เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

ตลาดน้ำมันดิบโลก ทำไมถึงไม่เหมือนเดิม?

17 ก.ย. 2568 | 08:25น.
Steam rises from chimneys of an oil refinery in Omsk
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ใครที่เฝ้าจับตามองความเคลื่อนไหวในตลาดน้ำมันดิบของโลกในระยะหลังมานี้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่มากก็น้อย ด้วยความเป็นจริงที่ว่า ตลอดทั้งปีเรื่อยมาจนถึงขณะนี้ เกิดเหตุที่น่าจะสร้างความผันผวน ปั่นป่วนต่อตลาดเกิดขึ้นมากมาย กระนั้น ราคาน้ำมันดิบโลกโดยรวมแล้วยังคงเรียกได้ว่ามีเสถียรภาพ จนหลายคนเชื่อมั่นว่า ตลาดน้ำมันโลกในยามนี้ไม่เหมือนกับหลายๆ ปีที่ผ่านมา แม้จะบอกไม่ถูกว่าต่างออกไปอย่างไรก็ตาม

ตลาดน้ำมันโลก เคยอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อเหตุขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชาติผู้ผลิตน้ำมัน แต่กลับนิ่งเฉยให้กับการสู้รบรุนแรงในตะวันออกกลาง ไม่วูบวาบไปกับพฤติกรรมคาดการณ์ไม่ได้ ทำนายไม่ถูกของ โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เคลื่อนไหวขึ้นลงไปกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเส้นทางการค้าทางทะเล ไม่แม้แต่จะเกิดปฏิกิริยาอย่างที่หลายคนคาดหวัง เมื่อกลุ่มประเทศผู้ผลิตกลุ่มใหญ่อย่าง โอเปก ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น จนทำให้หลายคนออกอาการงงไปตามๆ กัน

แน่นอนราคาน้ำมันยังคงมีขึ้นมีลงอยู่เป็นปกติ โดยแนวโน้มในระยะยาวมีทีท่าว่าจะลดต่ำลง ราคาอ้างอิงของน้ำมันดิบดับเบิลยูทีไอในตลาดจากถัวเฉลี่ยที่ 75.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมกราคม มาอยู่ที่ 67.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนกรกฎาคม ส่วนเบรนท์ ลดลงจาก 78.35 ดอลลาร์มาอยู่ที่ 69.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่เคยสะวิงขึ้นลงวูบวาบตามความร้ายแรงของเหตุการณ์ต่างหากที่หายไป

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ปฏิกิริยาของตลาดที่มีต่อการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกเมื่อเดือนมีนาคม ทั้งๆ ที่ทั่วโลกกำลังแตกตื่น โกลาหลอยู่กับ “ภาษีตอบโต้” ที่ทรัมป์ประกาศออกมา ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจถูกปิดกั้นและลดความต้องการน้ำมันลงตามไปด้วย ความเคลื่อนไหวของโอเปกดังกล่าวดูเหมือนเป็นการเดิมพันเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อบีบให้ผู้ผลิตที่ต้นทุนสูงชะลอหรือหยุดการผลิต เป็นการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้กับกลุ่มโดยปริยาย

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับเป็นตรงกันข้าม ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงชั่วขณะ จากนั้นก็กลับมารักษาระดับนิ่งอยู่กับที่ ไม่ใส่ใจการประโคมจากโอเปกในเดือนต่อมาด้วยซ้ำไป ที่ว่าจะเพิ่มปริมาณการผลิตต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดกลับมาสู่ระดับเดิมก่อนหน้าการปรับลด ให้เร็วกว่าที่เคยกำหนดไว้หนึ่งปีเต็มๆ คำถามก็คือว่า ทำไมปฏิกิริยาของตลาดถึงเป็นเช่นนั้น

เหตุผลสำคัญประการหนึ่งก็คือ “การกักตุนน้ำมันดิบของจีน” ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบวิเคราะห์ผ่านดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า เฉพาะในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2025 คลังสำรองน้ำมันของจีนมีปริมาณน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเกือบ 90 ล้านบาร์เรล หรือเทียบเท่ากับราว 75% ของปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และถ้าหากนับรวมตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ เรื่อยมาจนถึงกลางเดือนสิงหาคม ปริมาณที่เพิ่มขึ้นยิ่งมหาศาลมากขึ้นไปอีก คือถึงระดับ 150 ล้านบาร์เรล คิดเป็น 85% ของปริมาณน้ำมันสำรองที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

ข้อมูลของ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ระบุว่า ในปีนี้ ปริมาณน้ำมันในตลาดจะสูงเกินความต้องการอยู่ราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และลดลงเป็น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2026 เชื่อกันว่า จีนเป็นผู้เก็บกวาดส่วนใหญ่ของน้ำมันส่วนเกินดังกล่าวเข้าสู่คลังสำรองของตนเองเพียงลำพัง ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐอเมริกา และประเทศในกลุ่มโออีซีดีอื่นๆ ลดลง ในขณะที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับตลาดพร้อมกันไปด้วย

การกักตุนน้ำมันในปริมาณมหาศาลเช่นนั้นเป็นไปไม่ได้ ถ้าหากจีนไม่ขยายขีดความสามารถในการเก็บสำรองน้ำมันของตนให้สูงขึ้น ว่ากันว่า จีนเร่งขยายขีดความสามารถในการกักตุนน้ำมันดิบของตนขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จนศักยภาพในด้านนี้พุ่งสูงขึ้นแซงหน้าสหรัฐอเมริกาไปแล้ว

โครงสร้างสำหรับสำรองน้ำมันของจีนในเวลานี้มีสูงมากเสียจน เชื่อกันว่า สัดส่วนในการนำน้ำมันเข้าสู่คลังหรือปล่อยออกจากคลัง สามารถส่งผลกระทบต่อราคาในตลาดโลกได้ทันที โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการบริโภคภายในประเทศ

ผู้สันทัดกรณีระบุว่า หลังวิกฤตโควิด จีนใช้คลังสำรองน้ำมันที่เร่งรัดสร้างขึ้นนี้เพื่อกวาดเก็บน้ำมันดิบส่วนที่เกินความต้องการของตลาดในราคาต่ำ ซึ่งช่วยให้ตลาดมีเสถียรภาพ ไม่วูบวาบเหมือนเช่นที่ผ่านมา แต่ประเด็นก็คือว่า ทำไมทุกวันนี้ จีนถึงยังคงกักตุนน้ำมันอยู่เหมือนเช่นที่ผ่านมา จนปริมาณน้ำมันสำรองในคลังเพิ่มสูงกว่าที่เคยสูงเมื่อครั้งเกิดวิกฤตโควิดอยู่ไม่น้อย โดยที่ระดับราคาที่กว้านซื้อก็ไม่ได้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมื่อปี 2020 เลยด้วยซ้ำ

คำอธิบายที่เป็นไปได้ในเรื่องนี้มีอยู่สองทาง ทางหนึ่งก็คือ เป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อเผชิญกับปัญหาในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ อันอาจเกิดขึ้นได้ในยามที่ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาเสื่อมทรามลง และความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ยกระดับสูงขึ้นทุกที

อีกทางหนึ่งก็คือ จีนอาจต้องการเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับภาวะผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ในกรณีที่ถูกปิดกั้นทางด้านพลังงาน

แต่คำอธิบายดังกล่าวก็ก่อให้เกิดคำถามตามมาอยู่ดี นั่นคือ หากการกักตุนของจีนเกิดขึ้นเนื่องจากเล็งเห็นว่าอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นในอนาคต ทำไมตลาดน้ำมันโลกถึงไม่แตกตื่น ทำไมราคาน้ำมันดิบไม่ตอบสนองด้วยการวิ่งขึ้นหรือร่วงลงอย่างพรวดพราด

นักวิเคราะห์ในแวดวงน้ำมันบางคนระบุว่า เป็นเพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยเปลี่ยนแปลงตลาดน้ำมันโลกไปอย่างลึกซึ้ง เช่นกรณีการกักตุนของจีน หากย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีก่อนจะเป็นเสมือนหนึ่งความลับที่ถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด แต่ทำไม่ได้ในปัจจุบันนี้ เพราะเทคโนโลยีดาวเทียม และ รีโมท เซนซิ่ง สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ได้แม่นยำใกล้เคียงกับเวลาที่เกิดขึ้นจริง

ห้วงเวลาที่ “ความไม่รู้” ก่อให้เกิดผลกระทบใหญ่หลวงกับตลาดน้ำมันและราคาน้ำมันโลก ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ตลาดน้ำมันจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป