ความเหมือน บนความแตกต่าง
กระแสเช็กบิลปราบปรามทุจริตในรอบต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีกับ นายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยคณะกรรมการต่อต้านการทุจริต หรือเอ็มเอซีซี รวบตัวดำเนินดคีกรณีอื้อฉาวหลายพันล้านดอลลาร์ กับโครงการ 1 เอ็มดีบีอันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
หากผิดจริง นาจิบ ราซัก ลูกชายของอับดุล ราซัก บิดาแห่งการพัฒนามาเลเซีย และนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 จะต้องโทษจำคุกหลายสิบปี ไม่เพียงนายนาจิบเท่านั้นนางรอสมะห์ มานซัวร์ ภรรยาผู้รักความหรูหรา ก็ถูกเค้นสอบหนักอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าพลพรรคของนาจิบ ราซักต้องมองเรื่องนี้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งและเช็กบิลอย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้มันดูรวดเร็วเสียทีเดียว
แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง “มหาธีร์” นายกรัฐมนตรีวัย 92 ปี พร้อมกับทีม “มาเลเซียบารู” หรือมาเลเซียใหม่ กำลังปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเปลี่ยนถ่ายโอนอำนาจให้กับ “อันวาร์ อิบราฮิม” และหนึ่งในภารกิจนั้นก็คือ การตามเช็กบิลนาจิบ ราซัก และภรรยา
ขณะเดียวกันก็พยายามทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยพูดไว้กับประชาชนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้ว่าคุณหมอมหาธีร์จะบอกด้วยปากตัวเองว่า “ไม่ใช่การล้างแค้น” ก็ตาม
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน คือ การบุกจับกุมนายอิร์วานดี้ ยูซูฟ ผู้ว่าการจังหวัดอาเจะห์ประเทศอินโดนีเซีย โดยเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการปราบปรามทุจริต หรือ “คาเพคา” ซึ่งชี้มูลว่า อิร์วานดี้ พัวพันกับการทำ “ธุรกรรมอำพราง”
นายอิร์วานดี้ มีประวัติเป็นถึงโฆษกกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพอาเจะห์ หรือกัม อีกทั้งยังเคยจำคุกในข้อหาก่อกบฏต่อสาธารณรัฐ ในปี 2547 จนกระทั่งเกิดเหตุสึนามิ จนเป็นส่วนหนึ่งให้นายอิร์วานดี้หลบหนีออกมาจากคุก ก่อนจะไปร่วมกับคณะกัม เพื่อเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลอินโดนีเซียในปี 2548 ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์จนกระทั่งอาเจะห์ได้รับสิทธิในการปกครองตนเอง
เหมือนกับว่า คาเพคาเล่นหมด ถ้าเอี่ยวทุจริต โดยไม่สนว่าอดีตผู้เกี่ยวพันจะเป็นยังไง นอกจากนี้หน่วยงานนี้ยังเป็นองค์กรอิสระที่มีความคล่องตัวจนนักการเมืองอินโดนีเซียต่างหวาดกลัวและพยายามขัดขา อย่างการจำกัดงบฯให้หน่วยงานนี้ ส่งผลให้การทำงานไม่คล่องตัว จำนวนเจ้าหน้าที่ลดลง หรือกระทั่ง “เครื่องไม้เครื่องมือ” ที่มีจำกัด ซึ่งหากจะใช้ต้องทำเรื่องขอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกระทั่งมีการลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว
ส่วนเอ็มเอซีซี คล้ายจะเป็นแขนขาให้กับรัฐบาลมากเกินไป เหมือนกับที่เกิดขึ้นสมัยก่อนที่พยายามใช้หน่วยงานนี้ไล่จับนักการเมือง หรือบุคคลฝ่ายตรงข้ามอย่างกรณีอื้อฉาวกับการฆ่าตัวตายของ นายเตะโอ เบ็ง ฮ็อก นักข่าวที่มีความสัมพันธ์กับพรรคดีเอพีหนึ่งในพรรคฝ่ายค้านสำคัญในอดีต ที่ยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยอย่างมาก พร้อมกับมีการฟ้องเอ็มเอซีซีว่าลงโทษผิดคน
และนี้คือตัวอย่างของความเหมือนบนความแตกต่างในเรื่องการปราบปรามทุจริต ที่บางประเทศมีการเลือกขั้วการเมืองอย่างชัดเจน ไม่ได้อิสระอย่างที่ควรจะเป็น