี อินทราวาตี (Sri Mulyani Indrawati) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตกเป็นเป้าหมาย ขณะที่ตำรวจระงับเหตุชุมนุมด้วยความรุนแรง จนทำให้ประชาชนเสียชีวิต 7 ราย ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

แต่อินโดนีเซียมีมรดกอันยากลำบากในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับกลุ่มเศรษฐีที่มีอิทธิพลทางการเมือง ภายใต้การปกครองของซูฮาร์โต อดีตพ่อตาของปราโบโว การทุจริตคอร์รัปชั่นได้เพิ่มสูงขึ้นถึงระดับมหึมาก่อนที่เขาจะถูกโค่นอำนาจในปี 1998 ลูกหลานของซูฮาร์โตได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจทางหลวง การขนส่ง การธนาคาร และรถยนต์ ปราโบโวจำเป็นต้องปรับมรดกนี้ให้เข้ากับแผนการของเขาอย่างลึกซึ้ง อย่างน้อยที่สุดก็ควรทำความเข้าใจกับแผนการของเขาให้มากขึ้น

วันที่ 29 ส.ค. นายปราโบโวกล่าวสุนทรพจน์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรง ตำหนิและสั่งให้มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้คำมั่นว่าจะดำเนินคดี นอกจากนี้ยังต้องยกเลิกภารกิจการเดินทางไปยังประเทศจีน ในการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย. 2025 อีกทั้งยังประกาศยกเลิกค่าบ้านสำหรับสมาชิกรัฐสภาบางคน ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของการประท้วง

แรงงานกว่า 42,000 คนถูกเลิกจ้าง

แรงงานชาวอินโดนีเซียจุดพลุสัญญาณระหว่างการชุมนุมกรณีค่าจ้างต่ำ นอกอาคารรัฐสภา กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2025 (AP Photo/Tatan Syuflana)

ปัจจุบัน อินโดนีเซียยังคงรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 5% อย่างต่อเนื่อง แต่ความผิดหวังกำลังทวีความรุนแรงขึ้นในหมู่แรงงานเนื่องจากการลดลงในภาคการผลิต กระทรวงแรงงานระบุว่า มีแรงงานกว่า 42,000 คนถูกเลิกจ้างอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้น 32% จากช่วงเดียวกันของปี 2024

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้มาก การตัดลดงบประมาณกำลังกัดกร่อนรายได้ของชนชั้นกลางที่กำลังหดตัว ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย และรายได้ของบริษัท ซึ่งลดลงในไตรมาสที่แล้ว

เช้าวันนี้ (1 ก.ย.) หุ้นอินโดนีเซียร่วงลง 3.6% และเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงมาที่ 16,520 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32.5 บาท) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย

นายเออร์วิน กูนาวัน ฮูตาเปอา (Erwin Gunawan Hutapea) เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางกล่าวว่า ธนาคารกลางจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนและสภาพคล่องของเงินรูเปียห์ให้เพียงพอ

ขณะที่นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต (Airlangga Hartarto) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงประสานงานเศรษฐกิจ กล่าวในการแถลงข่าวเช้าที่ตลาดหลักทรัพย์ว่า รัฐบาลมีศักยภาพและความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อีกทั้งย้ำว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินโดนีเซียมีเพียงพอ โดยสามารถรองรับการนำเข้าได้นานกว่า 6 เดือน ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อมีเสถียรภาพอยู่ที่ 2.3% และดุลการค้าเกินดุลอย่างต่อเนื่อง

 

อ้างอิง :