กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เผยช่วงวันที่ 7-8 ต.ค.นี้ ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน และภาคตะวันออก หลังช่วง 9-13 ต.ค. ฝนจะเริ่มลดลง ยกเว้นภาคกลาง รวม กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง จับตาพายุลูกใหม่ “HALONG”
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 7-13 ตุลาคม 2568 ว่า ในช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบนและประเทศจีนตอนใต้
ส่วนในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค. ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลง ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรตลอดช่วง
กรมอุตุนิยมวิทยา : ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 6-8 ต.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ รวมทั้งเขตชุมชนเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากที่พายุแมตโมอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ล่าสุดในแผนที่อากาศผิวพื้นของกรมอุตุนิยมวิทยามีพายุลูกใหม่อยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ชื่อว่า “HALONG” แต่พายุดังกล่าวอยู่ห่างจากประเทศไทยมาก
ซึ่งตามฐานข้อมูลความหมายและที่มาของชื่อพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตกและทะเลจีนใต้ ชื่อพายุ HALONG หมายถึงอ่าวที่สวยงามแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งชื่อโดยสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 7-13 ต.ค. 2568
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนบน ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในวันที่ 7 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนบน ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 8-13 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม
อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ในวันที่ 7 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 8-13 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 -60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 -36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในวันที่ 7 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 8-13 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯและปริมณฑล
ในวันที่ 7 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 8-13 ต.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
(ออกประกาศ 07 ตุลาคม 2568 12.00 น.)
